
บอลไทยอันดับโลกขยับขึ้นที่126โลก
“ช้างศึก” ทีมชาติไทย ได้แชมป์อาเซียนแต่อันดับโลกส่งท้ายปี 2559 ของ ฟีฟ่า ยังเป็นเบอร์ 2 อาเซียนเหมือนเดิม ทว่าอันดับโลกขยับขึ้นมาอยู่ที่ 126
สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ทำการจัดอันดับโลกครั้งสุดท้ายของปี 2559 ผ่านทางเว็บไซต์ www.fifa.com เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ปรากฎว่า “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ซึ่งทำผลงานได้ดีในศึกชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016” ด้วยการคว้าแชมป์มาครอง ทำให้อันดับขยับขึ้นมา 3 อันดับ จากเดิมอันดับ 129 ของโลก อันดับ 19 เอเชีย และอันดับ 2 อาเซียน เทียบเท่า เวียดนาม ขึ้นมารั้งอันดับ 126 ของโลก อันดับ 18 เอเชีย และอันดับ 2 อาเซียน เพียงชาติเดียว ส่วน เวียดนาม ตกไปอยู่อันดับ 3 อาเซียน ส่วนอันดับ 1 อาเซียนยังคงเป็น ฟิลิปปินส์ ที่อยู่อันดับ 120 ของโลก
“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทย กล่าวว่า ไม่รู้สึกเสียดายที่อันดับโลกของไทยเป็นเพียงอันดับ 2 ของอาเซียน เพราะความสำเร็จที่ได้รับเป็นการพิสูจน์ผลงานที่แท้จริงว่า ทีมชาติไทย เป็นทีมที่ดีที่สุดของอาเซียนอย่างแท้จริง
“แม้เราจะยังไม่เป็นเบอร์ 1 อาเซียนจากการจัดอันดับโลกของ ฟีฟ่า แต่การคว้าแชมป์อาเซียนสมัยที่ 5 เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าเราประสบความสำเร็จและเป็นทีมที่ดีที่สุดของอาเซียน เนื่องจากตลอด 3 ปีที่ผมทำทีม เราได้แชป์ ซีเกมส์ กับ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ อย่างละ 2 สมัยด้วยกัน”
ขณะเดียวกัน ที่อาคารพงษ์สุภี บริษัท แอพเพิล เวลธ์ โฮลดิงส์ และ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ ได้มอบเงินบริษัทฯ ละ 1 ล้านบาท รวมเป็นจำนวน 2 ล้านบาท ให้กับสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เพื่อร่วมสมทบทุนช่วยสมาคมฯ อัดฉีดแข้ง “ช้างศึก” ที่คว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 โดยมี “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เป็นผู้รับมอบ ซึ่ง “บิ๊กอ๊อด” กล่าวว่าจะมีการแบ่งสัดส่วนก่อนมอบให้กับนักเตะต่อไป
“เงินอัดฉีดที่นักเตะไทยจะได้รับรวมทั้งสิ้น 22 ล้านบาท แบ่งเป็นจากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ 15 ล้านบาท ซึ่งสมาคมฯ กำลังหาจากผู้สนับสนุน ส่วนอีก 7 ล้านบาทเป็นเงินรางวัลจาก เอเอฟเอฟ ที่มอบให้กับทีมแชมป์ ซึ่งจะโอนเข้าบัญชีของสมาคมฯ โดยเราจะทำการแบ่งสัดส่วนนักเตะได้รับ 80 เปอร์เซนต์ และทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ชได้รับ 20 เปอร์เซนต์ ซึ่งถือเป็นข้อตกลงที่เคยพูดคุยกันไว้ก่อนหน้านี้”
“บิ๊กอ๊อด” กล่าวต่อว่า สมาคมฯ กำลังเดินหน้าว่าจ้างบริษัทฯ ระดับโลก เข้ามาวางระบบของวงการฟุตบอลไทย เหมือนอย่างที่สโมสรดังๆ ของโลก อาทิ เรอัล มาดริด ปารีส แซงต์ แชร์กแมง หรือกวางโจว เอเวอร์แกรนด์ ฯลฯ กำลังทำอยู่ โดยบริษัทฯ ดังกล่าวจะเข้ามาดูภาพรวมของฟุตบอลไทยทุกระดับให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นจะไม่มีเรื่องระบบอุปถัมภ์เหมือนอย่างที่วงการกีฬาไทยประสบอยู่ทุกวันนี้แน่นอน
“ช่วงต้นเดือน มกราคม 2560 ผมจะเดินทางไปศึกษาดูงานที่สโมสรปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมในลีกเอิง ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีการบริการจัดการโดยใช้บริษัท เอคโคโน ก่อนจะมาหารือกันอีกครั้ง เนื่องจากการบริหารจัดการของบริษัทต่างๆ มีความแตกต่างกัน ซึ่งเราต้องการบริษัทฯ ที่มีความเหมาะสมกับวงการฟุตบอลไทยให้มากที่สุด”



