ข่าว

เด็กนักเรียนจีนนั่งสอบกลางหมอกมลพิษ

เด็กนักเรียนจีนนั่งสอบกลางหมอกมลพิษ

21 ธ.ค. 2559

หมอกมลพิษปกคลุมชาวจีน 460 ล้าน เผยภาพเด็กนร.กว่า 400 คนนั่งสอบบนสนามฟุตบอลกลางแจ้ง ไร้หน้ากากาอนามัย จุดกระแสวิจารณ์หนัก 

 

            21 ธ.ค. แชลแนลนิวส์เอเชีย รายงานโดยอ้างสื่อท้องถิ่นในจีนว่า นักเรียนกว่า 400 คน ที่โรงเรียนมัธยมต้นในเขตหลินโจว เมืองอันหยาง มณฑลเหอหนาน ต้องนั่งทำข้อสอบกลางแจ้ง ทั้งที่หมอกมลพิษปกคลุม เมื่อวันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม 

 

เด็กนักเรียนจีนนั่งสอบกลางหมอกมลพิษ

(http://news.qq.com)

 

            มีรายงานว่า โรงเรียนจัดสอบนักเรียนเกรด 8 บนสนามฟุตบอล 4 วิชา โดยนั่งบนเก้าอี้ตัวเล็กๆ และไม่มีหน้ากากอนามัยเลย ขณะเฟิง จื้อเฉิง ครูใหญ่ของโรงเรียน ชี้แจงว่า จัดตารางสอบไว้ตั้งแต่ระดับมลพิษยังไม่ได้เลวร้ายลงขนาดนี้  แต่มีรายงานว่า ครูใหญ่ถูกสั่งพักงานแล้ว  

 

เด็กนักเรียนจีนนั่งสอบกลางหมอกมลพิษ

(http://news.qq.com)

 

            ด้าน โกลบอล ไทมส์ รายงานว่า ค่ามลพิษ หรือ PM2.5 ในเมืองอันหยางนับจากวันจันทร์ สูงกว่า 500 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร  ขณะเกณฑ์ปลอดภัยขององค์การอนามัยโลกอยู่ที่ 10 ไมโครกรัม 

            พื้นที่กว้างใหญ่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เผชิญหมอกมลพิษปกคลุมในฤดูหนาว เป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน กระทบเที่ยวบิน การจราจรบนท้องถนน  การเดินเรือ โรงงานพักการผลิต โรงเรียนปิดการเรียนการสอน ประชาชนกว่า 460 ล้านต้องสูดอากาศพิษ ท่ามกลางความไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆว่ามาตรการรับมือของทางการไม่ได้ผล และท้องถิ่นหลายแห่งตัดสินใจปกป้องสุขภาพของเด็กล่าช้า 

           อย่างเช่น เมืองฉีเจียงจวง เมืองหลวงของมณฑลเหอเป่ย  ติดอันดับเมืองหมอกพิษเลวร้ายสุดในฤดูหนาวปีนี้ และเป็นหนึ่งในกว่า 20 เมืองที่ประกาศเตือนสีแดงนับตั้งแต่เย็นวันศุกร์ ซึ่งหมายถึงต้องใช้แผนฉุกเฉินเพื่อลดมลพิษ เช่น ปิดโรงงานและห้ามรถยนต์ออกวิ่งบนถนน

            แต่สำนักงานการศึกษาของเมืองกลับรอถึงค่ำวันอังคาร ถึงมีประกาศปิดโรงเรียนประถมและอนุบาล หลังจากที่เพื่อนบ้านอย่างกรุงปักกิ่งและเทียนจินประกาศไปก่อนแล้ว แต่โรงเรียนมัธยมต้นและปลายให้ตัดสินใจปิดการเรียนการสอนเองตามความเหมาะสม สร้างความไม่พอใจแก่พ่อแม่ผู้ปกครอง และภาพที่เด็กนักเรียนกว่า 400 คนในเหอหนาน นั่งทำข้อสอบในอากาศขะมุกขะมวบนสนามฟุตบอลที่แพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ยิ่งจุดกระแสไม่พอใจมากขึ้นไปอีก