
ซีไอเอ็มบีหั่นเป้าเศรษฐกิจปีหน้า ห่วงส่งออกติดลบ
ซีไอเอ็มบีไทยหั่นเป้าเศรษฐกิจไทยปี 60 จาก 3.5% เหลือ 3.2% มองส่งออกติดลบเป็นปีที่ 5 เหตุความเสี่ยงจากตลาดเป็นหลัก หวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ย ฉุดบาทอ่อน เงินทุนไหลออก
22 ธ.ค. นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปี 2560 ลงจาก 3.5% เหลือ 3.2% สาเหตุหลักมาจากความเสี่ยงของตลาดโลกเป็นหลัก แม้เศรษฐกิจในประเทศจะฟื้นตัวได้บ้างจากการบริโภค แต่ไม่สามารถชดเชยแรงกดดันจากภายนอกได้ ทั้งนโยบายกีดกันการค้าของประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ เศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลงต่อเนื่อง ความผันผวนของตลาดเงินตลาดทุนจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และราคาน้ำมันที่จะขยับสูงขึ้น
“เศรษฐกิจไทยปี 2559 คาดว่าจะโต 3.3% ส่วนปี 2560 ครึ่งปีแรกเศรษฐกิจไทยอาจโตต่ำกว่า 3% จากการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ การบริโภคภาคเอกชนโตไม่แรง ในครึ่งปีหลังน่าจะดีขึ้นจากเศรษฐกิจโลกสดใส และนโยบายรัฐ ส่วนการส่งออกคาดว่าจะติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยครึ่งปีแรกติดลบ 1.2% และติดลบ 0.6% ในครึ่งปีหลัง” นายอมรเทพกล่าว
ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนอาจจะชะลอต่อเนื่อง เพราะปัญหาเชิงโครงสร้างที่เอกชนหยุดลงทุนมาเป็นเวลานาน สิ่งที่น่าเป็น ห่วงอีกประการคือ ครัวเรือนรายได้ระดับล่างและธุรกิจเอสเอ็มอี กำลังซื้อคงไม่ขยับมาก เพราะปัญหาหนี้ครัวเรือนยังสูง กดดันการบริโภคไม่ให้เร่งตัวมาก แต่เชื่อว่ามาตรการรัฐทั้งโอท็อปช่วยชาติ เที่ยวช่วยชาติ และช้อปช่วยชาติ จะประคับประคองการบริโภคได้บ้าง ด้านรายได้และความเชื่อมั่นผู้บริโภคมีแนวโน้มฟื้นตัวตามรายได้จากการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ มองว่าโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่จะกระตุ้นให้ภาคเอกชนลงทุนตาม โดยในระยะสั้นจะช่วยให้เกิดการจ้างงานและส่งผลดีต่อกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น รับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักรและอุปกรณ์ ซึ่งในระยะต่อไปการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้กลับมาลงทุนมากขึ้น
สำหรับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของไทยคาดว่าจะคงที่ที่ 1.5% ต่อไปต่อเนื่องทั้งปี แม้สหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยคาดว่าในปีหน้าจะขึ้น2ครั้งในช่วงกลางปีและปลายปี ทำให้เงินบาทอ่อนค่าแตะ 37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และมีเงินทุนไหลออก สภาพคล่องตึงตัวมากขึ้น จึงต้องเริ่มเตรียมตัวระดมทุนผ่านตลาดพันธบัตรให้เร็ว เพื่อจะได้ระดมทุนด้วยต้นทุนถูกลง ไม่เช่นนั้นต้นทุนจะสูงขึ้น



