ข่าว

 “ธนบูรณ์”คัมแบ็ก ลุ้นซิวแชมป์สมัย5 “ซิโก้”สั่งทุบอิเหนา

“ธนบูรณ์”คัมแบ็ก ลุ้นซิวแชมป์สมัย5 “ซิโก้”สั่งทุบอิเหนา

16 ธ.ค. 2559

แข้งไทยหลังชนฝาต้องชนะ อินโดนีเซีย เพื่อคว้าแชมป์สมัย 5​ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016” กุนซือ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง สั่ง “ช้างศึก” เดินรุกใส่ตลอด 90 นาที

    ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016” รอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 วันที่ 17 ธันวาคมนี้ “ช้างศึก” ไทย แชมป์เก่าและแชมป์ 4 สมัยจะเปิดบ้านพบ “อิเหนา” อินโดเซีย รองแชมป์ 4 สมัยที่ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.00 น. สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สีและเคเบิลทีวีช่อง “ฟ็อก สปอร์ต” ถ่ายทอดสด ซึ่งเกมแรก อินโดนีเซีย ชนะมาก่อน 2-1 นัดนี้ไทยต้องชนะเท่านั้นถึงจะคว้าแชมป์
    ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ สมาพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) ได้จัดแถลงข่าวความพร้อมก่อนการแข่งขันของทั้ง 2 ชาติ โดย “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า เกมแรก อินโดนีเซีย ทำให้ไทยปวดหัวพอสมควร แต่เกมนัดที่ 2 ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะได้กลับมาเล่นในบ้าน เชื่อว่าเกมจะสนุกแน่นอน
    “นัดนี้เชื่อว่าจะต้องมีแฟนบอลเข้ามาเต็มความจุของสนามแน่นอน ทุกคนในทีมลืมความพ่ายแพ้จากเกมแรกไปหมดแล้ว สภาพทีมตอนนี้พร้อม นักเตะทั้ง 23 คนสมบูรณ์ดี ในรายของ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ที่บาดเจ็บจนไม่ได้เล่นในนัดแรกสภาพ 99.99 เปอร์เซนต์แล้ว นัดนี้ทีมชาติไทยจะเดิมเกมรุกเข้าใส่ตลอด 90 นาที เพราะราชมังคลากีฬาสถานคือนรกของทีมเยือน” ซิโก้ กล่าว
    กุนซือทีมชาติไทยเผยต่อว่า ทีมชาติไทยเคยคว้าแชมป์มาแล้ว 4 สมัย ดังนั้น อินโดนีเซีย น่าจะมีความกดดันมากกว่าเนื่องจากว่ายังไม่เคยไปถึงแชมป์รายการนี้เลย ทีผ่านมาพวกเขาได้รองแชมป์ในทุกครั้งที่เข้าชิงชนะเลิศ 4 สมัยแล้ว แน่นอนว่า อินโดนีเซีย ต้องการได้แชมป์สมัยแรก แต่บังเอิญว่าจะเป็นทีมชาติไทยที่คว้าแชมป์สมัยที่ 5
    ด้าน อัลเฟรด รีเดิล กุนซืออินโดนีเซียเปิดเผยว่า นัดนี้จะเป็นเกมที่ยากแน่นอน ไทยเป็นทีมที่ดีที่สุดของอาเซียนดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับอินโดนีเซีย ยอมรับว่าไทยเหนือกว่า แต่เชื่อว่าไทยกดดันมากกว่าเพราะเป็นทีมเต็งแชมป์ ทั้งนี้เป้าหมาของ อินโดนีเซีย คือการเอาชนะให้ได้
    จากนั้นช่วงเย็นทีมชาติไทยไปฝึกซ้อมที่ราชมังคลากีสถานในเวลา 16.00 น. โดยให้สื่อมวลชนทำข่าวเพียง 15 นาทีก่อนจะปิดสนามซ้อมเพื่อทบทวนเทคนิค แทกติก และระบบการเล่นเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่ง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ สามารถลงฝึกซ้อมได้ตามปกติ ส่วนคนอื่นๆอยู่ในสภาพสมบูรณ์
    เกมนี้คาดว่า “ซิโก้” จะปรับระบบมาเล่นมาเป็น 3-4-1-2 ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กองหลัง อดิศร พรหมรักษ์ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ประทุม ชูทอง วิงแบ็กขวา ทริสตอง โด วิงแบ็กซ้าย ธีราทร บุญมาทัน กองกลาง สารัช อยู่เย็น ปกเกล้า อนันต์ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ่กองหน้า สิโรจน์ ฉัตรทอง กับ “ธีรศิลป์ แดงดา ดาวซัลโวของรายการที่ยิงไปแล้ว 6 ประตู
    ด้าน อินโดนีเซีย ลงฝึกซ้อมที่ราชมังคลากีฬาสถานต่อจากไทยในเวลา 17.00 น. นัดนี้ทีมจะไม่มี อันดิค เวอร์มานยา กองกลางตัวเก่งที่บาดเจ็บต้องพักยาวแค่คนเดียว นอกนั้นพร้อมลงสนามทั้งหมด นำโดยคู่กองหน้า โบอาส โซลอสซา กัปตันทีมและ สเตฟาน ลิลิปาลี มิดฟิลด์ลูกครึ่งอินโดนีเซีย - เนเธอร์แลนด์
    เกมนี้ทีมงานผู้ตัดสินมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์แบบยกชุด ส่วนสถิติที่ทั้ง 2 ทีมเคยพบกัน 76 ครั้ง ไทย ชนะ 36 เสมอ 14 แพ้ 26 ยิงได้ 134 เสีย 86 ประตู ขณะที่สถิติในทัวนาเมนต์นี้เจอกันมา 10 ครั้ง ไทยชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 2 ยิงได้ 22 เสีย 12 ประตู สำหรับ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016” เจอกันมาแล้ว 2 ครั้ง รอบแรก นัดแรก ที่ฟิลิปปินส์ ไทย ชนะ 4-2 และรอบชิงชนะเลิศ นัดแรก ที่อินโดนีเซีย อินโดนีเซีย ชนะ 2-1
    หากไทยคว้าแชมป์จะเป็นสมัยที่ 5 มากที่สุดกว่าทุกทีมเพียงชาติเดียว โดยไทยเข้าชิงชนะเลิศ 7 ครั้ง ได้แชมป์ 4 ครั้งเมื่อปี 1996, 2000, 2002, 2014 ส่วน อินโดนีเซีย เข้าชิง 4 ครั้ง แพ้รวดในปี 2000, 2002, 2004 และ 2010 อย่างไรก็ตามยังไม่เคยมีทีมที่แพ้ในรอบชิงชนะเลิศ นัดแรก แล้วพลิกสถานการณ์กลับมาคว้าแชมป์ในเกมที่ 2 ได้เลย