ข่าว

แก๊งตุ๋นขายล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 สูญเงิน 1.7 แสน

แก๊งตุ๋นขายล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 สูญเงิน 1.7 แสน

19 ธ.ค. 2559

เจ้าของโรงงานปลาร้าถูกแก๊งตุ๋นขายล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 สูญเงิน 1.7 แสนบาท

               เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 ธ.ค.59 ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองพิจิตร ร.ต.ท.เดช นาคคชสีห์ ร้องเวรสอบสวน สภ.เมืองพิจิตร ได้รับแจ้งจาก นายวันชัย บินอารี อายุ 86 ปี และ น.ส.บัวลอง ผสม อายุ 48 ปี ผู้ประกอบการโรงงานปลาร้า ที่ ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร เข้าบันทึกให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. เมืองพิจิตร หลังถูกขบวนการ จำนวน 4-5 คน หลอกให้รวมหุ้นกันช่วยซื้อล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัลที่ 1 จากชาวต่างด้าว ในราคาใบละ 1 ล้านบาท โดยต้องเสียเงิน ที่จะนำไปจ่ายปลาร้าให้กับลูกค้า 170,000 บาท พร้อมทองรูปพรรณอีก 1 บาท รวมเกือบ 2 แสนบาท
               น.ส.บัวลอง กล่าวถึงพฤติกรรมของกลุ่มมิจฉาชีพว่า ในวันเกิดเหตุมีชายอายุประมาณ 60 ปี และหญิงสาวอายุประมาณ 40 ปี แต่งตัวภูมิฐาน ทำทีมาติดต่อธุรกิจด้านปลาร้า แล้วนำรถยนต์เก๋ง สีบรอนซ์ ไม่ทราบรุ่นและยี่ห้อมารับทั้งสองคน บอกว่าจะพาไปพบกับหัวหน้าเพื่อติดต่อการค้าในเขตเมืองพิจิตร หลังได้พูดคุยกันแล้ว ระหว่างที่กำลังจะขึ้นรถไปส่งกลับบ้าน ได้มีผู้ชายชาวต่างด้าวที่เป็นพ่อค้า นำถุงมือผ้ามาขายพร้อมกับขอติดรถเพื่อจะให้ไปส่งที่ท่ารถทัวร์ขนส่ง
               ระหว่างอยู่ในรถ หนึ่งในคนร้าย ได้ทำทีขอซื้อถุงมือกับชาวต่างด้าวให้กับเจ้าของโรงงานปลาร้าในราคามัดละ 80 บาท โดยที่ชาวต่างด้าวพยายามเอาเงินทอนค่าถุงมือออกจากกระเป๋า พร้อมกับล็อตเตอรี่ที่มีหมายเลข 435286 ซึ่งบอกว่าถูกรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 ธ.ค.59 มาให้ดู แล้วบอกว่าอยากขายต่อเนื่องจากไม่สามารถขึ้นรางวัลได้ เพราะเป็นคนต่างด้าว จึงต้องการขายในราคา 1 ล้านบาท
               โดยกลุ่มคนร้ายออกอุบายว่าให้ร่วมหุ้นกันคนละ 5 แสน เพื่อซื้อลอตเตอรี่จากชาวต่างด้าว แล้วนำไปขึ้นรางวัลก่อนนำเงินมาแบ่งกัน แต่เนื่องจากเงินไม่พอ จึงนำเงินที่ติดตัวมาเพื่อจะไปจ่ายค่าปลาร้า จำนวน 170,000 บาท พร้อมกับสร้อยคอทองคำ 1 บาท ให้กับคนร้าย หลังจากนั้นคนร้ายจึงพามาส่งที่หน้าห้างสรรพสินค้า โดยบอกว่าจะไปกดเงินที่เหลือให้กับชาวต่างด้าวและจะไปส่งที่ท่ารถทัวร์ จากนั้นจึงจะกลับมารับ แต่ตนเองเห็นว่าหายไปนาน จึงนำล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัลที่ 1 ออกมาดู พบว่าเป็นหมายเลข 198108 ซึ่งไม่ถูกรางวัล และยังต้องถูกหลอกสูญเงินไปเกือบ 2 แสนบาท จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจไว้เป็นหลักฐาน
               ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำผู้เสียหาย ไปสอบสวนหาข้อเท็จจริง พร้อมหาเส้นทางการเดินทางของกลุ่มคนร้าย และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางของคนร้าย เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป