
ยอดฆ่าตัวตายในสหรัฐพุ่ง28%คาดเหตุจากศก.
ยอดฆ่าตัวตายในสหรัฐพุ่งกว่า 28% คาดเหตุจากเศรษฐกิจทรุด
(22ส.ค.) กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ยอดคนฆ่าตัวตายในที่ทำงานปีที่แล้วสูงถึง 251 ราย พุ่งสูงขึ้นถึง 28% นับเป็นอัตราที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บสถิติเมื่อ 17 ปีก่อน แต่รายงานไม่ได้ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ยอดนี้สูงขึ้น แต่ผลการศึกษาหลายแห่งบ่งชี้ว่า วิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐ ส่งผลทางจิตวิทยาต่อชาวอเมริกัน อย่างผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียเผยแพร่สัปดาห์นี้ระบุว่า 1 ใน 3 ของเจ้าของบ้านชาวอเมริกันที่ถูกยึดทรัพย์สินจดจำนองป่วยเป็นโรคซึมเศร้ารุนแรง
ในแต่ละปี มีชาวอเมริกันฆ่าตัวตายกว่า 3 หมื่นคน ซึ่งการฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการตายอันดับสองในชายอายุระหว่าง 25-34 ปี
นอกจากนี้ รายงานของกระทรวงแรงงานยังระบุว่า ยอดการเสียชีวิตระหว่างการทำงานลดลงถึง 10 เปอร์เซนต์ จากเดิม 5,657 รายเหลือ 5,071 รายเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นอัตราต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2535 โดยมีสาเหตุมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ ที่ทำให้บริษัทก่อสร้างปรับลดคนงานและจ้างงานน้อยลง /ตามปกติภาคการก่อสร้างจะมีอัตราการเสียชีวิตขณะปฏิบัติงานสูงที่สุด



