ข่าว

ทีมหรือแก๊ง

ทีมหรือแก๊ง

20 ธ.ค. 2559

คอลัมน์ ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 

           คนไทยมักจะถูกกล่าวหาตลอดมาว่าทำงานเป็นทีมไม่เก่ง หรือเล่นกีฬาประเภททีมไม่ค่อยจะรุ่ง แต่หากเป็นกีฬาประเภทเดี่ยวแล้วคนไทยจะมีความสามารถไม่เป็นรองใครง่ายๆ

           สมัยหนึ่งผมเคยได้เข้าไปร่วมทำงานกับชาวต่างชาติที่เป็นฝรั่ง การจะเริ่มทำงานใหม่ๆ แต่ละชิ้นต้องมีการประชุมคนที่เกี่ยวข้องหลายต่อหลายแผนก แผนกนั้นอ้างว่าไม่พร้อมแผนกนี้บอกจะทำได้ต้องได้รับการสนับสนุนนั่นนี่ ถกเถียงกันสามครั้งสี่ครั้งกว่าจะเริ่มลงคะแนนกันว่างานชิ้นนั้นๆ จะได้รับการอนุมัติให้เริ่มทำหรือไม่ ผมซึ่งผ่านการทำงานไปจากบริษัทหรือองค์กรเล็กๆ แบบที่เรียกกันว่าระบบครอบครัว ซึ่งเวลาจะทำอะไรเพียงแค่เดินเข้าไปบอกเถ้าแก่คนเดียวก็รู้เรื่องแล้ว พอไปเจองานที่ต้องประชุมกับหลายคนจากหลายแผนกและมีข้อแม้ข้อสงสัยมากมายผมจึงหงุดหงิดด้วยความรู้สึกอึดอัดมาก
ชะรอยนายใหญ่ที่เป็นหัวหน้าขององค์กรซึ่งเข้าร่วมประชุมด้วยเกือบทุกครั้งคงจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของผม จึงเรียกผมเข้าไปพบในเช้าวันหนึ่ง แล้วก็บอกกับผมว่า

           “การทำงานเป็นทีมนั้นเป็นเรื่องดี เมื่อที่ประชุมตกลงร่วมกันด้วยเสียงส่วนใหญ่แล้วว่าทำ ทุกคนก็จะต้องร่วมกันรับผิดชอบ แล้วก็ออกมาให้ข่าวว่า ที่ประชุมทั้งหมดเห็นพ้องต้องกันว่าเราจะลงมือทำงานชิ้นนี้ และทุกคนในที่ประชุมจะร่วมกันรับผิดชอบงานดังกล่าว นี่คือระบบสากล ในขณะที่การทำงานเป็นทีมแบบไทยนั้น หากคนในที่ประชุมมีจำนวน 10 คน มีคนเห็นด้วย 7 คน ไม่เห็นด้วย 3 คน พอออกจากห้องประชุม 3 คนที่ไม่เห็นด้วยจะออกมาพูดก่อนเลยว่า พวกผมไม่เห็นด้วยกับงานนี้และได้คัดค้านแล้ว ฝ่ายทางด้าน 7 คนก็จะออกมาพูดว่าพวกผมตัดสินใจลงมือทำโดยที่ 3 คนนั้นเขาขัดขวาง ทำให้เกิดการขัดแข้งขัดขากันตลอดเวลาที่ทำงานชิ้นนั้นๆ” ซึ่งผมยังจำคำสอนของนายฝรั่งท่านนั้นติดหูมาจนทุกวันนี้

           เวลาที่คนไทยได้รับการว่าจ้างให้เข้าไปทำงานในองค์กรใดก็ตาม มักจะมีการรวบรวม “คนของตัวเอง” เข้าไปเป็นทีมงาน ด้วยเหตุผลสำคัญคือ “เพื่อร่วมมือทำงานเป็นทีมกับคนที่รู้มือกัน” มีไม่มากคนนักที่จะเข้าไปอย่างโดดเดี่ยวตัวคนเดียว แล้วไปหาคนเก่าภายในองค์กรให้เป็นทีมงานมาทำงานร่วมกัน เพราะในขณะเดียวกันคนเก่าในองค์กรก็มักจะตั้งแง่กับคนที่เข้ามาใหม่ว่า “เด็กเส้น หรือข้ามหัวมาจากไหนก็ไม่รู้” ทำให้เกิดการขัดแข้งขัดขากันระหว่างการทำงานตลอดเวลา

           การดึงคนหรือเลือกคนเข้ามาร่วมทำงานเป็นทีมนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผิดวิสัยแต่อย่างใด แต่ต้องหมายถึงการ “สร้างทีมเพื่อทำงาน” ซึ่งต่างจากการรวมกลุ่มตั้งแก๊งเพื่อทำการต่อรองหรือเพื่อหมกเม็ดในงานที่ทำ เพราะผู้บริหารบางคนในบางองค์กรนั้น แม้จะมีประวัติการศึกษาดีมีความฉะฉานในการสัมภาษณ์แสดงวิสัยทัศน์ แต่เมื่อถึงเวลาทำงานจริงกลับไม่สามารถแปลงความรู้ออกมาเป็นผลงานได้ จึงจำเป็นที่จะต้องรวมกลุ่มตั้งแก๊งเพื่อทำรายงานเท็จหรือเพื่อต่อรองกับนายจ้างหรือองค์กรอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้บริหารในองค์กรต้องจับตาดูว่า การรวมกลุ่มกันของพนักงานบางคนนั้น เป็นการ “สร้างทีม หรือรวมแก๊ง” เพื่อที่จะได้ยับยั้งความเสียหายได้ทันท่วงที