ข่าว

เปิดปูม อานิส อัมรี เหยียบรถบรรทุกสังหารหมู่เบอร์ลิน

เปิดปูม อานิส อัมรี เหยียบรถบรรทุกสังหารหมู่เบอร์ลิน

23 ธ.ค. 2559

บุคคลที่อยู่ในบัญชีรอการเนรเทศมาตั้งแต่กลางปี ไปไหนมาไหนในประเทศด้วยชื่อไม่ซ้ำ จนวันหนึ่งมาเหยียบรถบรรทุกก่อการร้ายเขย่าเยอรมนี

 

            สองวันหลังเยอรมนีถูกโจมตีนองเลือดสุดในรอบหลายสิบปี โดยผู้ก่อการร้ายใช้รถบรรทุกเป็นอาวุธ แล่นตะบึงเสยฟุตบาทถล่มร้านค้าและผู้คนในตลาดคริสต์มาสไบรท์ชายด์ยามค่ำคืน ในถนนช็อปปิ้งมีชื่อเสียงของกรุงเบอร์ลิน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 คน บาดเจ็บอีกร่วม 50 คน ตำรวจรู้ตัวผู้ต้องสงสัยชื่อ อานิส อัมรี ชาวตูนิเซีย วัย 24 ปี ที่เชื่อว่าเป็นคนขับรถบรรทุกมรณะ และกำลังไล่ล่าให้ได้ตัวโดยเร็วที่สุด พร้อมตั้งรางวัลนำจับ 1 แสนยูโร (ราว 3.7 ล้านบาท) ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ขรมว่า บุคคลที่เคยมีประวัติก่ออาชญากรรมอุกฉกรรจ์ ทั้งยังเคยอยู่ในเรดาร์ทางการมาระยะหนึ่งว่าอาจก่อการร้ายอันตราย สามารถหลบเลี่ยงการถูกจับกุมและเนรเทศจากเยอรมนี จนมาจี้รถบรรทุกหนัก 40 ตันจากคนขับชาวโปแลนด์  มาใช้ก่อเหตุสะเทือนขวัญเขย่าประเทศพี่ใหญ่ยุโรปที่เดิมเคยปลอดจากก่อการร้ายใหญ่โต ไม่เหมือนฝรั่งเศส และเบลเยียม

 

เปิดปูม อานิส อัมรี เหยียบรถบรรทุกสังหารหมู่เบอร์ลิน

( ภาพ AFP ) 

 

            ทีมสอบสวนเยอรมนีพบลายนิ้วมือและเอกสารอนุญาตพำนักชั่วคราวของเขา อยู่ในห้องคนขับของรถบรรทุก และคาดว่าอัมรีอาจได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับคนขับรถบรรทุกชาวโปแลนด์ ที่ถูกฆาตกรรมเป็นศพอยู่บนเบาะข้างคนขับ แต่ตำรวจเชื่อว่าเขามีอาวุธและอันตราย

 

 

เปิดปูม อานิส อัมรี เหยียบรถบรรทุกสังหารหมู่เบอร์ลิน

 

 

             อัมรี เกิดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2535 ใช้ชื่อปลอม 6 ชื่อ บางครั้งอ้างเป็นชาวเลบานอน บางทีก็อียิปต์ ขณะหลบหลีกหน่วยงานความมั่นคง และเข้าไปคลุกคลีกับนักเทศน์สุดโต่งหลายคน

            อัยการเบอร์ลิน ซึ่งรับผิดชอบสอบสวน กล่าวว่า อัมรีต้องสงสัยวางแผนลักทรัพย์เพื่อนำเงินไปใช้ซื้อปืนอัตโนมัติ คาดว่านำมาใช้โจมตี แต่จากการติดตามพฤติกรรมที่เริ่มเมื่อเดือนมีนาคมพบว่า หนุ่มตูนิเซียรายนี้เป็นนักค้ายาเสพติดรายเล็กๆ ในเบอร์ลิน ที่ครั้งหนึ่งเคยมีเรื่องชกต่อยกับพ่อค้าอีกราย นอกจากนั้นแล้ว ก็ไม่เห็นความเชื่อมโยงกับกลุ่มสุดโต่ง การสอดส่องอัมรีจึงยุติลงเมื่อเดือนกันยายน

            หนังสือพิมพ์ บิลท์ อ้างการเปิดเผยของทีมสอบสวนว่า อัมรีติดต่อกับนักเทศน์สร้างความเกลียดชัง รวมถึง อาห์หมัด อับเดลาซิส เอ หรือ อาบู วาลา หลายครั้ง ก่อนที่อาบู วาลา จะถูกจับกุมฐานสนับสนุนไอเอสเมื่อเดือนพฤศจิกายน

            อัมรีพยายามหาแนวร่วมมาก่อเหตุโจมตีเมื่อช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิของปีนี้ และมีครั้งหนึ่งพยายามจะขอซื้อปืนจากตำรวจนอกเครื่องแบบ และ เดินทางไปมาในรัฐต่างๆ ของเยอรมนีโดยใช้ชื่อไม่ซ้ำกัน ถึงอย่างนั้น ทางการไม่เคยมีหลักฐานมากพอที่จะจับกุมเขาได้ในข้อหาใดข้อหาหนึ่ง

            นิวยอร์กไทมส์รายงานเพิ่มเติมว่า อัมรีอยู่ในบัญชีห้ามบินของสหรัฐ ทั้งเคยสำรวจหาข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุระเบิดทางอินเทอร์เน็ต กับสื่อสารกับไอเอสอย่างน้อย 1 ครั้งทางแอปพลิเคชันแชท”เทเลแกรม”

 

เปิดปูม อานิส อัมรี เหยียบรถบรรทุกสังหารหมู่เบอร์ลิน

( ภาพ AFP ) 

            ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ที่เมืองออสทาเลีย ใกล้เมืองไครูน เมืองศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลาม ที่กลายเป็นฐานที่มั่นของนิกายซาลาฟีหลังการปฏิวัติโค่นอำนาจระบอบเผด็จการซีเน เอล อาบีดีน เบน อาลี เมื่อปี 2554 ขณะเป็นเยาวชน อัมรีถูกจับกุมข้อหายาเสพติดหลายครั้ง และถูกพิพากษาลับหลังจำคุก 5 ปีในข้อหาใช้ความรุนแรง เขาหนีจากบ้านเกิดไปขอลี้ภัยที่อิตาลีหลังการปฏิวัติในตูนิเซียที่เป็นจุดเริ่มของอาหรับสปริงเมื่อ 7 ปีก่อน ต่อมา ถูกจำคุก 4 ปีฐานวางเพลิงโรงเรียนแห่งหนึ่ง และเพิ่งเข้าไปอยู่ในเยอรมนีเมื่อเดือนกรกฎาคม 2558 ช่วงที่ผู้อพยพและผู้ขอลี้ภัยหลายแสนคนทะลักเข้าเยอรมนี

            ทางการเยอรมนีปฏิเสธคำร้องขอลี้ภัยของเขาเมื่อเดือนมิถุนายน แต่ก็ไม่สามารถเนรเทศได้ เพราะเจ้าตัวอ้างว่าไม่มีเอกสารเดินทางเลย ขั้นตอนส่งกลับล่าช้าเรื่อยมาด้วยติดขั้นตอนราชการกับตูนิเซีย ซึ่งปฏิเสธความเป็นพลเมืองของเขามานาน แต่เอกสารเดินทางเพิ่งมาถึงเมื่อวันพุธนี้เอง หลังการโจมตีแค่สองวัน

            ที่ตูนิเซีย ครอบครัวของอัมรีรู้สึกช็อก หลังมีตำรวจต่อต้านก่อการร้ายเข้าไปสอบปากคำ และเพิ่งได้รู้ว่าคนในครอบครัวได้กลายเป็นบุคคลที่ยุโรปต้องการตัวไปแล้ว พี่สาวของเขากล่าวว่า ไม่อยากเชื่อว่าน้องชายไปทำเรื่องแบบนั้นได้ เธอยังติดต่อพูดคุยกันทางเฟซบุ๊กเป็นประจำ ไม่ระแคะระคายเลยว่าจะมีเรื่อง อัมรีร่าเริงและยิ้มแย้มเสมอ ส่วนน้อง/พี่ชายของเขา อับเดลคาเดร์ กล่าวว่า ตอนเห็นภาพของอัมรีในสื่อ ไม่อยากจะเชื่อสายตา ไม่อยากเชื่อว่าเขาเป็นคนที่ก่ออาชญากรรมครั้งนี้ แต่หากผิดจริง ก็สมควรถูกลงโทษ ครอบครัวพวกเราปฏิเสธการก่อการร้ายและผู้ก่อการร้าย