ข่าว

สักการะพระบรมศพ สมความตั้งใจ

สักการะพระบรมศพ สมความตั้งใจ

20 ธ.ค. 2559

ความอาลัยไม่ขาดหาย ประชาชนตั้งใจเดินทางกราบสักการะพระบรมศพเนืองแน่น แม้ต้องอดหลับอดนอนก็ไม่คิดว่าเป็นปัญหา

          สักการะพระบรมศพ สมความตั้งใจ

         เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม หลังปิดการขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 23.02 น. จากกำหนดเดิมเวลา 21.00น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอเป็นจำนวนมาก ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 50,583 คน รวม 50 วัน มียอดสะสม 1,973,695 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,596,651.75 บาท รวม 50 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 155,524,090.75 บาท
         

สักการะพระบรมศพ สมความตั้งใจ

          ขณะที่บรรยากาศการเข้ากราบสักการะพระบรมศพ สำนักพระราชวังได้เปิดประตูวิเศษไชยศรีให้ประชาชนกลุ่มแรกเข้าไปในเวลา 04.40 ซึ่งตลอดทั้งวันมีพสกนิกรทุกเพศทุกวัยทั้งชาวไทยและต่างชาติต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เดินทางมาเข้าแถวรออย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศค่อนข้างร้อน
         

สักการะพระบรมศพ สมความตั้งใจ

          นายสุทธิพงศ์ โพงจ่าม ชาวไทยใหญ่วัย 55 ปี พ่อหลวงหมู่บ้านไทยใหญ่ ต.โป่งน้ำร้อน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ พาลูกบ้านหลายสิบชีวิต ออกเดินทางพร้อมชนเผ่าไทยใหญ่จากจังหวัดเชียงราย และแม่ฮ่องสอน ร่วม 500 คนตั้งแต่ 9 โมงเช้าของวันก่อนมาถึงบริเวณท้องสนามหลวงตอนตี 2 ของวันนี้ เล่าว่าเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งแรกด้วยซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.9 ที่ได้พระราชทานโครงการพระราชดำริเกี่ยวกับการปลูกพืชผัก อาทิ ชา สมุนไพรเจียวกูหลาน สำหรับแก้โรคเบาหวานเสริมรายได้ให้ชาวบ้านได้เป็นอย่างดีจากที่ก่อนหน้านี้ทำนาเพียงครั้งเดียวต่อปี และปลูกหอมหัวใหญ่ จำได้ว่าเมื่อประมาณ 50 ปีก่อนในหลวง ร.9 เสด็จฯ มาที่หมู่บ้านเราโดยรถยนต์พระที่นั่ง ทุกวันนี้รถยนต์ของพระองค์จอดแสดงอยู่ที่พระธาตุเชียงรุ้ง ให้ชาวบ้านได้บูชาและระลึกถึงพระองค์ท่าน
     

สักการะพระบรมศพ สมความตั้งใจ

             ด้าน น.ส.เมี๊ยะ มู๋ อู สาวเมียนมาร์ อายุ 23 ปี พนักงานร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม ซึ่งมาอาศัยอยู่ใต้ร่มพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ 9 มานาน 10 ปี เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนพนักงานในร้านอาหาร กล่าวว่า แม้จะเป็นคนต่างชาติแต่ก็รู้จักและรักในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะพระองค์มีจิตใจดี พอทราบข่าวว่าเสด็จสวรรคตก็รู้สึกใจหาย เสียใจไม่แตกต่างจากคนไทย วันนี้เป็นวันหยุดเมื่อพี่ๆ ที่ทำงานชวนมาสักการะพระบรมศพด้วยกัน จึงขอติดตามมาด้วยและจะถือโอกาสไปไหว้พระแก้วมรกตด้วย ตลอดระยะเวลาที่อยู่บนแผ่นดินของพระองค์นั้น ตนทำมาหากินด้วยความสุจริต มีเงินเก็บส่งให้ครอบครัวที่บ้านเกิดเมืองมะละแหม่ง มีความสุขมากเพราะคนไทยใจดี
       

สักการะพระบรมศพ สมความตั้งใจ

           นางเพ็ญพรรณ นิชย์วัฒนกุล อายุ 66 ปี ครูสอนวิชาภาษาไทย โรงเรียนนารีรัตน์ จ.แพร่ ปัจจุบันเกษียณราชการและมาพำนักอยู่กับลูกสาว ย่านจตุจักร กรุงเทพฯ ออกเดินทางมาพร้อมกับญาติ 8 คน ตั้งแต่เวลาตีสอง ด้วยความตั้งใจอยากมากราบสักการะพระบรมศพ แม้ต้องอดหลับอดนอนก็ไม่คิดว่าเป็นปัญหา เพราะตระหนักว่าความลำบากแค่เพียงนี้ มิอาจเทียบเท่ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงอุทิศพระองค์เพื่อความผาสุกของคนไทย ความตั้งใจอยากมากราบสักการะพระบรมศพ แม้ต้องอดหลับอดนอนก็ไม่คิดว่าเป็นปัญหา เพราะตระหนักว่าความลำบากแค่เพียงนี้ มิอาจเทียบเท่ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงอุทิศพระองค์เพื่อความผาสุกของคนไทย
            “วันนี้มากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งที่สอง เมื่อได้เข้ามาภายในเขตพระราชฐาน พร้อมตั้งจิตอธิษฐานขอให้พระองค์สถิตย์อยู่บนสรวงสวรรค์ จู่ๆ ก็รู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมา ความรู้สึกไม่ต่างจากอดีตเมื่อราว 40 ปีก่อน สมัยยังเรียน มศ.5 มีโอกาสมาเฝ้าฯ รับเสด็จ ในหลวงรัชกาลที่ 9 บริเวณวัดพระแก้ว แม้จะนานมาแล้วแต่จำได้แม่นยำว่าได้ชื่นชมพระบารมีท่านระยะใกล้ชิดมาก ห่างกันไม่เกิน 10 เมตร คิดว่าเป็นบุญของตัวเองจริงๆ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ ไม่เคยเห็นความทุกข์ของพระองค์เอง ทรงห่วงใยแต่ความทุกข์ของราษฎร ดังนั้นเมื่อทำงานเป็นครู จึงตั้งใจอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ ควบคู่กับสอนหลักการใช้ชีวิตบนความพอเพียง รู้จักกินรู้จักใช้” ครูวัยเกษียณกล่าว

สักการะพระบรมศพ สมความตั้งใจ

          น.ส.กีรติ ยิ้มปรางค์ อายุ 22 ปี นักศึกษาพยาบาลวิทยาลัยพยาบาลพระพุทธบาท สระบุรี บอกว่าเดินทางมาพร้อมแม่และเพื่อนบ้านรวม 5 คน จาก บ้านเกิดใน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่ 2 ทุ่มของเมื่อวานมาถึงกรุงเทพฯ ตอนตี 2 แล้วมาเข้าแถวรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพในเวลาตี 4 ใช้เวลาประมาณ 6 ชม. ไม่รู้สึกเหนื่อยหรือเบื่อเลยเพราะแต่ละคนตั้งใจมากที่จะได้มาแสดงความอาลัยต่อในหลวง ร.9 อย่างใกล้ชิดสักครั้งหนึ่งในชีวิต
          “เกิดมาไม่ทันช่วงที่ท่านทรงงานหนัก แต่ความที่เรารับรู้ว่าท่านทรงงานมาตลอดชีวิต ก็รักท่านโดยไม่รู้ตัว รักเหมือนพ่อแม่แท้ๆ ตอนรู้ว่าท่านจากไปไม่คิดว่าจะเสียใจได้ขนาดนี้ นอกจากจะจดจำคำสอนของท่านเรื่องที่ไม่ให้ใส่ใจเวลาใครมาติฉินนินทา แล้วนำมาใช้ในชีวิตประจำวันแล้ว ที่วิทยาลัยพยาบาลที่เรียนอยู่ก็ปลูกฝังเรื่องการดูแลผู้ป่วยด้วยความใส่ใจใช่เพียงแค่ร่างกาย มีประโยคหนึ่งที่ประทับใจไม่เคยลืมคือ ในหลวง ร.9 บอกว่า พระองค์ไว้ใจให้พยาบาลดูแลพระองค์ เพราะพยาบาลเลี้ยงท่านมา สมเด็จย่าเป็นพยาบาล ทรงรักพยาบาลมาก เราก็ภูมิใจตรงนี้” น.ส.กีรติ กล่าว

 

สักการะพระบรมศพ สมความตั้งใจ

สักการะพระบรมศพ สมความตั้งใจ