
ปวงไทยน้อมเกล้าถวายสักการะพระบรมศพ
อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.กว่าห้าหมื่นคน
วันที่ 23 ธ.ค. ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เป็นวันที่ 17 โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานในสังกัด ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
เมื่อเวลา 7.00 น. นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และวัดบวรนิเวศวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยมี กรมปศุสัตว์ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ต่อมา เวลา 10.30 น. นายสุรเดช เตียวตระกูล ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม จำนวน 8 รูป จากวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการและพนักงาน จากกรมพัฒนาที่ดิน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพ
น้อมเกล้าถวายสักการะพระบรมศพ
ในวันที่เจ็ดสิบเอ็ดของการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล พระบรมศพสมเด็จพระปรมินทรมหาาภูมิพลอดุลยเดช ประชาชนจำนวนมากยังคงเดินทางมาร่วมกราบสักการะพระบรมศพสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เช้ามืดอย่างต่อเนื่อง ทั้งคณะนักเรียน นักศึกษา ชาวบ้านที่มาพร้อมหน่วยงานจังหวัด และรวมค่ารถเดินทางกันมาเอง ต่างกล่าวตื่นตนใจที่ได้เข้สไปกราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 สมความตั้งใจ
ครอบครัวยายเลี่ยน ศรีทองสม
นางเลี่ยน ศรีทองสม อดีตลูกเสือชาวบ้าน ซึ่งเกิด พ.ศ. 2460 สมัยรัชกาลที่ 6 ปัจจุบันอายุ 99 ปี 8 เดือน บุคคล 5 แผ่นดิน ชาวระนอง เดินทางพร้อมลูกหลานรวม 10 คน มาต่อแถวเพื่อเข้ากราบสักการะตั้งแต่ตี 3 กล่าวว่า รู้สึกตื้นตันใจและภูมิใจที่ได้มากกราบสักการะในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อรู้ว่าลูกหลานจะพามาก็ดีใจมาก เพราะแก่แล้วเดินหรือยืนนานไม่ไหว ครั้งนี้มารอแต่เช้ารู้ว่าจะได้เข้าไปกราบในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็ไม่เหนื่อยเลย
“สมัยที่เป็นลูกเสือชาวบ้าน เคยรับเสด็จและได้ชื่นชมพระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9 หลายครั้งในระหว่างที่เสด็จมาที่ระนองและพื้นที่ใกล้เคียง เห็นพระองค์ท่านทรงงานหนัก เดินทางไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่คนไทยดีขึ้น มีลูกหลานยายก็สอนให้ยึดในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นแบบอย่างอดทน และประหยัด” ยาย 5 แผ่นดิน เล่าด้วยน้ำเสียงสดใส ไม่อ่อนเพลีย
ขณะที่ นางทิพย์มณฑา หล่อวิทยา อายุ 65 ปี อดีตครูโรงเรียนวัดหาดส้มแป้น ลูกสาวคนแรกของยายเลี่ยน ที่เดินทางมาพร้อมกัน กล่าวว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจและทรงงานหนักตลอด 70 ปีที่พระองค์ครองราชย์ ในฐานะที่เป็นครูก็ได้สอนและบอกเล่าให้นักเรียนรุ่นต่อรุ่น โดยเฉพาะเรื่องความพอเพียง พอดี และการรู้จักแบ่งปันให้กับผู้อื่นเสมอ
จุติกาญจน์ สุขเกษม
นางสาวจุติกาญจน์ สุขเกษม นักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ สาขาการเงิน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เผยว่ามารอต่อแถวตั้วแต่ตี 4 พร้อมเพื่อนชุมนุมนักลงทุนรุ่นใหม่และอาจารย์รวม 44 คน ก่อนหน้านี่ได้มาอบรมวิชาการที่กรุงเทพฯ และมีแผนเดินทางเข้ามาสักการะพระบรมศพในวันนี้ จากนั้นจะแวะชมนิทรรศการนิทรรศรัตนโกสินทร์ ก่อนกลับ จ. สงขลา “ไม่เหนื่อย และตื้นตันใจมากๆ ก่อนหน้านี้เราตามข่าวมาแล้วรู้ว่าต้องรอนาน แต่ไม่รู้สึกบั่นทอนความตั้งใจ โดยเตรียมร่างกายให้พร้อม และคิดว่าต้องอดทนเพื่อให้ได้เข้าไปกราบพระองค์ท่านสักครั้งในชีวิต แม้เป็นเด็กรุ่นใหม่ไม่ทันเห็นพระองค์ท่านทรงงานตามที่ต่างๆ แต่ที่มหาวิทยาลัยก็มีโครงการผลิตไบโอดีเซล ที่พระองค์เคยรับสั่งให้จัดทำในมหาวิทยาลัย ซึ่งก็มีการสานต่อโครงการอย่างต่อเนื่องเปิดให้ นักศึกษาเข้าไปดูงานอยู่บ่อยๆ ยังมีโครงการอื่นที่เราได้ทราบมาตั้งแต่เด็กๆ เห็นได้ว่าทรงเป็นแบบของคนขยัน อดออม และแบ่งปัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น้อมนำเอาไปใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนนี้ที่บ้านเริ่มปลูกผักกันเล็กน้อยๆ พอได้ผลผลิตมาทำกับข้าว แบ่งปันแลกเปลี่ยนกับเพื่อนบ้านได้บ้าง เป็นชีวิตวิถีพอเพียงที่เริ่มทำได้ง่ายๆ และได้ผลดี ” นักศึกษาสาวกล่าว
นางสาวธมนวรรณ จันทร์สวย อายุ 34 ปี ครูชำนาญการ โรงเรียนบ้านหนองมะค่า ต.หนองมะค่า อ.โคกเจริญ จ.ลพบุรี กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ ว่า ตนเดินทางมาพร้อมกับครูและนักเรียน จาก ร.ร.บ้านหนองมะค่า ร.ร.ยางรากวิทยา และ ร.ร.โคกเจริญวิทยา กว่า 200 คน ซึ่งออกเดินทางออกจากโรงเรียนตั้งแต่ 2 ทุ่ม ของวันที่ 22 ธ.ค. และเดินทางมาถึงท้องสนามหลวงช่วงตี 2 ของเช้าวันนี้ เพื่อมากราบถวายบังคมพระบรมศพแสดงความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ และถึงแม้ตนจะไม่เคยได้เห็นหรือเคยรับเสด็จฯพระองค์ท่านเลยสักครั้ง แต่ก็รับรู้ได้ว่าพระองค์ทรงงานต่างๆเพื่อคนไทย
“รักพระองค์ท่านมาก ถึงแม้จะไม่เคยเห็นพระองค์ท่านเลยก็ตาม รักในความดีของพระองค์ และในฐานครู ก็จะขอทำความดีโดยการน้อมนำคำสอนของพระองค์ส่งผ่านความดีเพื่อลูกศิษย์ทุกคน เพื่อให้พระองค์ท่านหลับให้สบาย จะสอนในเรื่องคุณธรรม การเป็นคนดีของสังคม เพราะสังคมเราขณะนี้ต้องการคนดีมีคุณธรรม มากกว่าคนเก่ง หากทุกคนมีสิ่งเหล่านี้ก็จะคิดได้เอง แล้วสังคมโดยรวมก็จะดีตาม” น.ส.ธมนวรรณ กล่าวด้วยน้ำตาแห่งความตื้นตันใจ
สมัย อ่อนสรวง
นางสมัย อ่อนสรวง อายุ 65 ปี อาชีพทำนา พสกนิกรจาก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เหมารถตู้เดินทางมาพร้อมญาติและเพื่อนบ้านรวม 11 คน เข้าคิวเพื่อเข้าสักการะตั้งแต่ตี 3 และได้เข้ากราบประมาณ 9 โมงเช้า เปิดเผยว่า เป็นครั้งแรกที่มากรุงเทพฯ ตั้งใจมากราบสักการะพระบรมศพในหลวง ร.9 ใกล้ๆ ด้วยรักและคิดถึงพระองค์มาก
“ ภูมิใจที่เราได้อยู่ในช่วงรัชกาลที่ 9 เมื่อได้เข้ากราบเป็นความรู้สึกที่ปลาบปลื้มใจจริงๆ พระองค์เสมือนพ่อของเรา ดูแลลูกๆ ทุกคน ที่แม้จะอยู่ไกลในถิ่นทุรกันดารขนาดไหน น้ำพระทัยของพระองค์ก็ไปถึง กลับไปบ้านจะไปบอกเล่าให้กับเพื่อนบ้านฟังถึงความปลาบปลื้มใจครั้งนี้ และหากมีโอกาสจะเดินทางมากราบสักการะอีก” นางสมัยกล่าวด้วยความตื้นตัน
ทั้งนี้สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม หลัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 01.00 น. จากกำหนดเดิมเวลา 21.00 น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอเข้ากราบพระบรมศพในบริเวณสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 55,475 คน รวม 53 วัน มี 2,137,393 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,665,287.75 บาทรวม 53 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 169,753,840.75 บาท



