ข่าว

น้อมสักการะด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

น้อมสักการะด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

22 ธ.ค. 2559

ประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 5,082,062.75 บาท รวม 52 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 165,088,553 บาท

น้อมสักการะด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

วันที่ 22 ธันวาคม สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม หลังปิดการเข้ากราบสักการะในเวลา 23.30 น. จากกำหนดเดิมเวลา 21.00 น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอในมณฑลพิธีสนามหลวงเป็นจำนวนมากว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 54,339 คน รวม 52 วัน มียอดสะสม 2,081,918 คน และมีประชาชนถวายเงินร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 5,082,062.75 บาท รวม 52 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 165,088,553 บาท

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้สำนักพระราชวัง เปิดประตูวิเศษไชยศรี ตั้งแต่เวลา 04.45 น.ให้ประชาชนผู้พิการ และผู้สูงอายุที่นั่งรถวิลแชร์ได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพเป็นกลุ่มแรกๆ โดยตลอดทั้งวันมีพสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศ อาทิ สุรินทร์ พิษณุโลก ปทุมธานี ของแก่น เพชรบุรี ฯลฯ ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เดินทางมาอย่างไม่ขาดสายท่ามกลางสภาพอากาศเย็นสบาย

นายพัสกร โตเสน่ห์ อายุ 43 ปี หัวหน้ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนนครไทย จ.พิษณุโลก นำคณะลูกเสือ ผู้บำเพ็ญประโยชน์ และยุวกาชาด กว่า 200 คน แต่งกายเครื่องแบบกิจกรรมมากราบสักการะพระบรมศพ โดยเปิดเผยว่า ทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 ที่มีต่อลูกเสือ ทรงทำให้กิจการลูกเสือได้ถูกรื้อฟื้นคงสถานะเดิมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ทำให้การลูกเสือในประเทศไทยได้เริ่มต้นเคลื่อนไหวเข้มแข็งขึ้นมาใหม่ และเพื่อถวายความเคารพต่อพระองค์ท่าน ในปีนี้จึงงดการเข้าค่ายลูกเสือ

นายพัสกร กล่าวต่อไปว่า ในฐานะของลูกเสือได้สูญเสียประมุขไป แต่สิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำยังคงอยู่ ที่ผ่านมาทรงสนพระราชหฤทัยในลูกเสือทั้งลูกเสือสากลและลูกเสือชาวบ้าน ทรงเข้าพระราชหฤทัยในหลักจิตวิทยาพฤติกรรมมนุษย์และจิตวิทยาสังคมอย่างลึกซึ้ง ทรงเล็งเห็นว่ากิจกรรมลูกเสือนั้นสามารถพัฒนาคนให้เป็นคนดี มีคุณธรรมเพื่อเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติได้ ทรงเป็นองค์ประมุขคณะลูกเสือแห่งชาติที่พวกเราเคารพรัก และเทิดทูน การมาครั้งนี้อยากให้ลูกเสือรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ เพื่อตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อคณะลูกเสือไทย   

น้อมสักการะด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ก่อเกียรติ พานพรม-สุวัชชัย วัฒนวิทย์ 

นายก่อเกียรติ พานพรม อายุ 15 ปี และนายสุวัชชัย วัฒนวิทย์ อายุ 15 ปี ลูกเสือที่เดินทางมาในวันนี้เปิดเผยว่า รู้สึกปลาบปลื้มที่มีโอกาสเข้ากราบสักการะพระบรมศพ และภูมิใจที่ได้สวมชุดลูกเสือที่มีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นองค์ประธาน เคยเห็นพระองค์ทรงเครื่องแบบลูกเสือ รู้สึกถึงความสง่างาม ประทับใจในหลวง ร.9 ในทุกเรื่อง ทรงช่วยเหลือให้ประชาชนสามารถเลี้ยงตัวเองได้ โดยอนาคตอยากทำงานด้านการพัฒนาคนให้เป็นคนดีต่อไปด้วย  

น้อมสักการะด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

 ธุมวดี อินจัน

ด.ญ.ธุมวดี อินจัน อายุ 14 ปี ชั้น ม. 3 โรงเรียนนครไทย จ.พิษณุโลก นักเรียนผู้บำเพ็ญประโยชน์ กล่าวด้วยความตื้นตันใจที่ได้มากราบสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศว่า ดีใจมากที่ได้มาเพราะ อ.นครไทย อยู่ค่อนข้างไกลจากกรุงเทพฯ โอกาสที่จะได้เดินทางมาควมีไม่มากนัก เมื่อทราบจากทางโรงเรียนว่าจะมีการจัดพานักเรียนมากราบสักการระพระบรมศพก็ตั้งตาคอย ได้ออกเดินทางโดยรถบัสจากโรงเรียน ตั้งแต่ 5 โมงเย็นของวันที่ 21 ธันวาคม มาถึงยังบริเวณท้องสนามหลวง ราวตี 2 ก่อนจะเข้าแถวรอและได้เข้ากราบถวาย สักการะ ซึ่งความรู้สึกขณะที่ได้กราบสักการะตื้นตันใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่   

“หนูได้ฟังเรื่องราวของในหลวงรัชกาลที่ 9 จากครอบครัวและครูที่โรงเรียน รวมทั้งยังได้ดูข่าวพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านที่ทรงงานหนักเพื่อประชาชน หนูจึงได้ยึดในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตน เพราะพระองค์ท่านเป็นถึงพระมหากษัตริย์แต่ทรงปฏิบัติกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง ไม่ได้ถือพระองค์ ทั้งนี้ ยังยึดท่านเป็นแบบอย่างด้านดนตรี ซึ่งพระองค์ท่านทรงมีระเบียบวินัยและมีความอดทนในการฝึกซ้อม ปัจจุบันหนูเรียนกีตาร์ เมื่อมีการฝึกซ้อมแล้วเหนื่อยหรือท้อ พ่อแม่ก็ให้กำลังใจโดยให้นึกถึงพระองค์ท่านที่ทรงเหนื่อยมากกว่าพวกเรามาก ทำให้มีกำลังใจกลับมา นอกจากกีตาร์แล้ว ยังอยากที่จะฝึกเป่าแซกโซโฟนเหมือนอย่างพระองค์ท่าน โดยเพลงพระราชนิพนธ์ฝึกร้องเป็นเพลงแรก คือเพลงใกล้รุ้ง และเพลงพระราชนิพนธ์ที่ชอบเป็นพิเศษ คือเพลงชะตาชีวิต” ด.ญ.ธุมวดี เล่า พร้อมกับเผยด้วยว่าด.ญ.ธุมวดีแม้จะมีความชื่นชอบด้านดนตรี แต่เมื่อโตขึ้นอยากจะเป็นแพทย์ทหาร เพราะเห็นจากการทรงงานของพระองค์ท่าน ที่เมื่อเสด็จฯ ไปเยี่ยมเยือนประชาชนในพื้นที่ทุรกันดารทั่วประเทศ จะมีแพทย์ตามเสด็จไปด้วย ซึ่งตัวเองอยากจะปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ   

น้อมสักการะด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

กลุ่มผู้สูงวัยเกษียณ 

นางอัมพร ศรีเสน่ห์ วัย 70 ปี หนึ่งในสมาชิกโรงเรียนผู้สูงอายุ อ.สนม จ.สุรินทร์ ที่รับเฉพาะวัยเกษียณอายุ 60 ปีขึ้นไป เพื่อทำกิจกรรมสันทนาการสำหรับผู้สูงวัย อย่างการพบปะสังสรรค์และออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ บอกว่าวันนี้แต่งชุดนักเรียนชั้นมัธยมต้น พร้อมเพื่อนๆ ชายหญิงรวม 150 คน ออกเดินทางโดยรถบัสจากจังหวัดสุรินทร์เมื่อเวลา 20.00 น. ถึงบริเวณท้องสนามหลวงในเวลา 03.00 น. ทุกคนมาด้วยความรักที่มีต่อในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยก่อนหน้านี้ทางโรงเรียนได้ร่วมกันทำกิจกรรมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ อาทิ การแปรอักษรเป็นรูปเลขเก้าไทย และจุดเทียนถวายความอาลัย จำได้ว่าตอนเด็กๆ เคยมีโอกาสรับเสด็จฯ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่วัดบ้านธาตุ อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ มีความสุขมาก รู้สึกว่าตัวเองเกิดมามีบุญที่ได้เห็นในหลวงครั้งหนึ่งในชีวิต

น้อมสักการะด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

บุษรินทร์  ศรีบุรินทร์และหลานสาว

นางบุษรินทร์ ศรีบุรินทร์ อายุ 63 ปี อาชีพเกษตรกร ชาวจังหวัดปทุมธานี มากับหลานสาว ด.ญ.ยิ่งลักษณ์ ศรีบุรินทร์ วัย 3 ขวบ เผยว่าเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งที่ 15 แล้ว วันนี้มาถึงตอนตี 3 ใช้เวลาประมาณ 4 ชม.เร็วกว่าทุกครั้งที่ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6-8 ชม. มาแต่ละครั้งจะบอกกล่าวหลานว่ามาไหว้พ่อหลวง ท่านเป็นเทวดา ทำความดีถวายท่านนะ ท่านพระราชทานข้าวและน้ำให้พวกเราได้อยู่กิน รู้สึกว่าถ้าไม่ได้มาจะกระสับกระส่าย ปวดหัว นอนไม่หลับ แปลกใจว่าพอได้มาไหว้อาการเหล่านี้หายไปหมดเลย ชื่นใจเวลาได้กราบท่าน อยากอยู่บนนั่นนานๆ วันนี้วางแผนว่าจะเข้ากราบสักการะอีกรอบ และจะมาอีกเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ