ข่าว

เร่งค้นหาผู้สูญหายอาคารถล่มย่านพระโขนง

เร่งค้นหาผู้สูญหายอาคารถล่มย่านพระโขนง

17 ธ.ค. 2559

เจ้าหน้าที่นํารถเครนเข้ารื้อซากอาคารที่ทรุดตัวในซอยสุขุมวิท 87 เพื่อค้นหาผู้สูญหายอีก 2 ราย

 

           จากกรณีอาคารไทยยานยนตร์ มิตซู จำกัด สาขาสุขุมวิท 87 เลขที่ 2225 ซอยสุขุมวิท 87 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. เป็นอาคารสูง 8 ชั้น ซึ่งอยู่ในระหว่างการรื้อถอน โดยส่วนอาคารตั้งแต่ชั้นบนสุดได้ถล่มลงมา ส่งผลให้มีผู้ติดอยู่ภายใน 4 ราย โดยพบผู้เสียชีวิต 2 รายติดอยู่ในซากอาคาร และสูญหายอีก 2 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา

           ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 17 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเร่งค้นหานายบุญแจ้ง เลศละออง อายุ 46 ปี และนายไพร คะนุนรัมย์ อายุ 38 ปี โดยตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานบรรเทาและป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้เร่งระดมค้นหาผู้สูญหายที่ติดอยู่ภายในซากตัวอาคารดังกล่าวที่เหลืออีก 2 ราย อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้ใช้รถเครนขนาดใหญ่มาคอยช่วยยกซากแผ่นคอนกรีตที่พังถล่มลงมา เพื่อเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่เข้าค้นหาผู้สูญหาย

           ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ได้มีการนำสุนัขดมกลิ่น k9 จำนวน 3 ตัวช่วยค้นหา กระทั่งสามารถระบุุพิกัดที่คาดว่ามีผู้สูญหายติดอยู่ภายในซากของตัวอาคาร เนื่องจาก สุนัขดมกลิ่นและคนใกล้ชิดของผู้สูญหาย ระบุไปในทางเดียวกัน คือบริเวณลานจอดรถ ฝั่งปีกขวาของตัวอาคาร แต่การค้นหาผู้สูญหายยังมีอุปสรรคเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากช่องปูนที่เจ้าหน้าที่ได้เจาะ และรื้อเข้าไปภายในซากอาคารนั้น มีแผ่นปูนผสมคอนกรีตและเหล็กเส้นขนาดใหญ่ขวางอยู่ถึง 3 แผ่น ซึ่งแต่ละแผ่นมีความหนาประมาณ 30 ซม. ทำให้ทางเจ้าหน้าที่และวิศกร ต้องวางแผนประชุมหารือเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

           ต่อมาเวลา 03.00 น. เจ้าหน้าที่ได้หยุดการใช้เครื่องมือหนัก อาทิ รถเครน สว่านขุดเจาะ รวมไปถึงเครื่องกระแทก ที่จะส่งผลกระทบถึงโครงสร้างตัวอาคารที่จะถล่มลงมาได้ทั้ง 3 ด้าน โดยเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฎิบัติหน้าที่ส่วนใหญ่มีอาการที่เหนื่อยล้า เพราะปฎิบัติการค้นหาผู้สูญหายมาตั้งแต่ช่วงเช้าของวานนี้ (16 ธ.ค.) ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางน้อย เลศละออง อายุ 44 ปี ภรรยานายบุญแจ้งผู้ที่สูญหาย ได้จุดธูปจำนวน 8 ดอก มากราบไหว้เจ้าที่เจ้าทางเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถพบสามีที่สูญหายไปโดยเร็ว ด้วยความหวังที่มีอยู่เพียงริบหรี่ โดยมีบรรดาเพื่อนคนงานผู้ที่สูญหาย ได้นั่งเฝ้าในที่เกิดเหตุอยู่ตลอดทั้งคืนท่ามกลางอากาศที่เย็น เพื่อส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่สามารถค้นหาผู้ที่สูญหายทั้ง 2 ราย

           ด้าน น.ส.ชัน พิลาดรัม อายุ 39 ปี ผู้บาดเจ็บและภรรยาของนายไพร ซึ่งเป็นผู้สูญหายอีกราย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังนั่งตัดเล็กเส้นอยู่บริเวณด้านล่าง ส่วนสามีนั้นเดินขึ้นไปดูรถแมคโครที่อยู่บนชั้น 4 ขณะที่กำลังทำงานอยู่นั้นเอง จู่ๆ ก็มีเศษหินและปูนหล่นลงมาพร้อมกับพื้นชั้นบนทั้งหมดล่วงลงมา ตนจึงรีบวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด ซึ่งตนได้รับบาดเจ็บจมูกฉีกขาดโดยได้เข้ารักษาที่ รพ.ระราม 2 ซึ่งแพทย์ได้ทำการเย็บรักษาเรียบร้อยแล้วจำนวน 56 เข็ม ส่วนนายไพร สามีตนนั้นขณะนี้ยังหาร่างไม่เจอ ก็ได้แต่เพียงหวังว่าขอให้มีชีวิตรอดแต่หากไม่เป็นไปอย่างที่หวังก็ขอเพียงให้เจ้าหน้าที่นำร่างออกมาให้ได้

           “ตนและนายไพรอยู่กินกันมานานแล้ว 8 ปี มีลูกสาวด้วยกัน 2 คน อายุ 15 ปีและ18 ปี ซึ่งได้ฝากให้พ่อแม่ตนเลี้ยงที่จังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนตนกับนายไพรก็จะทำงานและส่งเงินไปให้ ซึ่งหลังจากนี้หากสามีซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวไม่รอดชีวิต ตนก็ยังคิดไม่ออกว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปเช่นกัน” น.ส.ซัน กล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ