ข่าว

สุนทรพจน์อภิสิทธิ์ชวนทุกภาคส่วนพัฒนาปท.

สุนทรพจน์อภิสิทธิ์ชวนทุกภาคส่วนพัฒนาปท.

21 ส.ค. 2552

นายกฯกล่าวสุนทรพจน์ “The Making of Progressive Thailand” เชิญชวนทุกภาคส่วน และบ.เอกชน มาเป็นห้นส่วนในการร่วมกันพัฒนาประเทศ

 (21ส.ค.)เมื่อเวลา10.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์ หัวข้อ The Making of Progressive Thailand ณ โรงแรม พลาซ่า แอทธินี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ ขอบคุณสำหรับคำเชิญ เพื่อกล่าวสุนทรพจน์ในงานสัมมนาครั้งนี้ ซึ่งประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ นักคิด และผู้อภิปราย ระดับโลก รวมถึง ศาตราจารย์ Joseph Stiglitz นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลด้วย หัวข้อของสุนทรพจน์ “The Making of Progressive Thailand” จะกล่าวถึงสภาพทั่วไปของปัญหาการเมืองของไทย และสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจโลก

ขณะนี้ ไทยมีพัฒนาการที่ดี ซึ่งรัฐบาลได้นำแนวทาง “Progressive Approach” ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนามาใช้แก้ปัญหา และมั่นใจว่ารัฐบาลดำเนินการในแนวทางที่สร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์สุขของประเทศโดยรวมนับ ตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ มีภารกิจที่สำคัญ 2 ประการ คือ การสร้างความสมานฉันท์ทางการเมือง ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลตระหนักดีว่าสวัสดิการความเป็นอยู่ของประชาชน คือ ศูนย์กลางของงานของรัฐบาล และเป็นหัวใจในการดำเนินการต่างๆ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีความมุ่งมั่นที่จะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้การเมืองก้าวไปข้างหน้า เศรษฐกิจได้รับการแก้ไข และประชาชนมีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น สำหรับหัวข้อ “Making of Progressive Thailand” มีความสำคัญอยู่ที่ตัวหนังสือ Progressive ที่มีความหมายที่ดีในตัวเอง โดยแต่ละตัว แสดงถึงเป้าหมายของสิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ กล่าวคือ

 P แทนคำว่า People คือ ประชาชน ซึ่งเป็นหัวใจของนโยบายของรัฐบาล ประชาชนเป็น ทรัพย์สินที่มีค่าอย่างยิ่ง และเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญต่อ ทุนด้านบุคลากร “โครงการฝึกอบรมทักษะอาชีพ” เป็นหนึ่งในโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทรัพยากรบุคคลของประเทศ R แทนคำว่า “Reconciliation” คือ ความสมานฉันท์ รัฐบาลจึงมุ่งสร้างความสมานฉันท์กลับคืนสู่สังคมไทยมิให้ความขัดแย้งมางการ เมืองเป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศ ซึ่งเชื่อว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง O แทนคำว่า “Open Economy” คือ เศรษฐกิจแบบเปิด โดยไทยยังคงยึดเศรษฐกิจแบบเปิด และยึดมั่นต่อพันธสัญญาภายใต้องค์การการค้าโลก ความตกลงต่างๆทั้งทวิภาคีและภูมิภาคที่มี

 G แทนคำว่า “Good Governance” คือ ธรรมาภิบาล เป็นที่ทราบกันดีว่า ธรรมาภิบาล เป็นหัวใจสำคัญสำหรับทุกๆ การบริหารที่ดี ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ ได้ให้ความสำคัญ อย่างยิ่งกับหลักการนี้ ได้มุ่งเน้นการทำงานที่อยู่บนพื้นฐานความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ยึดหลักนิติธรรมและประชาธิปไตย R แทนคำว่า “Regional Integration” คือความร่วมตัวภายในภูมิภาค ทั้งอาเซียนและพิจารณาให้ไกลไปกว่านั้น ซึ่งหมายรวมทั้งประเทศคู่เจรจาอาเซียน E แทนคำว่า Economic Recovery คือ การฟื้นฟูเศรษฐกิจ ตั้งแต่ที่รัฐบาลเข้าทำหน้าที่ สิ่งที่รัฐบาลยึดถือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดคือการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขันระยะยาว และให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้น ประเทศไทยและประชาชนไทยจะได้พร้อมรับกับเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยยังได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ซึ่งมีแนวคิดหลักของการดำเนินชีวิตตามทางสายกลาง และสอนการใช้ชีวิตอย่างเป็นกลางและมีเหตุมีผล และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างพอเหมาะพอควร และยั่งยืน ดังนั้นรัฐบาลจึงได้ยึดแนวทางนี้ และมุ่งมั่นที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาอย่าง ยั่งยืน และในฐานะประเทศไทยมีศักยภาพสูงสำหรับการเป็น “อู่ข้าวอู่น้ำ” ของโลก และรับประกันได้ว่าเราสามารถผลิตและส่งออกอาหาร ในขณะที่ประเทศอื่นๆประสบกับปัญหาความมั่นคงทางอาหาร

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ที่กล่าวมาข้างต้น คือ ตัว S สองตัว “SSs”ซึ่งแทนคำว่า “Sufficiency Economy” เศรษฐกิจพอเพียงและ “Sustainable Development” การพัฒนาอย่างยั่งยืน จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึง สามตัวอักษรสุดท้ายของคำว่า “Progressive ซึ่งสามตัวสุดท้ายนี้ สำคัญมากเนื่องจากจะช่วยให้เราก้าวไปสู่อนาคต นั่นคือ ตัว I แทนคำว่า “Innovation” ตัว “V” แทนคำว่า “Vision” และตัว “E” แทนคำว่า “Education” สิ่งสำคัญที่รัฐบาลชุดนี้ ส่งเสริม “Creative Economy” เศรษฐกิจบนพื้นฐานเชิงสร้างสรรค์ เพื่อใช้ประโยชน์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นรวมทั้งความรู้ทางขนบธรรมเนียมประเพณี

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับ “Vision” หรือ วิสัยทัศน์นั้น เราไม่สามารถคิดเพียงแค่ในระยะสั้นเท่านั้น ทุกการตัดสินใจและทางเลือก เรามองไปข้างหน้า สำหรับกิจการภายในประเทศ รัฐบาลมิได้กำหนดนโยบายเพียงเพื่อให้ได้รับการเลือกตั้ง สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป แต่รัฐบาลทำงานเพื่อให้ประเทศได้รับประโยชน์และเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ของประชาชน และสำหรับการต่างประเทศ รัฐบาลได้ทำงานอย่างหนักเพื่อให้ประเทศไทยอยู่ในจุดที่สมควรจะเป็นในประชาคม โลก ซึ่งที่ผ่านมาเราได้พิสูจน์แล้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสามารถและมี บทบาทสำคัญระดับโลก ตัวอักษรตัวสุดท้าย คือ E แทนคำว่า Education คือ การศึกษา ซึ่งถือเป็นประตูสู่โอกาสที่ดีมากมาย การศึกษาไม่เพียงแต่ให้ความรู้ แต่ยังเป็นการวางรากฐานให้กับชีวิต ซึ่งรัฐบาลชุดนี้มีความภูมิใจอย่างมากที่สามารถให้การศึกษาแก่เด็กที่ไม่เคย มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมีโครงการเรียนฟรี ผ่านโครงการเรียนฟรี 15 ปี ซึ่งเริ่มขึ้นแล้วในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

 นายกรัฐมนตรี ได้ย้ำในตอนท้ายเกี่ยวกับจุดมั่งหมายและการดำเนินการของรัฐบาล ว่า จะต้องได้รับความร่วมมือจากภาคส่วน โดยเฉพาะความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อมุ่งไปสู่ทิศทางและเป้าหมายเดียวกันที่จะทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า ต่อไป (The Making of Progressive Thailand)