ข่าว

พสกนิกรมมุ่งมั่นเข้ากราบพระบรมศพท่ามกลางฝนโปรย

พสกนิกรมมุ่งมั่นเข้ากราบพระบรมศพท่ามกลางฝนโปรย

16 ธ.ค. 2559

ผู้คนเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เนืองแน่น ท่ามกลางฝนที่โปรยลงมาตั้งแต่เช้าตรู่

วันที่ 16 ธันวาคม สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม หลังปิดการเข้ากราบสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 01.05 น. จากกำหนดเดิมเวลา 21.00น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอบริเวณมณฑลพิธีสนามหลวงอีกเป็นจำนวนมาก ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 53,166 คน รวม 46 วันมียอดสะสม 1,778,131 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,657,280.25 บาท รวม 46 วัน มียอดรวมทั้งสิ้น 138,422,603.75 บาท

พสกนิกรมมุ่งมั่นเข้ากราบพระบรมศพท่ามกลางฝนโปรย

พสกนิกรมมุ่งมั่นเข้ากราบพระบรมศพท่ามกลางฝนโปรย

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าสำนักพระราชวังเปิดประตูวิเศษไชยศรีเวลา 04.45 ให้ประชาชนซึ่งเป็นผู้พิการ และผู้สูงอายุทนั่งวิลแชร์ได้เข้ากราบสักการะเป็นกลุ่มแรก โดยตลอดทั้งวันมีพสกนิกรทุกเพศทุกวัยจากทั่วประเทศเดินทางเข้าแถวรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพอย่างเป็นระเบียบ ท่ามกลามสภาพอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงเช้าได้มีละลองฝนโปรยลงมาเป็นระยะ ทำให้ต้องกางร่มระหว่างเข้าคิวรอ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ได้นำร่มขนาดใหญ่มากางกันฝนให้ประชาชนบริเวณประตูทางเข้าฝั่งทิศตะวันออกของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทอีกด้วย

พสกนิกรมมุ่งมั่นเข้ากราบพระบรมศพท่ามกลางฝนโปรย

พสกนิกรมมุ่งมั่นเข้ากราบพระบรมศพท่ามกลางฝนโปรย น้อยหน่า อิ่มสมบูรณ์ และเพื่อนบ้าน

นางน้อยหน่า อิ่มสมบูรณ์ อายุ 63 ปี อาชีพทำสวนและค้าขาย และนางโอเลี้ยง แสงสาลี อายุ 54 ปี ชาวจ.จันทบุรี ซึ่งเดินทางมาพร้อมเพื่อนบ้าน ร่วมกันกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพในวันนี้ เมื่อวันที่ 9 ธัรวาคมชาวจันทบุรี ก็ได้ไปร่วมกันจุดเทียนถวายความอาลัยและระลึกถึงพระองค์ที่คลองภักดีรำไพ ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริ ที่พระองค์ทรงให้จัดสร้างขึ้นเมื่อปี 2552 และภายหลังจากมีคลองแห่งนี้แล้วเมืองจันทบุรีก็ไม่มีปัญหาน้ำท่วมอีกเลย ความเจริญก็เข้าไปกลายเป็นสถานที่พักผ่อนและทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพทั้งเป็นที่ปั่นจักรยานออกกำลังกายของประชาชนในระแวกใกล้เคียง นอกจากนี้ยังมี อ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระองค์ ซึ่งเป็นศูนย์ศึกษาสัตว์น้ำและป่าชายเลน ที่เปิดให้ประชาชนและนักเรียนนักศึกษาเข้าไปศึกษาหาความรู้ด้วย

“พวกเราจะหมุนเวียนกันเดินทางมาเข้ากราบสักการะพระบรมศพของพระองค์ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อชาวจันทบุรี พวกเรารักพระองค์ท่านมากตื้นตันใจ พระองค์คอยช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ท่านเป็นพระมหากษัตริย์ไม่ต้องเหนื่อยขนาดนั้นก็ได้ แต่พระองค์ก็ยอมเหนื่อยเพื่อประชาชนทั้งประเทศ พวกเราจึงรักพระองค์ท่านมาก ท่านเป็นเทวดามาโปรด ก็ขอให้พระองค์เสด็จสู่สรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด พวกเราก็จะขอทำความดีตามรอยพระองค์ ยึดหลักพอเพียง ปลูกทุกอย่าง ซื้อให้น้อย รู้จักกินรู้จักใช้ ถ้าทุกคนอยู่อย่างพอเพียงก็ไม่ต้องโกง ประเทศไทยก็อยู่รอด” นางน้อยหน่า กล่าว

พสกนิกรมมุ่งมั่นเข้ากราบพระบรมศพท่ามกลางฝนโปรย

ดิเรก ไมทอง

นายดิเรก ไมทอง ข้าราชการครูบำนาญ อายุ 81 ปี เดินทางมากับเพื่อนบ้านจากอำเภอท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี อีกร้อยกว่าคน แม้ต้องใช้เวลารอนานกว่า 5 ชม.เพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เผยความรู้สึกทั้งน้ำตาคลอเบ้าว่า ซาบซึ้ง และตื้นตันใจมากจนน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ทรงเป็นพ่อของคนไทยทั้งแผ่นดิน ตัวเองเป็นข้าราชการครูถือว่าเป็นข้ารองพระบาทโดยตรง ที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่ของตัวเองโดยยึดพระราชดำรัสของพระองค์ที่เป็นข้าแผ่นดินต้องไม่ลืมหน้าที่ จำได้ว่าประมาณปี 2538 ได้เข้ามารับพระราชทานรางวัลข้าราชการอาวุโสดีเด่นในพระบรมมหาราชวัง ภาคภูมิใจมาก หลังจากเกษียณออกมาแล้วก็ยังดำเนินชีวิตตามท่านสอนโดยยึดหลักการใช้ชีวิตเรียบง่าย มัธยัสถ์ มีเวลาว่างก็ปลูกพืชผักไว้กินเอง แล้วยังส่งต่อคำสอนถึงลูกหลานด้วย

พสกนิกรมมุ่งมั่นเข้ากราบพระบรมศพท่ามกลางฝนโปรย นุภาพร อินทะสุระ (ที่2 จากขวา) และครอบครัว

 นางนุภาพร อินทะสุระ อายุ 49 ปี ราษฎรหมู่บ้านน้อยนาซำ ต.ศรีสองรัก อ.เมือง จ.เลย ที่เดินทางมาพร้อมแม่ สามี ลูกชาย และพี่น้องรวม 6 คนเมื่อหลายวันก่อนแล้วพักบ้านญาติย่านนนทบุรี ก่อนออกจากที่พักตอนตี 3 ถึงสนามหลวงในเวลาตี 5 กล่าวว่าอยากมาถวายความอาลัยในหลวง ร.9 สักครั้งในชีวิต ด้วยซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงทำงานเพื่อคนไทยมาตลอดพระชนม์ชีพ แม้ประชวรก็ไม่เคยได้หยุดพัก ท่านเป็นคนดีมาก รู้สึกผูกพันกับท่านตั้งแต่เกิด ที่บ้านได้น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้โดยทำนา 5 ไร่ ได้ข้าว 40 กระสอบ เก็บไว้กินทั้งปีประมาณ 20 กระสอบ ที่เหลือขายนำเงินมาใช้จ่ายหมุนเวียน นอกจากนี้ยังทำไร่ ทำสวนหลังเก็บเกี่ยว แบบไร่นาสวนผสม ซึ่งได้ผลดีทำให้ไม่ขัดสนทั้งของกินและเงินทอง คิดว่าหากไม่มีกษัตริย์อย่างพระองค์ก็ไม่รู้ว่าคนไทยจะเป็นอย่างไร

พสกนิกรมมุ่งมั่นเข้ากราบพระบรมศพท่ามกลางฝนโปรย นลัชภรณ์ ตันเจริญ พร้อมสามีและลูก

 น.ส.นลัชภรณ์ ตันเจริญ อายุ 28 ปี พร้อมสามี นายนันทภพ มั่งสูงเนิน อายุ 27 ปี และลูกชาย 3 คน ด.ช.ธนโชติ อายุ 11 ปี ด.ช.ธนกฤต อายุ 8 ปี และด.ช.ณัฐภัทร ตันเจริญ 6 ปี พสนิกร จาก อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า ครอบครัวนั่งรถประจำทางเดินทางมาตั้งแต่เมื่อวาน และเข้าคิวตั้งแต่ตี 3 ได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพประมาณ 8 โมงเช้า แม้จะต้องรอหลายชั่วโมง แต่เด็กๆ ก็ไม่ได้งอแง นอนหลับในเต๊นท์บ้าง โดยก่อนมาได้บอกกับลูกๆ ว่า ในหลวง ร.9 ทรงทำเพื่อคนไทยมากมาย เราในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระองค์ท่าน จึงพร้อมใจกันมาในวันนี้

 น.ส.นลัชภรณ์ ตั้งใจให้ลูกๆ ทั้งสามคนได้เห็นว่าพระมหากษัตริย์ของคนไทยมีความยิ่งใหญ่แค่ไหน ความยิ่งใหญ่ที่มาจากการที่พระองค์ทรงให้กับประชาชนมาอย่างยาวนาน ทำให้ในทุกวันมีประชาชนอยากมาสักการะพระบรมศพจำนวนมาก ที่มาด้วยความจงรักภักดี ทั้งนี้ สำหรับในหลวง ร.10 ซึ่งลูกก็อยู่ในวันเรียนก็ถามว่าคือใคร โดยตนก็ได้บอกว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เป็นพระราชโอรสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ร.9 และเป็นพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน