
ลอบรื้อถอนอาคารถล่มดับ4เจ็บ2
อาคารสูง 8 ชั้น ย่านบางจาก ถล่มทับคนงานดับ 4 เจ็บ 2 คาดรื้อถอนไม่ถูกหลักวิศวกรรม
16 ธ.ค. 59 เมื่อเวลา 09.30 น. ร.ต.อ.เอกพันธ์ พลยะศรีสวัสดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.พระโขนง ได้รับแจ้งเหตุอาคารทรุดตัวภายในซอยสุขุมวิท 87 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. หลังรับแจ้งได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชนิน วชิรปาณีกูล ผกก.สน.พระโขนง พ.ต.ท.เสถียร วิชญ์ธนมาลา รอง ผกก.(สอบสวน) สน.พระโขนง เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพระโขนง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำกำลังไปยังที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 87 เป็นอาคารสูง 8 ชั้น เคยเป็นโชว์รูมรถยนต์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรื้อถอน มีการกั้นพื้นที่โดยรอบด้วยสังกะสี พบมีชิ้นส่วนอาคารที่ถล่มลงมา เจ้าหน้าที่ได้กั้นพื้นที่โดยรอบไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปภายในบริเวณ เนื่องจากเกรงว่าอาคารจะทรุดลงมาเพิ่ม และอาจเกิดอันตรายได้ ขณะที่คนงานหญิงซึ่งหนีออกมาได้ทัน ได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า ระบุว่า มีเพื่อนคนงานติดอยู่ภายในประมาณ 4 - 5 คน ขณะเดียวกันโรงเรียนนานาชาติเวลส์ ซึ่งอยู่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุได้อพยพนักเรียนไปอยู่ในที่ปลอดภัย
หลังจากเจ้าหน้าที่รับทราบข้อมูลเบื้องต้นจึงเร่งค้นหาผู้ที่ติดอยู่ภายใต้ซากอาคารโดยเร่งด่วน และพบร่างผู้เสียชีวิต 1 คน อยู่ใกล้กับรถแบ็กโฮ ทราบชื่อต่อมาคือ นายธีรศักดิ์ แสงศรีสงค์ อายุประมาณ 45 ปี
นายพิชิต ภาสดา อายุ 43 ปี คนขับรถแบ็กโฮอีกคันหนึ่ง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนและคนงานรวม 9 คน กำลังเตรียมจะรื้อถอนอาคาร ก่อนเกิดเหตุตนกำลังเติมน้ำมันรถแบ็กโฮอยู่ชั้นล่าง และคนงานที่เหลือกระจายอยู่ตามอาคาร จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงสลิงขาด ก่อนที่อาคารจะถล่มลงมา ตนและคนงานต่างวิ่งหนีตายกันอลหม่าน
ด้านนายสัน ทองสุข หัวหน้าฝ่ายโยธา สำนักงานเขตพระโขนง เปิดเผยว่า อาคารดังกล่าวได้รับการอนุญาตให้รื้อถอนเพื่อปรับปรุงโครงสร้าง แต่เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน เกิดเหตุเศษหินจากการรื้อถอนกระเด็นถูกชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม สำนักงานเขตจึงมีหนังสือสั่งให้ระงับการรื้อถอนไว้ชั่วคราว และให้ทำแผนดูแลความปลอดภัยระหว่างการรื้อถอนอาคารใหม่มาเสนอ แต่ในระหว่างนี้ยังไม่ปรากฏมีการทำหนังสือมาเสนอในรอบใหม่ก็ปรากฏมีเหตุอาคารทรุดตัวลงก่อน ส่วนต้นเหตุที่อาคารทรุดตัวยังอยู่ระหว่างรอการตรวจสอบ
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวว่า พบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ และผู้สูญหายอีก 2 คน อย่างไรก็ตาม ขอแสดงความเสียใจต่อญาติผู้เสียชีวิต อยากฝากไปถึงผู้ปฏิบัติหน้าที่ให้ทำงานด้วยความระมัดระวัง ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและออกหมายจับให้ได้ภายในเย็นวันนี้ โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าข่ายความผิดทั้งหมด 3 ข้อหา คือ กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงความตาย , ผิด พ.ร.บ.อาคาร พ.ศ. 2522 และขัดคำสั่งเจ้าหน้าที่พนักงาน เนื่องจากสำนักงานเขตสั่งระงับการรื้อถอนแล้วแต่ก็ยังมีการดำเนินงาน
เวลาต่อมา นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางมายังที่เกิดเหตุ กล่าวว่า อาคารดังกล่าวเป็นอาคาร 8 ชั้น โดย บริษัท ไทยยานยนต์ เซลส์แอนด์เซอร์วิส จำกัด เป็นผู้ยื่นขอรื้อถอนอาคารกับกองควบคุมอาคาร สำนักงานโยธา กรุงเทพฯ ที่ผ่านมาสำนักงานเขตพระโขนงได้ตรวจสอบพบว่าโครงการรื้อถอนอาคารดังกล่าวมีการจัดทำมาตรการป้องกันวัสดุและฝุ่นละอองไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี อีกทั้งยังสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้พักอาศัยข้างเคียงและประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา จึงแจ้งให้ระงับการรื้อถอนอาคารในทันที และจัดทำมาตรการป้องกันวัสดุและฝุ่นละอองให้ครบถ้วนสมบูรณ์ภายใน 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2559 ส่วนสาเหตุที่อาคารทรุดตัวยังอยู่ระหว่างรอการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
นายจักกพันธุ์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้หารือกับวิศวกรจากวิศวกรรมสถาน แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่าจะเข้าพื้นที่เพื่อตัดชิ้นส่วนของอาคารบางส่วนออกมา เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาให้ได้ภายในคืนนี้ จากนั้นวันพรุ่งนี้ (17 ธ.ค.) เวลา 09.00 น. จะหารือขั้นตอนวิธีการรื้อถอนอาคาร เพื่อให้เกิดความรอบคอบมากที่สุด และจากการประเมินเบื้องต้นหากไม่มีสิ่งใดมากระทบกระเทือนอาคารจะยังคงอยู่ได้ แต่หากมีลมหรือฝนหรือสิ่งใดมากระทบกระเทือนอาคารอาจจะทรุดลงมาอีก ซึ่งเขตจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพิจารณาการออกประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง โดยขณะนี้เขตได้ระงับไม่ให้มีการรื้อถอนอาคาร และห้ามเข้าพื้นที่แล้ว
ด้านนายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า วิศวกรของกรมลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารดังกล่าวแล้ว พบว่าที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 8 ชั้น 1 หลัง มีพื้นที่ 16,557.75 ตารางเมตร เลขที่ 2225 ลักษณะโครงสร้างอาคารที่รื้อถอนเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กพื้นโพสเทนชั่น โดยอยู่ระหว่างดำเนินการรื้อถอนอาคารโดยบริษัทไทยยานยนต์ เซลส์แอนด์เซอร์วิส จำกัด ซึ่งขณะเกิดเหตุอยู่ระหว่างการรื้อถอนอาคารในชั้นที่ 5
นายมณฑล กล่าวต่อว่า สาเหตุการถล่มคาดว่าอาจเนื่องมาจากการดำเนินการรื้อถอนไม่เป็นไปตามที่ได้แจ้งไว้และไม่ได้เป็นไปตามหลักวิชาการทางวิศวกรรมที่ดี เพราะในแบบที่แจ้งการรื้อถอนระบุขั้นตอนวิธีการรื้อถอนจะต้องติดตั้งเสาค้ำยันรับพื้นทุกชั้นตั้งแต่ชั้นบนจนถึงชั้นล่างก่อนนำรถแบ็กโฮขึ้นไปบนอาคารทำการรื้อถอนอาคารตั้งแต่ชั้นที่ 8 ลงมาถึงชั้นล่าง อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่เป็นเขตอันตรายแล้ว เนื่องจากอาคารอาจถล่มลงมาได้อีก หลังจากนี้กรมจะเชิญวิศวกรรมสถานฯ และกรุงเทพมหานคร ร่วมตรวจสอบโครงสร้างอาคารอีกครั้งหนึ่ง
วันเดียวกัน นายสุวิทยา จันทวงศ์ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวว่า อาคารดังกล่าวเดิมเป็นอาคารโชว์รูมรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง และกำลังรื้อถอนเพื่อเตรียมพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม โดยมีบริษัท ไทยยานยนต์ เซลส์แอนด์เซอร์วิส จำกัด เป็นผู้ยื่นขอรื้อถอนอาคารกับกองควบคุมอาคาร สำนักงานโยธา กรุงเทพฯ ขณะเกิดเหตุมีคนงานทำงาน 7 คน เป็นชาย 5 คน หญิง 2 คน จากการรื้อถอนอาคารดังกล่าวมีการใช้รถแบ็กโฮขึ้นไปเจาะอาคารชั้นบน ซึ่งคาดว่ามีแรงสั่นสะเทือนและรื้อถอนผิดขั้นตอน จนเป็นเหตุให้คนงานเสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บ 2 คน ส่วนหัวหน้างานอีก 1 คน ไม่พบในที่เกิดเหตุ
นายสุวิทยา กล่าวต่อว่า ในเบื้องต้น กสร.ได้สั่งการให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครเขต 8 และศูนย์ความปลอดภัยในการทำงาน เขต 12 ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที และได้รับรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่ผ่านมา สำนักงานเขตพระโขนงได้แจ้งให้ระงับการรื้อถอนอาคารดังกล่าว เนื่องจากมีการจัดทำมาตรการป้องกันวัสดุและฝุ่นละอองไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี และสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้พักอาศัยข้างเคียง ตลอดจนประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา และได้กำหนดให้จัดทำมาตรการป้องกันวัสดุและฝุ่นละอองให้ครบถ้วนภายใน 15 วัน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจะเข้าไปตรวจสอบว่าผู้รับเหมาหรือนายจ้างฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัยในงานเกี่ยวกับการก่อสร้าง พ.ศ. 2551 ที่ระบุว่า การรื้อถอนต้องขออนุญาต และนายจ้างต้องให้มีวิศวกรควบคุมงานเพื่อความปลอดภัย และ พ.ร.บ.ความปลอดภัยในงานทำงาน พ.ศ. 2554 ที่ให้นายจ้างต้องจัดการอบรมเรื่องความปลอดภัยแก่ลูกจ้างก่อนทำงาน หากพบว่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ



