ข่าว

กล้วยไม้มาจากไหน ตอน 3

กล้วยไม้มาจากไหน ตอน 3

25 ธ.ค. 2559

โดย - ศ.ระพี สาคริก

                  จากเหตุผลดังที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด เมื่อมนุษย์นำกล้วยไม้มาเลี้ยงก็ต้องหาทางช่วยให้เมล็ดงอกได้เอง โดยไม่ต้องอาศัยเชื้อรา ทีแรกมนุษย์ก็แยกเอาเชื้อราจากผิวรากกล้วยไม้มาปลูก โดยใช้กระถางซึ่งมีผ้าใบอยู่ด้านใน นำมานึ่งฆ่าเชื้ออื่นๆ แล้วจึงนำเชื้อราชนิดที่แยกออกมาได้จากรากกล้วยไม้ลงไปเพาะบนผ้าใบที่สะอาดเรียบร้อยแล้ว

               ขั้นแรกมนุษย์นำเมล็ดลงไปหว่านที่โคนต้นแม่ เพื่อให้เชื้อราซึ่งอยู่ที่รากของต้นแม่ ช่วยให้เมล็ดงอก ดังเช่นกล้วยไม้ลูกผสมชนิดหนึ่งซึ่งเสด็จกรมหมื่นทิวากร วงษ์ประวัติ ได้นำมาปฏิบัติเป็นพระองค์แรก ที่ฉันทราบก็เพราะเหตุว่า ม.จ.อธิพรณ์พงษ์ เกษมศรี ซึ่งเป็นบุตรของกรมหมื่นทิวากร ได้นำกล้วยไม้มามอบให้ฉัน และกล่าวว่า “ท่านพ่อของฉันเป็นคนเพาะเมล็ดกล้วยไม้คนแรกของเมืองไทย โดยใช้เมล็ดโปรยลงไปที่โคนต้นแม่ แล้วมันงอกขึ้นมาได้ต้นเดียว ฉันเห็นเป็นแคทลียาที่มีใบคู่ ซึ่งแคทลียาประเภทนี้สามารถปลูกเลี้ยงได้ง่ายในบรรยากาศของในเมืองไทย”

            ความรู้สึกของมนุษย์โดยทั่วไปมักคิดว่ากล้วยไม้เป็นของสูงมาแต่อดีต แม้ใครนำมาปลูกก็ถือว่าเป็นคนที่ใฝ่สูง เช่นนี้ เป็นต้น

จากสาเหตุดังกล่าวจึงทำให้เกิดข้อจำกัดในสังคม ทำให้กล้วยไม้กลายเป็นพืชซึ่งอยู่บนพื้นฐานความนิยมของคนระดับสูง ยิ่งกว่านั้นหลายคนต่างก็ไม่เคยเห็นต้นกล้วยไม้ที่เพาะงอกขึ้นมาจากเมล็ด นี่แหละที่ทำให้เกิดปัญหา เป็นข้อจำกัดอยู่ในสังคมไทยขณะนั้น

             แม้กระทั่งฉันสนใจกล้วยไม่ยังต้องไปยืนแอบดู คนกลุ่มนี้นำกล้วยไม้มาปลูกเล่นอยู่ที่ริมรั้ว แต่ก็ไม่แคล้วไปจากการมองเห็นโดยคนเหล่านั้น จึงมีคนเดินออกมาไล่ฉันไปให้พ้น

หลักธรรมได้ชี้ว่ามนุษย์นั้นมีลักษณะที่ต่อต้านการกระทำของเพื่อนมนุษย์ที่มันไม่เป็นธรรมชาติ

             ดังนั้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาการที่ฉันถูกไล่ดูเหมือนจะทำให้มีความมุมานะและอดทนที่จะต่อสู้กับคนดังกล่าว ด้วยรากฐานจิตใจที่เข้มแข็งมาก

            ฉันจำวันนั้นได้ดีมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ ส่วนภายในจิตใต้สำนึก ทำให้คิดอยู่เสมอว่า (ตัวฉันเองจะต้องทำให้กล้วยไม้กลายเป็นพืชที่ลงมาคลุกคลีอยู่กับคนระดับล่างให้ได้) แล้วฉันก็มุ่งทำงานอย่างที่เรียกกันว่า “ทำแล้วมีความสุข” จึงมีความมั่นคงมาตลอด

*************************************