ข่าว

ธ.ก.ส.กันเงินก้อนโตลุยประกันราคารัฐตั้งงบชดเชยสินค้าเกษตร3ชนิดวงเงิน4.3หมื่นล้าน

ธ.ก.ส.กันเงินก้อนโตลุยประกันราคารัฐตั้งงบชดเชยสินค้าเกษตร3ชนิดวงเงิน4.3หมื่นล้าน

22 ส.ค. 2552

ธ.ก.ส.กันเงิน 1.25 แสนล้านรองรับประกันราคาสินค้าเกษตร 3 ชนิด รัฐอนุมัติเงินชดเชยส่วนต่างราคากว่า 4.3 หมื่นล้าน "กอร์ปศักดิ์"ระบุห่วงสินค้าข้าวมากสุด เหตุผลผลิตมีปริมาณมาก ย้ำเดินหน้ารับประกัน เชื่อผลประโยชน์ตกถึงเกษตรกรทั่วถึง

นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)  เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ได้เพิ่มเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อในปีนี้เป็น 4.7 แสนล้านบาท เพื่อสนองนโยบายรัฐบาล โดยได้กันวงเงินไว้ 1.25 แสนล้านบาทไว้รองรับการประกันราคาสินค้าเกษตรทั้ง 3 ชนิดตามที่รัฐบาลประกาศ ซึ่งจะเตรียมไว้เพิ่มสภาพคล่องให้สหกรณ์ ลานมัน และโรงสี ได้มีเงินรับซื้อสินค้าเกษตรอย่างเพียงพอ

 ทั้งนี้ ในการประกันราคาสินค้าเกษตรรัฐบาลได้อนุมัติงบจากแผนปฏิบัติไทยเข้มแข็งไว้ชดเชยส่วนต่างให้เกษตรกร กรณีที่เกษตรกรที่เข้าโครงการขายสินค้าได้ต่ำกว่าราคาตลาด โดยในส่วนของข้าวโพดและมันสำปะหลังอยู่ในวงเงิน 1.85 หมื่นล้าน ส่วนข้าวจัดสรรงบไว้ 2.5 หมื่นล้านบาท

 นายเอ็นนู กล่าวว่า ธ.ก.ส.ยังตั้งเป้าการปล่อยสินเชื่อเพื่อการปลูกพืชพลังงานทดแทนในปีนี้เป็นวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งพืชพลังงานที่ธ.ก.ส.สนับสนุนให้เกษตรกรปลูก ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง อ้อย และเนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมพลังงานทดแทน ธ.ก.ส.จึงได้กำหนดสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เข้ามากู้เงินเพื่อลงทุนปลูกพืชพลังงานทดแทน รวมถึงการพัฒนาแหล่งน้ำในช่วง 6 เดือนจากนี้ไป

 "หากเป็นการกู้เงินในนามกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชน จะได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดที่อัตรา 5.25% ต่อปี ส่วนลูกค้ารายย่อยจะได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดที่ 6.75%" นายเอ็นนูระบุ

 ด้านนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สินค้าเกษตรในโครงการประกันราคาที่รัฐบาลเป็นห่วงมากที่สุดคือ ข้าว เนื่องจากมีปริมาณผลผลิตจำนวนมากถึง 20 ล้านตัน การประกันราคาต้องแยกประเภทให้ชัดเจน เพราะมีราคาที่ต่างกันออกไป คาดว่าในวันที่ 24 สิงหาคมนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) จะพิจารณาให้ความเห็นชอบราคาข้าวทุกประเภทได้

 “แม้ว่าเราจะใช้เงินในโครงการประกันราคาพอๆ กับที่ใช้ในโครงการรับจำนำ แต่ทุกเม็ดเงินจะตกถึงเกษตรกรจำนวน 4.9 ล้านครัวเรือน ต่างจากโครงการรับจำนำที่มีผู้ได้ประโยชน์เพียง 8 แสนครัวเรือนเท่านั้น" นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวและว่า ตามที่กระทรวงเกษตรฯ เสนอของบประมาณในการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพิ่ม จากเดิมที่ได้รับจัดสรรไปแล้ว 130 ล้านบาท รัฐบาลจะพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง ซึ่งการขึ้นทะเบียนเกษตรกร เป็นหัวใจสำคัญของโครงการประกันราคาสินค้าเกษตร ที่ต้องทำให้แล้วเสร็จตามเป้าหมาย