ข่าว

ญี่ปุ่นเปิดกิจการเก็บขยะอวกาศ

ญี่ปุ่นเปิดกิจการเก็บขยะอวกาศ

17 ธ.ค. 2559

เทคโนโลยีอวกาศ ผสานกับเทคโนโลยีการประมงของบริษัทเก่าแก่ ก่อให้เกิดการปฏิวัติการเก็บขยะอวกาศ โดยประเทศญี่ปุ่น

   การแข่งขันด้านกิจการอวกาศ เริ่มต้นขึ้นจากการส่งดาวเทียมดวงแรกของโลก เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2500 โดยขณะนั้นสหภาพโซเวียตได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่สามารถส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรได้เป็นประเทศแรกของโลก และทำให้ชื่อดาวเทียม “สปุตนิค 1” ถูกจารึกในประวัติศาสตร์การบุกเบิกกิจการอวกาศ นับจากนั้นก็มีการขับเคี่ยวกันอย่างรุนแรงระหว่างสองขั้วอำนาจโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา และ สหภาพโซเวียต ที่ผลัดกันยิงจรวดส่งดาวเทียม จรวดส่งยานสำรวจพื้นที่ต่างๆในอวกาศ ไล่ตั้งแต่ดวงจันทร์ ไปจนถึงระบบสุริยจักรวาลเพื่อนบ้านของเรา 

   จนต่อมา ประเทศอื่นที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ ก็ผลัดกันส่งจรวดนำดาวเทียมขึ้นไปในวงโคจรรอบโลก ทำให้ในเวลานี้มีดาวเทียมกว่า 1,071 ดวง โคจรอยู่ในวงโครจรรอบโลกในเวลานี้ (สถิติเมื่อปี 2558 ) ซึ่งกว่าครึ่งหนึ่งเป็นดาวเทียมที่สหรัฐอเมริกส่งขึ้นไปยังอวกาศเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ

ญี่ปุ่นเปิดกิจการเก็บขยะอวกาศ

ภาพจากเรดาห์ตรวจจับขยะอวกาศในระดับวงโคจรต่ำเหนือโลก

 

   แต่ทุกครั้งที่มีการส่งดาวเทียม หรือ ยานอวกาศขึ้นสู่วงโครจร หรือเข้าสู่อวกาศ ก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า “ขยะอวกาศ” ซึ่งเป็นชิ้นส่วนของจรวดนำส่ง ทั้งขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ล่องลอยอยู่ในอวกาศรอบโลก เช่นเดียวกับดาวเทียมเก่าที่หมดอายุการใช้งาน แต่ไม่ได้รับการบังคับให้ทำลายตัวเองด้วยการพุ่งกลับมายังโลกและเสียดสีกับชั้นบรรยากาศจนถูกเผาผลาญไปในชั้นบรรยากาศ ก็ยังคงลอยอยู่ในวงโคจรกลายเป็นขยะอวกาศที่รอว่าสักวันหนึ่งจะมีผู้ที่ให้ความสำคัญและจัดเก็บหรือทำลายอย่างเหมาะสม

   ขยะอวกาศเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อดาวเทียม ยานอวกาศ รวมทั้งสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) ที่โคจรอยู่ในห้วงอวกาศเหนือโลก และมีรายงานว่าดาวเทียม 5 ดวง ถูกขยะอวกาศพุ่งชนจนได้รับความเสียหายมาแล้ว (สถิติจนถึงเดือนธันวาคม 2559)

   มีการประเมินว่าขยะอวกาศขนาดเล็กกว่า 1 เซนติเมตรล่องลอยอยู่มากถึง 170 ล้านชิ้น ขยะอวกาศขนาด 1-10 เซนติเมตร 670,000 ชิ้น และมีขยะอวกาศขนาดใหญ่ล่องลอยอยู่ในอวกาศรอบโลกอีกราว 69,000 ชิ้น 

  ด้วยปริมาณขยะอวกาศมากมายเช่นนี้ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อดาวเทียมราคาแพง ดังนั้นสหรัฐอเมริกาจึงต้องลงทุนจัดตั้งคณะทำงานตรวจสอบติดตามขยะอวกาศกันเลยทีเดียว
 

ญี่ปุ่นเปิดกิจการเก็บขยะอวกาศ รูบนลำตัวกระสวยอวกาศเอนด์เอฟเวอร์ ที่เกิดจากขยะอวกาศพุ่งทะลุ

  อย่างไรก็ตามสหรัฐอเมริกา ผู้ผลิตขยะอวกาศมากที่สุดในโลกยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการกำจัดเศษโลหะ เศษชิ้นส่วนที่เคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงไปรอบโลก แต่ประเทศญี่ปุ่น ที่มีการพัฒนาและเข้าสู่การแข่งขันในกิจการอวกาศหลังสหรัฐอเมริกา กลับคิดหาวิธีการกำจัดขยะอวกาศเหล่านั้นแล้ว และ เริ่มทดลองการเก็บขยะ ออกจากอวกาศด้วยการใช้ยานอวกาศลากตาข่ายขนาดใหญ่ความยาวราว 700 เมตร ไปไล่เก็บชิ้นส่วนเหลือทิ้งในอวกาศ

   เทคโนโลยีนี้อยู่ในขั้นการทดลอง จากการใช้ตาข่ายที่ถักทอขึ้นโดยนิตโต ไซโมะ โรงงานผลิตแหเก่าแก่อายุ 106 ปีในญี่ปุ่น แต่แทนที่จะใช้เส้นไยโพลีเอสเตอร์มาสานกัน แหอวกาศนี้ต้องใช้เส้นไยอะลูมิเนียม และ เส้นไยเหล็ก ที่มีความแข็งแรงสูงมากเพื่อชะลอและดักจับขยะอวกาศที่เคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงราว 28,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากได้รับแรงจากแรงดึงดูดของโลกและการหมุนรอบตัวของโลก ทำให้ขยะอวกาศเคลื่อนที่ไปตามทิศทางและความเร็วในการหมุนรอบตัวเองของดาวเคราะห์สีน้ำเงินดวงนี้ด้วย

ญี่ปุ่นเปิดกิจการเก็บขยะอวกาศ ญี่ปุ่นเปิดกิจการเก็บขยะอวกาศ

   ยานอวกาศของญี่ปุ่นลำนี้มีชื่อว่า “สตอร์ค” หรือ “คูโนโตริ” ในภาษาญี่ปุ่น ถูกส่งขึ้นจากสถานีอวกาศทาเทกาชิมาในแปซิฟิกเหนือ มุ่งหน้าไปยังไอเอสเอส 

   ระหว่างการเดินทาง ก็จะทำหน้าที่ดักขยะอวกาศด้วยตาข่ายที่ออกแบบมาเป็นพิเศษที่มีสนามแม่เหล็กความเข้มข้นสูง และสารหล่อลื่นเพื่อผลักให้ขยะอวกาศเปลี่ยนทิศทางมุ่งลงไปยังชั้นบรรยากาศโลกเพื่อให้เกิดการเสียดสีกับอากาศจนเกิดความร้อนสูงและเผาทำลายไปในที่สุด

  การทดลองของญี่ปุ่นนับเป็นความพยายามของนักวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักบินอวกาศที่ปฏิบัติการอยู่นอกโลก และ ดาวเทียมต่างๆที่กำลังทำหน้าที่ถ่ายทอดสัญญาณการสื่อสาร ดาวเทียมตรวจอากาศ รวมทั้งไอเอสเอส ที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์