
ชี้ระวังสวนยาง เสี่ยงไฟไหม้ หน้าหนาวทุกปี
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
การยางฯ ชี้มหันตภัยของชาวสวนยาง โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน ในช่วงสภาพอากาศแปรปรวนตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ที่มีอากาศเย็นสลับแล้ง ทั้งดินขาดความชื้น และไฟไหม้ แนะให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ
ดร.กฤษดา สังข์สิงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาการผลิต การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนธันวาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะเป็นช่วงที่มีสภาพอากาศค่อนข้างแห้ง ตอนเช้ามีอากาศค่อนข้างเย็น และช่วงสายจะมีอากาศร้อน แสงแดดแรง เป็นสาเหตุทำให้ดินแห้ง และส่งผลกระทบต่อต้นยางพารา หรือสวนยางพาราได้ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ปลูกยางแถบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งเกษตรกรชาวสวนยางควรดูแลอย่างใกล้ชิด เริ่มตั้งแต่การคลุมโคนต้นยางด้วยวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เช่น ฟางข้าว เศษหญ้า ซังข้าวโพด เป็นต้น จัดวางให้มีระยะห่างจากต้นยางประมาณ 5-10 ซม. เพื่อช่วยรักษาความชื้นในดินอีกทั้งยังเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง
นอกจากนั้นยังเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงกับไฟไหม้ด้วย ฉะนั้นวิธีป้องกันด้วยการกำจัดวัชพืชระหว่างแถวยาง ซึ่งในช่วงหน้าแล้ง ที่อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดไฟไหม้สวนยางค่อนข้างสูง จึงควรทำแนวกันไฟ เพื่อเป็นการป้องกันไฟที่ลุกลามมาจากบริเวณข้างเคียงที่อยู่ติดกับสวน สามารถทำได้โดยการไถ หรือขุดถากวัชพืชและเศษซากพืชออกเป็นแนวกว้างไม่ต่ำกว่า 3 เมตร รอบบริเวณสวนยาง ในกรณีสวนยางขนาดใหญ่ควรทำแนวกันไฟ ทุกๆ 100 เมตร ภายในสวนระหว่างแถวยาง และกำจัดวัชพืชในบริเวณแถวยางออกให้หมดข้างละ 1 เมตร เพื่อป้องกันไฟไหม้ที่จะเกิดภายในสวนยาง กรณีต้นยางที่ถูกไฟไหม้ไม่รุนแรง หรือต้นยางเล็กอายุระหว่าง 1-3 ปี เกษตรกรควรดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากในต้นยางอ่อนที่ได้รับแดดแรงติดต่อกันเป็นเวลานาน จะส่งผลให้เซลล์เนื้อเยื่อส่วนที่รับแสงแดดไหม้เสียหาย และเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ แนะให้เกษตรกรใช้ปูนขาวผสมน้ำอัตรา 1:2 ทิ้งไว้ค้างคืน แล้วท



