
เปิดโลกกว้าง-ห้องเรียนเสมือนจริงฟรี...ฟรี !!!
แม้สถานศึกษาแห่งนี้จะไม่ได้มอบปริญญาบัตรใดๆ ให้ แต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดค่าเรียนค่าหน่วยกิตใดๆ เหมือนกัน
วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยทั่วสหรัฐ เสนอห้องเรียนออนไลน์สำหรับทุกวิชาที่ทุกคนใฝ่ฝันถึง ซึ่งรวมถึงวิดีโอเทปการบรรยายในห้องเรียนโดยศาสตราจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดหลายคน
เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์อัพโหลดคลิปวิดีโอชื่อดังอย่างยูทูบ ได้เปิดช่องทางที่เรียกว่า YouTube EDU ขึ้นใน www.youtube.com/edu ซึ่งมีสถานศึกษาในสหรัฐทั้งวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมากกว่า 100 แห่งที่เสนอคอร์สเรียนออนไลน์ให้ฟรีๆ
หนึ่งในวิดีโอหลายพันวิดีโอของ YouTube EDU คือห้องเรียนของ ศาสตราจารย์ วอลเตอร์ เลวิน อาจารย์ฟิสิกส์ของ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (เอ็มไอที) ที่คลิปห้องเรียนของเขานั้นมีคนเข้าดูแล้วหลายแสนครั้ง ส่วนสถาบันการศึกษาชั้นนำอื่นๆ ในสหรัฐ ที่นำวิดีโอขึ้นสอนบนออนไลน์นั้นรวมถึงมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ มหาวิทยาลัยดาร์ทเมาท์ มหาวิทยาลัยดุค มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และมหาวิทยาลัยเยล
ซึ่งล้วนแต่เป็นมหาวิทยาลัยหัวกะทิระดับไอวี ลีกของสหรัฐแทบทั้งสิ้น
หากใครสนใจด้านทันตกรรม ห้องเรียนทันตกรรมของมหาวิทยาลัยมิชิแกน คณะทันตกรรมคือที่ที่คุณจะค้นหา เพราะช่องทาง YouTube EDU นั้นมีวิดีโอห้องเรียนออนไลน์ของคณะนี้ถึง 426 ชิ้น
แม้ห้องเรียนที่เสนอให้แก่นักเรียนนอกห้องบน YouTube EDU นั้นจะไม่เสียค่าใช้จ่าย และไม่มีหน่วยกิตใดๆ แต่ความจริงก็คือ ขณะนี้มีสถาบันการศึกษาหลายแห่งที่นำเสนอการเรียนออนไลน์พร้อมใบปริญญาให้แก่ผู้ที่สนใจ และกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก
ตามผลการศึกษาเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาของ สโลน คอนซอร์เทียม กลุ่มเอ็นจีโอที่มีภารกิจ "บูรณาการการศึกษาออนไลน์ให้เป็นช่องทางหลักของการศึกษาในระดับสูง" พบว่า มีนักศึกษามากกว่า 3.9 ล้านคนในสหรัฐที่เคยลงเรียนออนไลน์อย่างน้อย 1 ครั้งในปี 2550 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 12
โดยผลการศึกษายังเชื่อด้วยว่า ด้วยสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ จำนวนคนว่างงานเพิ่มขึ้น และน้ำมันราคาแพงขึ้น อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ความต้องการการศึกษาออนไลน์เพิ่มขึ้น
ใช่ว่าจะมีเพียงวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเท่านั้นที่เสนอห้องเรียนฟรีบนอินเทอร์เน็ต แต่ยังมีหน่วยงานอื่นๆ ที่เสนอหลักสูตรออนไลน์ให้แก่ผู้ที่ใฝ่หาความรู้ เช่น เนเจอร์ เอดูเคชั่น ที่เปิดเว็บไซต์ Scitable.com
สถานที่ซึ่งมีการบรรยายไว้ว่าเป็น "แหล่งช่วยเหลือการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์"
"สิ่งที่เราต้องการทำกับ Scitable คือนำการศึกษาเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 เพื่อใช้ประโยชน์จากเครื่องมือและเทคโนโลยีที่มีอยู่ทุกวันนี้ทุกอย่าง" วิครัม ซาฟการ์ ผู้อำนวยการหนังสือเนเจอร์ เอดูเคชั่น ซึ่งเป็นอีกแผนกหนึ่งของวารสาร เนเจอร์ วารสารวิทยาศาสตร์ชื่อดังของอังกฤษ กล่าว
"หนึ่งในเป้าหมายของเราคือการยกระดับสนามเด็กเล่นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ขึ้นมา โดยประเทศส่วนใหญ่ในโลกนี้มองว่า การพัฒนาแรงงานที่ได้รับการฝึกสอน และงานวิจัยในวิทยาศาสตร์นั้นเป็นกุญแจหลักในการพัฒนาประเทศ วิทยาศาสตร์มีอิทธิพลเกือบทุกสิ่ง ตั้งแต่การแพทย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม แต่กระนั้น การเข้าถึงข้อมูลและการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพนั้นมีความไม่เท่าเทียมกันทั่วโลก หลายกรณีก็มีราคาแพง หลายครั้งก็ไม่สามารถเข้าถึงได้ และหนึ่งในเป้าหมายใหญ่ของ Scitable คือการเสนอประเด็นที่มีคุณภาพ และสร้างชุมชนผู้เชี่ยวชาญที่นักเรียนจากทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้" ซาฟการ์อธิบายให้ฟัง
ซาฟการ์กล่าวอีกว่า มีผู้คนมากกว่า 85 ประเทศเข้าไปใช้ห้องสมุด เข้าร่วมชุมชนนักเรียน และคณะต่างๆ รวมทั้งเข้าไปใช้อุปกรณ์การเรียน ของ Scitable ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา
"ที่นี่ไม่ใช่เครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อวัตถุประสงค์ทางสังคมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ที่นี่คือการรวมตัวกันเพื่อการสอนและการเรียนรู้" ซาฟการ์กล่าวอย่างภูมิใจ โดย Scitable นั้นได้ทุ่มเทการศึกษาทั้งหมดให้แก่ด้านพันธุศาสตร์มาได้สักระยะแล้ว และตอนนี้กำลังวางแผนที่จะเปิดหัวข้อด้านชีววิทยาเซลส์ และโมเลกุล, การค้นพบยา, เทคโนโลยีชีวภาพ และวิทยาศาสตร์ระบบประสาทขึ้นด้วย
"ในท้ายที่สุด เราจะไปทำด้านเคมี และฟิสิกส์ เราจะพัฒนาโมเลกุลด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และนิเวศวิทยาขึ้น" ซาฟการ์เผยแผนการให้ฟัง โดยเขากล่าวอีกว่า เนเจอร์หวังว่า สุดท้ายแล้ว Scitable จะสามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเอง โดยอาศัยโฆษณา ผู้สนับสนุน และข้อเสนอสุดพิเศษ เช่น การสอนพิเศษ และบริการด้านการหางานได้
"เรากำลังสร้างช่วงเวลาดีๆ ระยะยาวเพื่อไปถึงจุดนั้น ซึ่งคาดว่าอาจะต้องใช้เวลาราว 4-5 ปี" ซาฟการ์กล่าวทิ้งท้าย
มลฤดี จันทร์สุทธิพันธุ์
ที่มา เอเอฟพี



