
มะกันโวยจีนยึดโดรนสำรวจใต้น้ำในทะเลจีนใต้
เพนตากอนจี้รัฐบาลปักกิ่ง คืนโดรนสำรวจของกองทัพเรือสหรัฐที่ยึดไปอย่าง”ผิดกฎหมาย”ในทะเลจีนใต้
17 ธ.ค. โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เปิดเผยว่า เรือรบของจีน ยึดยานสำรวจใต้น้ำแบบไร้คนขับของกองทัพเรือสหรัฐ ขณะอยู่ห่างประมาณ 90 กิโลเมตรจากอ่าวซูบิค ประเทศฟิลิปปินส์
เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม ขณะที่เรือ ยูเอสเอ็นเอส บาวดิทช์ ซึ่งมีแต่ลูกเรือเป็นพลเรือน กำลังเตรียมดึงโดรนใต้น้ำสองลำขึ้นมา เพื่อเก็บข้อมูลอุณหภูมิน้ำ ความเค็มและความสะอาดของทะเลตามปกติ ทันใดนั้น เรือรบชั้น”ต้าหลาง-3” ของจีน ก็เข้ามาอยู่ในระยะห่างจากเรือบาวดิทช์ไม่กี่เมตร ก่อนส่งเรือเล็กมายึดโดรนลำหนึ่งไป แต่ลูกเรืออเมริกันยกโดรนอีกลำขึ้นไว้บนเรือได้ทัน สหรัฐพยายามติดต่อสื่อสารผ่านวิทยุ อีกฝ่ายเพิกเฉยไม่ตอบกลับ แต่เมื่อเรือรบจีนห่างออกไปไกลระยะหนึ่ง ได้แจ้งว่าพวกเขากำลังกลับสู่ปฏิบัติการปกติ
กระทรวงกลาโหมออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลปักกิ่งส่งคืนทรัพย์สินของสหรัฐทันที และยืนยันว่าจีนยึดโดรนใต้น้ำของสหรัฐขณะอยู่ในน่านน้ำสากล ซึ่งผิดกฎหมายระหว่างประเทศ
ยานใต้น้ำที่ยึดไป มีมูลค่าประมาณ 1.5 แสนดอลลาร์สหรัฐ ข้อมูลที่ยานเก็บรวบรวม ไม่ใช่ความลับ และอาจนำไปใช้ช่วยด้านการเดินเรือใต้น้ำและบอกระยะคลื่นเสียงในน้ำขุ่น
( ยานสำรวจใต้น้ำใกล้เคียงกับลำที่ถูกจีนยึด )
เหตุยึดโดรนใต้น้ำเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมในทะเลจีนใต้ หลังกลุ่มวิจัยในวอชิงตัน เผยภาพถ่ายดาวเทียมบ่งว่า จีนได้ติดตั้งระบบอาวุธอย่างปืนต่อต้านอากาศยานและระบบป้องกันระยะประชิดที่ใช้ตรวจจับและสกัดการโจมตีจากขีปนาวุธบนเกาะเทียม ที่จีนสร้างขึ้นในหมู่เกาะสแปรตลีย์ ขณะว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ โดนัลด์ ทรัมป์ ก็โจมตีจีนเรื่องการเสริมสร้างทางทหารในทะเลจีนใต้ และทำให้จีนเดือดดาลกรณีตั้งคำถามนโยบายจีนเดียวและพูดคุยโทรศัพท์โดยตรงกับประธานาธิบดีไต้หวัน
สหรัฐยืนยันในเสรีภาพการเดินเรือในน่านน้ำจีนใต้ และส่งเรือกับเครื่องบินเฉียดใกล้น่านน้ำที่จีนอ้างเป็นเจ้าของบ่อยครั้ง สร้างความไม่พอใจแก่รัฐบาลปักกิ่งที่กล่าวหาอีกฝ่ายว่ายั่วยุ และเสี่ยงเกิดเหตุไม่คาดฝันทางทหาร



