
เล่นพวกเดียวกันซะแล้ว
การแย่งชิงจังหวะ อำนาจต่อรอง สร้างบุญคุณ และตอบแทนเงื่อนไข เสริมปัจจัยทางการเมืองยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ในช่วง 5-6 วันที่ผ่านมา มีเหตุการณ์หลากหลายเกิดขึ้น แต่ยังแทบไม่มีอะไรเอื้อประโยชน์ของประชาชน
เมื่อนักการเมืองทำงาน เราจะเห็นได้ว่าผลประโยชน์ส่วนใหญ่ ก็เพื่อพวกพ้องและพรรค เป็นการต่อยอดจากสิ่งที่เกิดขึ้นและหวังผลต่อเนื่อง
บ้านเมืองผ่านช่วงใจหายใจคว่ำ หลังจากกลุ่มมวลชนเสื้อแดงประโคมข่าวเรื่องการขออภัยให้นักโทษหนีคุก การประกอบพิธีกรรมกลางสนามหลวง เหมือนการมอบร่างกายและวิญญาณ บอกลาเพื่อไปแสวงหาความสำเร็จในชาติหน้า
นั่นหมายถึงการจองเวร ทวงหาสมบัติ เป็นปู่โสมยุคดิจิทัล นั่นเลย!
เหตุการณ์วันนั้นเป็นการสมประโยชน์ พวกจัดมหกรรมสร้างความรวยคงมีเหตุผลเอาบิลค่าใช้จ่ายไปเบิกจากนายใหญ่ลี้ภัย คนลี้ภัยก็ได้เวลาโฟนอิน วิดีโอลิงก์แก้เหงา สนองความอยาก ทุรนทุราย เพราะเวลาผ่านไป ยังไม่ได้อะไรคืน
ทั้งยังต้องแข่งกับเวลาเมื่อมะเร็งกำลังรุกหนัก เล่นงานต่อมลูกหมาก ทำเอาหน้าตาซูบโทรม ขาดชีวิตชีวา ทำให้กองเชียร์เริ่มไม่แน่ใจ ดังนั้นต้องเร่งเบิกเงินให้ได้ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป โอกาสทองแบบนี้คงหาได้มิง่ายนัก
ใครเป็นผู้นำรัฐบาลช่วงนี้ถือว่าเป็นกำไรชีวิต ยิ่งคนปัจจุบัน อายุยังน้อยกว่าคนก่อนๆ ดังนั้นไฟย่อมแรง ถ้าใจสู้ ต้องถือว่าเป็นโอกาสทองสำหรับพิสูจน์ความกล้าหาญ เพราะความท้าทายมีหลากหลายรูปแบบ หลายครั้งต่อวัน
กรณีรอดตายอย่างหวุดหวิด 2 ครั้ง ในช่วงเวลาต่างกันไม่นาน ถือว่าเป็นสุดยอดของการพิสูจน์ และยังต้องเผชิญกับการท้าทายอำนาจ ยามบ้านเมืองเผชิญการจลาจล เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารทำงานไม่เต็มที่ จนนำไปสู่การเผาบ้านเมือง
กว่าจะกำราบได้ ต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน !
ล่าสุด แม่ทัพนายกองออกอาการ “งอน” ก่อนพวกเสื้อแดงจัดงานมหกรรมหลอกเอาเงินคนหนีคุก เป็นงานใหญ่กลางสนามหลวง ชาวบ้านกลัวว่าสถานการณ์จะลุกเป็นไฟ ยิ่งทหารใหญ่ “งอน” ด้วยแล้ว น่าเป็นห่วง
ยังดีที่ตำรวจบางหน่วยยังมีใจเป็นห่วงบ้านเมือง ทำงานเข้มแข็ง และพวกเสื้อแดงไม่อยากให้สังคมรุมประณามมากกว่านี้ ก็เลยเลิกรา เมื่อเจ้านายสาแก่ใจ
นึกว่าปัญหาจะคลาย ที่ไหนได้ พวกร่วมรัฐบาลเดียวกันรับลูก “งอน” ของทหารใหญ่ ส่งร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเข้าสภา อ้างว่าต้องการให้บ้านเมืองเข้าสู่ยุคปรองดองสมานฉันท์แท้จริง ทำเอาค่ายสะตอเกือบตั้งรับไม่เป็น
นิรโทษกรรมหวังปลดเปลื้องคดีให้พวกเสื้อเหลือง เสื้อแดง และข้าราชการ ตอนแรกถูกมองว่าเป็นความหวังดีโดยพรรคสีน้ำเงิน
ที่ไหนได้ มีวาระซ่อนเร้นให้เห็น ไม่เนียนเท่าไหร่นัก!
ตอนแรกค่ายสะตอกลัวจะแย่ เพราะเห็นด้วยก็จะซวย ถ้าค้านก็จะเน่า ยังดีที่พวกเสื้อเหลืองก็ไม่ยอมรับ เสื้อแดงก็ไม่เอา ทำให้พวกเสื้อน้ำเงินต้องหาทางลง
เพราะถูกจับไต๋ได้ว่าความหวังดีนั้นทำเพื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลุ่มมีส่วนร่วมไล่ฆ่าประชาชนภายใต้ข้ออ้างการรักษาความสงบต่างหาก โดยเฉพาะหัวหน้าตำรวจซึ่งกำลังจะเป็นอดีตสิ้นเดือนหน้า เผชิญคดีอาญาและข้อกล่าวหาร้ายแรง
เพียงแค่นี้ ทำให้รัฐบาลรวนเรได้เช่นกัน เพราะทำอะไรไม่บอกกล่าว คนวางแผนยื่นร่างกฎหมายนิรโทษกรรมจะทำงานนี้โดยมีแผนล้ำลึกกว่านี้หรือไม่ ต้องให้พวกไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ เปิดโปงให้ชาวบ้านได้รับรู้ว่ามีเล่ห์อย่างไร
แผนนี้เป็นการย้อนเกล็ดเพราะงบสำหรับโครงการใหญ่ไม่ผ่านหรือไม่ หรือต้องการเอาใจนายทหารใหญ่หลังจาก “งอน” จนไม่อยากทำงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่กลุ่มคนเสื้อแดงรุกหนัก จาบจ้วงล่วงเกินสถาบัน
ยิ่งเห็นการคืนดี สามัคคี สมานฉันท์ในงานวันเกิดผู้เฒ่าเติ้ง การกอดรัดฟัดเหวี่ยงโดยนักคลุกวงในด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้มีการคาดคะเนว่าจะมีอะไรพลิกหรือไม่
หรือจะหวนคืนกลับสภาพเดิม ก่อนคนหนีคุกต้องเร้นหนีกาย และเป็นการร่วมมือเพื่อสร้างพันธมิตรใหม่ ปูทางเพื่อให้ค่ายสะตอรับบทฝ่ายค้านรอบใหม่
เป็นคำถามซึ่งต้องการคำตอบ เพราะเสื้อน้ำเงินและนายทหารใหญ่มีความใกล้ชิดกันมาก จนถูกกล่าวหาว่าเป็นกลุ่มอำนาจใหม่ มีคนอยากเป็นนายกฯ
การแย่งชิงอำนาจในพวกเดียวกัน ไม่ต้องอ้อมค้อมอีกต่อไป คือการเสนอรายชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่ แม้แต่พรรคเดียวกันแท้ๆ ยังไม่ไว้หน้ากัน เห็นหัวหน้าพรรคเป็นหัวหลักหัวตอ ไม่นึกว่าที่ผ่านมานั้นเจอ “ตอ” ด้วยกันแทบเอาตัวไม่รอด
ศึกภายนอก โดยเฉพาะจากดูไบ มีคนพ่นสารคัดหลั่งข้ามชาติใส่แผ่นดินเกิดไม่เว้นแต่ละวัน นับว่าสาหัส นี่มาล่อพวกเดียวกันเพราะผลประโยชน์ส่วนตน ทำให้ชาวบ้านรู้ว่านักการเมืองนั้น ไม่น่าไว้ใจเลยนิ! อิอิอิ!!!



