
ตร.ล่าตัวแฟนบอล “อัลตร้า ไทยแลนด์”
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลสั่งดำเนินการกับกลุ่มกองเชียร์ “อัลตร้า ไทยแลนด์” ที่จุดพลุแฟร์ในสนาม ยืนยันเอาจริงและอาจเอาผิดถึงระดับแกนนำ
กรณีที่มีกลุ่มกองเชียร์ที่ใช้ชื่อว่า “อัลตร้า ไทยแลนด์” ได้จุดพลุแฟร์ สีแดง จนเกิดควันและประกายไฟ ในเกมนัดชิงชนะเลิศระหว่าง ไทย กับ อินโดนีเซีย ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ซึ่งอาจจะทำให้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ถูกลงโทษจาก สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) และ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า)
ล่าสุด พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวว่า สั่งการให้ผู้กำกับการ สน. หัวหมาก ลงไปสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเอาผิดกับผู้ที่จุดพลุแฟร์แล้ว เบื้องต้นจากการสืบสวนทราบว่ามีการนำพลุแฟร์หลบซ่อนเข้าไปในอุปกรณ์เชียร์
“วัตถุประสงค์ของกลุ่มดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าจงใจทำลายภาพลักษณ์และชื่อเสียงของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯหรือไม่ เนื่องจากกลุ่มนี้มีปัญหาทั้งในและต่างประเทศบ่อยครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการข่าวอยู่ก่อนแล้วจึงส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบและสายสืบเข้าไปในกลุ่มกองเชียร์”
ผบช.น.เผยต่อว่า ทั้งนี้กองเชียร์กลุ่มนี้มีการตรวจสอบที่ค่อนข้างเข้มงวด และไม่ยอมให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มของตัวเองเข้าไปร่วมเชียร์จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายในและนอกสนามเก็บรวบรวมข้อมูล ทั้งภาพถ่าย คลิปวีดีโอ รวมถึงข้อมูลต่างๆในโลกโซเชียลที่มีการโพสต์ก่อนการแข่งขันไว้เป็นพยานหลักฐานแล้ว
“ผู้ก่อเหตุบางคนมีการใช้ผ้าปกปิดหน้าตาเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ หากระบุได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นใครจะออกหมายเรียกมาให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ต่อไป ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิด ในข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญ ซึ่งรัฐเป็นผู้เสียหายแต่หากประชาชนคนใดที่ได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของกลุ่มกองเชียร์กลุ่มนี้ก็สามารถเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเอาผิดได้”
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กำลังตรวจสอบว่าจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.พลุดอกไม้ไฟ และประกาศของ คสช. ข้อใดหรือไม่ ทั้งนี้ยืนยันว่าจะดำเนินการกับกลุ่มผู้ก่อเหตุอย่างแน่นอนและอาจเอาผิดถึงแกนนำของกลุ่มกองเชียร์ดังกล่าวด้วยเพราะทำให้เสียภาพลักษณ์ของวงการฟุตบอลและประเทศชาติ
ด้าน พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการและโฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เปิดเผยว่า ประเทศไทยต้องได้รับผลกระทบแน่นอนเพราะจะมีบทลงโทษจาก เอเอฟซี แต่ต้องรอดูในการประชุมด้านจริยธรรมและวินัย ในช่วงต้นเดือนมกราคมปีหน้าก่อน โดยทั่วไปแล้วบทลงโทษจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงที่เกิดขึ้น
“บทลงโทษอาจจะมีการปรับตั้งแต่ 25,000 เหรียญสหรัฐขึ้นไป (ประมาณ 850,000 บาท) แล้วแต่กรณี ส่วนการลงโทษจะส่งผลกระทบต่อฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก 1ที่ไทยยังเหลือเกมในบ้านอีก 3 นัดหรือไม่นั้นคงต้องรอทาง เอเอฟซี พิจารณาก่อน เพราะบทลงโทษมีหลายระดับทั้งปรับเงิน ห้ามคนดู หรือเตะสนามกลาง”
พาทิศ กล่าวต่อว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายและเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการกับผู้ที่จุดพลุไฟทันที ซึ่งพอจะรู้ตัวว่าเป็นใคร เนื่องจากการตรวจค้นก่อนเข้าสนามนั้นใครที่สวมหน้ากากหรือปิดบังหน้าตาทางเจ้าหน้าที่ได้ให้ถอดออกแล้วถ่ายรูปเก็บไว้หมดทุกคน เชื่อว่าจะตามตัวผู้กระทำผิดได้แน่นอน



