ข่าว

เฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษากษัตริย์ญีปุ่น

เฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษากษัตริย์ญีปุ่น

23 ธ.ค. 2559

สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นเสด็จออกพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา

เฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษากษัตริย์ญีปุ่น

สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโต เสด็จออกสีหบัญชร พร้อมด้วย สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ เจ้าชายนะรุฮิโตะมกุฎราชกุมาร เจ้าหญิงมาซะโกะ เจ้าชายอะกิชิโนะ เจ้าหญิงคิโกะและพระบรมวงศานุวงศ์แห่งราชวงศ์อิมพีเรียล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา โดยมีประชาชนชาวญี่ปุ่นร่วมเฝ้ารับเสด็จเป็นจำนวนมาก ณ พระราชวังอิมพีเรียล กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น 

เฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษากษัตริย์ญีปุ่น

โดยสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ พระราชสมภพเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ปีโชวะที่ 8 (ค.ศ. 1933,พ.ศ. 2476) ณ พระราชวังโตเกียว ทรงเป็นพระเจ้าลูกเธอลำดับที่ 5 ใน 7 พระองค์ ของสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโต (จักรพรรดิโชวะ) และสมเด็จพระจักรพรรดินีนางาโกะ (จักรพรรดินีโคจุง) แต่เป็นพระราชโอรสพระองค์โต พระองค์ทรงดำรงพระยศเดิมเป็น เจ้าสึงุ (ญี่ปุ่น: 継宮 สึงุ-โนะ-มิยะ ?)

เฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษากษัตริย์ญีปุ่น

ตามลำดับการสืบสันตติวงศ์ของญี่ปุ่น พระองค์ทรงเป็นรัชทายาทอันดับ 1 ของราชบัลลังก์เบญจมาศตั้งแต่ประสูติ และทรงเข้าพระราชพิธีสถาปนาเป็นมกุฎราชกุมาร  ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 และในวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2502 มกุฎราชกุมารอะกิฮิโตทรงอภิเษกสมรสกับนางสาวมิชิโกะ โชดะ การอภิเษกสมรสครั้งนี้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้ญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นการอภิเษกของสตรีสามัญชนครั้งแรกกับราชวงศ์ญี่ปุ่น ทำให้นางสาวโชดะกลายเป็น มกุฎราชกุมารีมิชิโกะ

ในวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2532 จักรพรรดิโชวะ เสด็จสวรรคต เจ้าชายอะกิฮิโตะ มกุฎราชกุมาร ได้เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิองค์ที่ 125 ของญี่ปุ่นต่อทันที ตามโบราณราชประเพณี และมีการมอบของสามสิ่งในพระราชพิธีนั้น

ในวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2533 สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ เข้าพระราชพิธีอภิเษกเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ และทรงสถาปนาเจ้าฟ้าหญิงมิชิโกะ มกุฎราชกุมารี ขึ้นเป็น สมเด็จพระจักรพรรดินีมิจิโกะ

วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559 สำนักพระราชวังญี่ปุ่น ได้ออกมาแถลงว่าจักรพรรดิอะกิฮิโตะจะทรงมีพระราชกระแสรับสั่งต่อประชาชนในวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2559 เวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นตรงกับเวลา 13.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งคาดการณ์กันว่าจะทรงมีพระราชกระแสสละราชบัลลังก์ให้กับ มกุฎราชกุมารนะรุฮิโตะ พระราชโอรสองค์ใหญ่และในกรณีเมื่อจักรพรรดิอะกิฮิโตะทรงสละราชบัลลังก์แล้วก็จะต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาล