
ปล่อย“ชูวิทย์”พ้น“คุก” แล้ว
"ชูวิทย" ดีใจสุดๆหลังได้รับอิสรภาพ และสำนึกผิดกับสิ่งที่ตนทำมาทั้งหมด
เมื่อเวลา 17.00 น. เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้มีการปล่อยตัวนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ผู้ต้องขังคดีรื้อบาร์เบียร์ ออกจากทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์
โดยหลังจากนายชูวิทย์ ได้รับการปล่อยตัวก็แสดงอาการดีใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะเดินไปสักการะพระพุทธรูปหลวงพ่อโสธร เพื่อความเป็นศิริมงคล จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์ความรู้สึกที่อยู่ภายในเรือนจำกับสื่อมวลชน
โดยนายชูวิทย์ กล่าวว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่รัชกาลที่ 10 ทรงพระราชทานอภัยโทษแก่ตนเอง พร้อมกับระบุว่า รู้สึกดีใจอย่างมากที่ได้รับอิสรภาพและสำนึกผิดกับสิ่งที่ตนทำมาทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมาตนเองผิดก็พร้อมยอมรับผิด
โดยขณะที่อยู่ในเรือนจำ ตนเองได้ปฏิบัติตนเช่นเดียวกับผู้ต้องขังคนอื่นทุกประการ พร้อมทั้งยังได้บำเพ็ญประโยชน์โดยการเก็บศพภายในโรงพยาบาลราชฑัณฑ์ จำนวน 80 ศพ และคอยให้ความช่วยเหลือแพทย์และพยาบาล โดยไม่เคยได้รับสิทธิเหนือผู้ต้องขังคนอื่น
นอกจากนี้นายชูวิทย์ ยังฝากถึงผู้ที่ต้องถูกดำเนินคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทุกคนว่า ไม่ควรหนีคดีและควรสู้คดีตามหลักกระบวนการยุติธรรม เพื่อเป็นการรับผิดต่อสังคม และเป็นการทำตามระเบียบของสังคม หลังจากนี้ เมื่อได้รับการปล่อยตัวตนอยากว่ายน้ำ และเตรียมเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาในวันพรุ่งนี้ เพื่อร่วมงานรับปริญญาของลูกสาว
ส่วนจะดำเนินชีวิตอย่างไรหลังจากนี้ ยังไม่ได้วางแผนอนาคตไว้ แต่ยืนยันจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองอย่างแน่นอน แต่จะหาอาชีพสุจริตทำ หากเป็นไปได้อยากเป็นพิธีการโทรทัศน์ หรือเขียนหนังสือประวัติของตนเอง เพื่อเล่าประสบการณ์ของตนเอง โดยในช่วงระหว่างที่ถูกจำคุกเกือบหนึ่งปีก็ไม่ได้มีแนวคิดอะไรนอกจากอยากจะออกไปใช้ชีวิตด้านนอกเพียงอย่างเดียว
ส่วนสถานที่บาร์เบียร์ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ยังไม่ได้คิดว่าจะทำอย่างไรต่อ เพราะเพิ่งพ้นโทษออกมา แต่ในเมื่อสถานที่นั้นเป็นของตน อย่างไรก็ต้องเป็นของตน ทั้งนี้เมื่อนายชูวิทย์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรียบร้อย ก็เดินทางกลับทันที พร้อมโบกมือลา
ทั้งนี้ นายชูวิทย์ เข้าเงื่อนไขได้รับพระราชทานอภัยโทษด้วยการปล่อยตัว ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษเนื่องในโอกาสแรกนับแต่ขึ้นระชกาลที่ 10 ทรงขึ้นครองราชย์สืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ. 2559
โดยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นายชูวิทย์ได้รับการลดโทษ 1 ใน 4 ของโทษทั้งหมด เพราะเป็นนักโทษชั้นดี ได้รับพระราชทานอภัยโทษด้วยการลดโทษ ตาม พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2559 เนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
สำหรับนายชูวิทย์ ตกเป็นผู้ต้องขังในคดีรื้อบาร์เบียร์ ที่ต้องโทษจำคุก 2 ปี โดยเริ่มรับโทษตามคำพิพากษาศาลฎีกาตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา



