
รวบ3 นร.ซ่าตระเวนขโมยรถจยย.
ตำรวจโคกคราม โชว์ผลงาน รวบ 3 นักเรียนซ่า ตระเวนขโมยรถจักรยานยนต์ ย่านเคหะนวมินทร์ สารภาพอยากได้เอาไปซิ่งป่วนเมือง สุดท้ายไม่รอดถูกจับได้พร้อมของกลาง
สน.โคกคราม - เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2559 พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคํา รอง ผบก.น.2 พ.ต.ท.พีรรัฐ โยมา สวป.สน.โคกคราม ร.ต.อ.กิฬา จันทร์ทรัพย์กา รอง สวป. และร.ต.ท.ศุภกิตติ์ เจียมสวสดิ์ รอง สวป. ร่วมกันนำกำลังตำรวจ ฝ่ายป้องกันและปราบปราม สน.โคกคราม จับกุมตัว นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี นายบี (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี และนายซี (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ผู้ต้องหาแก๊งนักเรียนขาสั้นลักรถ จยย. พร้อมของกลาง รถ จยย.ยามาฮ่า มีโอ สีส้ม-ขาว หมายเลขทะเบียน ษทพ 446 กรุงเทพมหานคร โดยสามารถจับกุมได้ เมื่อเวลา 22.45 น.วันที่ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา
พ.ต.อ.สราวุธ กล่าวว่า สืบเนื่องจากตำรวจ ฝ่ายป้องกันและปราบปราม สน.โคกคราม ได้รับการประสานจากตำรวจ ฝ่ายสอบสวน สน.โคกคราม ว่า เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. เวลาประมาณ 00.05 น. ได้มีเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นมีโอ่ สีส้มขาว หมายเลขทะเบียน ษธพ 446 กรุงเทพมหานคร.ไปจำนวน 1 คัน โดยเหตุเกิดที่ ชั้นล่างอาคาร 10 การเคหะนวมินทร์ 139 กทม. จากนั้นตำรวจชุดจับกุม ได้ออกตรวจในพื้นที่ จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. เวลาประมาณ 17.30 น. ทางตำรวจชุดจับกุม ได้ข้อมูลมาว่า รถคันดังกล่าวมาจอดอยู่ที่บริเวณใต้สะพานลอย ปากซอยนวมินทร์ 139 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. โดยผู้ขับขี่จักรยานยนต์คันดังกล่าว มีรูปพรรณเป็นชายวัยรุ่น จำนวน 2 คน อายุประมาณ 14-16 ปี เมื่อนำรถมาจอดไว้แล้ว ได้เดินออกไปจากบริเวณดังกล่าวทันที
พ.ต.อ.สราวุธ กล่าวอีกว่า จากนั้นทางตำรวจจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบรถจักรยานยนต์คันที่ถูกขโมย จึงได้กระจายกำลังเฝ้าสังเกตการณ์โดยรอบ ต่อมาเวลาประมาณ 18.30 น.วันเดียวกัน นายบี และ นายเอ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ จีพีเอ็ก สีดำ รุ่นเอฟ01 ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดเอาไว้บริเวณดังกล่าวอีก โดยมีนายบี เป็นผู้ขับและนายเอ เป็นคนซ้อน เมื่อขับมาถึงบริเวณที่จอดรถ จยย. นายเอ ได้ลงจากรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ จีพีเอ็กแล้ว แล้วเดินลงมาที่รถก่อนขึ้นไปสตาร์ทเครื่องยนต์ โดยมีนายบี จอดรถจักรยานยนต์อีกคันรออยู่
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเห็นดังนั้น จึงได้เข้าไปแสดงตัวเพื่อทำการตรวจสอบ และทำการตรวจค้น พบว่ามีการดัดแปลงการอุปกรณ์ตัวสตาร์ทรถ โดยวิธีการต่อสายตรง โดยไม่ต้องใช้กุญแจในการสตาร์ทรถ จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาสอบสวนที่ สน.โคกคราม
ทั้งนี้ ระหว่างตำรวจทำการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองอยู่นั้น นายซี ได้ติดต่อมาหานายบี เพื่อนัดออกมาขับขี่จักรยานยนต์เที่ยวเล่น กระทั่งทางตำรวจสามารถขยายผลจนสามารถจับกุมนายซี ได้ที่บริเวณใต้อาคาร 10 เคหะนวมินทร์ จึงได้ควบคุมตัวมายัง สน.โคกคราม อีกราย
สอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดยอมรับสารภาพว่า ทั้งสามคนเป็นเพื่อนกัน และยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนย่านลาดพร้าว โดยได้ชักชวนกันออกไปลักรถจักรยานยนต์มาจากบริเวณที่จอดรถของตึกเคหะนวมินทร์ ตึก 10 ภายในซอยนวมินทร์ 139 โดยนายซี เป็นผู้ลงมือต่อสายตรงรถจักรยานยนต์ ส่วนนายเอ และนายบี เป็นผู้ดูต้นทาง เมื่อต่อสายตรงสำเร็จแล้ว จึงช่วยกันเข็นรถออกจากบริเวณใต้อาคาร 10 เพื่อหลบกล้องวงจรปิด และเมื่อลักรถจักรยานยนต์มาได้แล้ว นายเอ นายบี และนายซี ได้ผลัดกันใช้รถคันดังกล่าว ส่วนรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อจีพีเอ็ก ดำ รุ่นเอฟ01 ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนที่ตนทั้ง 2 ขับขี่ซ้อนกันมานั้น นายบี ได้ร่วมกับนายซี ลักมาจากลานจอดรถวัดบึงทองหลาง พื้นที่ สน.ลาดพร้าว เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันที่ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งสามยังรับสารภาพอีกว่า ตนทั้งสามไม่ได้ตั้งใจจะขโมยรถไปขายแต่อย่างใด เพียงชื่นชอบการขับขี่รถ จยย.ซิ่งตามท้องถนน ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งสามได้ขอร้องให้ผู้ปกครองซื้อรถ จยย.ให้ แต่ได้รับการปฏิเสธ ต่อมาพวกตนอาศัยจังหวะที่ผู้ปกครองไม่อยู่ไปทำงาน จึงพากันออกตระเวนลักรถตามหอพัก หรือแฟลตอาคาร ที่มีรถจยย.จอดอยู่เป็นจำนวนมาก โดยจะเลือกเฉพาะรถที่ไม่ล็อกดิสเบลค รวมไปถึงรถที่ไม่ได้ล็อกคอรถ ทำให้ง่ายต่อการโจรกรรม
"อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้อยากจะฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงผู้ปกครอง ให้ดูแลบุตรหลานของท่านให้ดี อย่าปล่อยให้เกิดเหตุลักษณะนี้ รวมไปถึงประชาชนที่ใช้รถ จยย.ควรจอดรถไว้ที่ปลอดภัย ล็อกดิสเบลคทุกครั้ง เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. อีกด้วย เบื้องทางตำรวจแจ้งข้อหา" ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป หรือ ร่วมกันรับของโจร" ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป" พ.ต.อ.สราวุธ กล่าว



