จับครอบครัวอภิมหาตีนแมวอาชีพ!!
ตระเวนลักทรัพย์กลางคืนทุกวัน ไม่เว้นแม้สากกะเบือ ผัวโดดหนีลงคลองรอด แต่เมียโดนรวบ จับพวกร่วมแก๊งอีก 5 คน ข้อหารับของโจร
16 ธ.ค. 59 พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช แถลงการจับกุมผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ พร้อมตรวจดูของกลางจากการก่อเหตุนับพันรายการที่ยึดคืนมาได้ โดยเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม นายยะยา โดระมาน อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/6 หมู่ 6 ต.ท่าซัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช แต่ผู้ต้องหากระโดดลงคลองหลบหนีไปได้ แต่สามารถจับกุม น.ส.เดือนแรม สุขพลอย อายุ 39 ปี ภรรยาของนายยะยาไว้ได้ โดยแนวทางการสืบสวนพบว่าร่วมกันโจรกรรมทรัพย์สิน พร้อมยึดของกลางจำนวนมากดังกล่าวไว้ด้วย
พล.ต.ต.วันไชย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบของกลางในคดีลักทรัพย์เวลากลางคืน ซึ่งมีนับพันรายการ ตั้งแต่อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น ครกพร้อมสาก ไม้ถูพื้น เครื่องครัว เครื่องยนต์รถแบ็กโฮขนาดเล็ก วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ตู้เย็น โต๊ะเก้าอี้ รถจักรยานยนต์ ปั๊มน้ำ แทงก์น้ำขนาด 5,000 ลิตร รวมแล้วกว่า 1,000 รายการ ต้องใช้รถบรรทุกหกล้อขนย้ายถึง 3 คันรถ แต่ก็ยังไม่หมด และเจ้าหน้าที่ได้จับกุม น.ส.เดือนแรม ภรรยาของนายยะยา ขณะเดียวกันพบว่าบ้านของสองสามีภรรยารายนี้ปลูกสร้างจากวัสดุที่ตระเวนโจรกรรมมาจากไซต์งานก่อสร้างหลายแห่งใน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่จึงอายัดเพื่อรื้อถอนวัสดุ เช่น บานหน้าต่าง ประตูพร้อมกรอบ เพื่อคืนให้เจ้าทรัพย์
ทั้งนี้ พบว่าพื้นที่ก่อเหตุของนายยะยาอยู่ใน ต.ปากนคร ต.ท่าซัก และ ต.ท่าไร่ โดยตระเวนก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ติดตามอย่างต่อเนื่องจากพฤติการณ์ของคนร้ายที่ออกก่อเหตุในเวลากลางคืนทุกคืน จนพบว่าคือนายยะยา จึงนำกำลังเข้าจับกุม แต่ผู้ต้องหาอาศัยความชำนาญพื้นที่กระโดดลงคลองหลบหนีไปได้ แต่สามารถจับกุมภรรยาและผู้รับซื้อของโจรไว้ได้เช่นกัน พร้อมกับเข้ายึดของกลาง ซึ่งยังไม่สามารถขนของกลางได้ทั้งหมด เนื่องจากมีนับพันรายการ
พล.ต.ต.วันไชย กล่าวอีกว่า คนร้ายมีพฤติการณ์เป็นโจรอาชีพคือ โจรกรรมทรัพย์สินของผู้อื่นเป็นหลัก โดยออกตระเวนก่อเหตุทุกวัน ซึ่งตอนนี้จับกุมภรรยาของนายยะยาได้แล้ว พร้อมพวกอีก 5 คน ในข้อหารับของโจร คือ นายสุไลมาน โดระมาน อายุ 46 ปี นายสมพงศ์ ขวัญเจริญ อายุ 56 ปี นายด๊ะโหระ ยี่ฮ่อ อายุ 41 ปี นายสามารถ เซ็นยะหมัด อายุ 31 ปี และนายสุทธิพงศ์ อยู่เกตุ อายุ 29 ปี โดยผู้เสียหายที่แจ้งความแล้วและไม่แจ้งความสามารถเข้าตรวจสอบทรัพย์สินได้ที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช
ด้านนายชำนาญ แก้วล้วนสม อายุ 36 ปี เจ้าของเครื่องรถแบ็กโฮ ระบุว่า ได้จอดรถไว้ที่ริมถนนเทิดพระเกียรติแค่ 1 คืน คนร้ายเข้าไปลักขโมยเครื่องยนต์พร้อมทั้งอะไหล่จนหมด ซึ่งถ้าไม่ได้คืนก็ต้องซ่อมเสียเงินไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาททีเดียว มั่นใจว่าคนร้ายไม่น่าจะก่อเหตุเพียงคนเดียวแน่นอน เพราะทรัพย์สินแต่ละชิ้นมีน้ำหนักต้องยก 4 - 5 คน โดยเฉพาะเครื่องยนต์ของรถแบ็กโฮและอะไหล่
ขณะที่นายสุทธิพงศ์ ชนะสิทธิ์ ผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของบ้านหลังหนึ่งในหมู่ 2 ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า แค้นใจอย่างมากเนื่องจากคนร้ายเข้าก่อเหตุช่วงที่ไม่อยู่บ้านถึง 4 ครั้ง และรื้อเอาสิ่งของภายในบ้าน ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว ไม่เว้นแม้กระทั่งครกพร้อมสาก ไม้ถูพื้น น้ำยาล้างจาน น้ำยาถูพื้น เอาของออกไม่ได้ก็ใช้วิธีทุบกำแพงบ้านขนทรัพย์สินหลบหนี



