
"อภิสิทธิ์"ลั่นได้ผบ.ตร.ใหม่ก่อน1ตุลาฯ
นายกฯ"อภิสิทธิ์" ระบุ ได้ผบ.ตร.ใหม่ก่อน 1 ต.ค. ยืนยันเดินหน้าทำตามกฎหมาย ด้านเทพไท" แจงแทนนายกฯ เหตุเลื่อนประชุม ก.ต.ช.แค่ขัดข้องทางเทคนิค เชื่อ ประชุมรอบหน้าได้ผบ.ตร.ใหม่ชัวร์
(21ส.ค.) เวลา 12.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังพบแกนนำปชป.เช่น นายชวน หลีกภัย, นายบัญ ญัติ บรรทัดฐาน กรณีรายชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่ ว่า ยังไม่เสร็จตนสอบถามฝ่ายกฎหมายว่า หากตำแหน่งผบ.ตร.ยังไม่เสร็จ กฎหมายอนุญาติให้ดำเนินการแต่งตั้งรองลงไปได้หรือไม่ ซึ่งฝ่ายกฎหมายบอกว่าทำได้ ก็ให้ดำเนินการไปก่อน ส่วนจะนัดประชุมก.ต.ช.เมื่อไหร่ กำลังพิจารณา เพราะกรรมการบางคนไปต่างประเทศ ยืนยันจะได้รายชื่อผบ.ตร.คนใหม่ ก่อนวันที่ 1 ต.ค.แน่นอน และจะเดินหน้าทำตามกฎหมายทั้งหมด
ต่อข้อถามที่ว่า จะเสนอชื่อพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ ต่อไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกับ ก.ต.ช.เพราะต้องหารือกันอีกที
ถามว่า มีความขัดแย้งกับนายสุเทพ เทือกสุวรรณ,นายนิพนธ์ พร้อมพันธ์ และนายเนวิน ชิดชอบ หรือไม่ ที่เสนอชื่อ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มี 2 คนนี้ไม่ได้พูดอะไร
ต่อข้อถามที่ว่าเรื่องนี้จะเกิดความขัดแย้งกันหรือไม่ เพราะรมว.มหาดไทย โหวตสวนนายกฯ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีอะไร ยังไม่ได้สอบถามนายชวรัตน์
ถามว่า มีแรงกดดันหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีแรงกดดัน ตนทำทั้งหมดเพื่อประโยชน์ของประเทศ ขอบคุณประชาชนที่เป็นห่วง และให้กำลังใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ จะยุบสภาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยุบทำไม สภาก็ทำงานอยู่
ถามว่า จะปรับครม.หรือไม่ เพราะนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ไม่เห็นด้วยกับนายกฯ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระบวนการยังไม่จบ ทุกปัญหามีทางออก
ถามว่า เหตุใดนายกฯจึงยกเลิกภารกิจในช่วงบ่ายวันนี้ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้ยกเลิก เพียงปรับให้คนอื่นไปแทน แต่บ่ายวันนี้ตนก็จะไปร่วมประชุมกับคณะที่มาพบ ส่วนภารกิจการปาถกฐาในช่วงเย็นวันนี้กำลังดูอยู่ว่าจะไปหรือไม่
ถามว่า จะมีการย้ายพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.หรือไม่ เพราะโหวตสวน นายกฯไม่ตอบคำถามนี้ พร้อมขึ้นรถมุ่งหน้าไปวัดเบญจมบพิตรเพื่อมาอวยพรวันคล้ายเกิดนายมารุต บุญนาค ครบ 85 ปี โดยนายมารุต ได้อวยพรนายกฯ พร้อมมอบพระหลวงพ่อโสธรให้เป็นของขวัญ
ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เหตุผลที่การประชุม ก.ตช.เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ไม่สามารถลงมติเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ และนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตช.ขอเลื่อนการพิจารณาไปครั้งหน้า ก็เพื่อความรอบรอบ ซึ่งการประชุมครั้งหน้านายกรัฐมนตรี สามารถใช้สิทธิ์ยืนยันการเสนอชื่อใครตามข้อเสนอเดิมได้
"เรื่องนี้ไม่มีปัญหา เป็นแค่เพียงเรื่องขัดข้องทางเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ เลื่อนการประชุมออกไปเพื่อพิจารณารอบคอบ และให้กรรมการมาตั้งหลักกันใหม่ เพราะผลการประชุมต้องการให้นายกรัฐมนตรี เสนอผู้เหมาะสมหลายชื่อ แต่แนวทางปฏิบัติที่ผ่านมา ประธาน ก.ต.ช.ได้เสนอบุคคลเพียงชื่อเดียวมาให้ที่ประชุมพิจารณามาตลอด เมื่อกรรมการบางคนต้องการพิจารณาผู้เหมาะสมหลายคน นายกฯก็ต้องเรียกประชุมใหม่ เพื่อใช้สิทธิ์ในฐานะประธานก.ต.ช.ยืนยันข้อเสนอเดิมของตนเองได้"
โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การพิจารณาผู้เหมาะสมแต่งตั้งเป็น ผบ.ตร.ที่ไม่ได้ข้อยุติครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตำรวจ เพราะอดีตสมัยที่กรมตำรวจสังกัดกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รมว.มหาดไทย เคยเสนอผู้เหมาะสมในตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจ ถึง 2 ครั้ง ถึงจะผ่านความเห็นชอบ ดังนั้นครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีการประชุมอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้นายกฯ ในฐานะประธานก.ตช. ได้เสนอผู้เหมาะสม เพื่อพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งเชื่อว่าคงจะมีเหตุผลเพียงพอที่จะให้กรรมการ ก.ตช.ให้ความเห็นชอบได้
นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวกรณีนายกรัฐมนตรี เสนอชื่อผบ.ตร.คนใหม่เพียงคนเดียวให้ ก.ต.ช. ลงมติ แต่ก.ตร.กลับเสนอให้เลื่อนลงมติออกไป ว่า ถือเป็นอำนาจประธานกตร. ที่จะสรรหาผบ.ตร.คนใหม่ ส่วนที่มีการมองว่านายกฯใช้อำนาจมากเกินไปหรือไม่นั้น ก็ต้องย้อนกลับไปดูว่าที่ผ่านมาได้มีการเสนอชื่อหลายคนหรือไม่ หรือเสนอแค่เพียงชื่อเดียว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าเป็นการเสียหน้าหรือไม่นายวัชระ กล่าวว่า ต้องมองแง่ดีว่าเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย และนายกฯก็ยืนยันว่าไม่ซีเรียสไม่มีการท้าทายอำนาจ ดังนั้นอย่าเพิ่งมองไปไกล
เมื่อถามว่า มองว่าเหตุดังกล่าวจะนำไปสู่เสถียรภาพทางการเมืองหรือไม่ เพราะอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง นายวัชระ กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าการแต่งตั้งผบ.ตร.จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และไม่เชื่อว่าการกระทำใด ๆ ที่ขัดใจนายกฯจะนำไปสู่การยุบสภาฯ คิดว่าเรื่องต่าง ๆ จะสามารถยุติได้ในสัปดาห์นี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯใช้อำนาจเกินขอบข่าย ในฐานะที่เป็นข้าราชการฝ่ายการเมืองหรือไม่ นายวัชระ กล่าวว่า นายกฯต้องเป็นคนตอบเองว่าใช้อำนาจเกินไปหรือใช้อำนาจพอดี แต่เรื่องนี้ถือว่าเป็นบทเรียนของนายกฯและบทเรียนผู้เกี่ยวข้อง แต่ต้องย้อนถามกลับไปยังข้าราชการประจำด้วยว่าเคยแหกกฎหรือทำอะไรผิดพลาดไว้หรือไม่
ด้านพล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย และอดีตรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีอำนาจทางการเมืองจะเข้าไปล้วงลูกการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่ว่า กติกาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนายกรัฐมนตรีมีสิทธิ์และอำนาจที่จะแต่งตั้งและปลดผบ.ตร.ได้ ถ้าใช้อำนาจถูกต้องปัญหาไม่เกิด แต่ถ้าผิดพลาดก็เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งการแต่งตั้งผบ.ตร.เป็นอำนาจนายกฯ ไม่ต้องผ่านที่ประชุม ก.ต.ช.ก็ได้ แต่ท่านยังเอาไปผ่านเพื่อความถูกต้อง และความแน่นอน จึงยังไม่ได้ ผบ.ตร.คนใหม่
เมื่อถามว่า มองเสถียรภาพของรัฐบาลอย่างไร พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีอยู่ในการเมืองมานาน และการเมืองเราเป็นแบบนี้มาตลอด ไม่เคยมียุคไหนที่จะสบาย เพราะมีปัญหามาโดยตลอด คล้ายกับเรากำลังอิ่มกับประชาธิปไตย อาจจะมีสำลักกันบ้าง ดังนั้นจึงไม่เกิดความสงบ100%
ต่อข้อถามที่ว่า ห่วงรัฐบาลหรือไม่พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า รัฐบาลเราไม่แข็งแรงเหมือนประเทศทั่วไป เพราะเรามีความคิดเห็นที่แตกแยกมากเกินกว่าที่จะรับได้ ใครขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็จะมีปัญหาแบบนี้ตลอด ในส่วนของนักการเมืองต้องทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน แต่นักการเมืองจะเล็งเห็นถึงผลประโยชน์ของตนเองเป็นประเด็นใหญ่ ตรงนี้เป็นปัญหาใหญ่ ปัญหาโลกแตก ทั้งนี้เมื่อมีปัญหานายกฯแก้ ปัญ หาที่จะเกิดห้ามยาก แต่เมื่อเกิดแล้วแก้ไขได้ด้วยการลงโทษไม่ว่าจะน้อยหรือมากจะต้องถูกลงโทษ เรื่องจึงจะจบ ต่อไปจะไม่มีใครกล้าทำผิด
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมานายกฯไม่กล้าตัดสินใจปัญหา โดยเฉพาะการทุจริตโครงการชุมชนพอเพียง พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า ท่านอาจเห็นว่า ยังไม่ผิด หรือดูข้อมูลไม่หมด แต่เชื่อว่าจะต้องมีผลในเรื่องนี้ ต้องรอดูอีกหน่อยว่า ท่านจะว่าอย่างไร ทั้งนี้เห็นว่านายกฯพยายามให้ใสสะอาด และโปร่งใส แต่ไม่ใช่ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เพราะต้องหาข้อมูลให้ชัดเจน แต่ถ้าชัดเจนแล้วยังรีรอคงไม่ดี
“ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีตั้งใจทำงาน แต่สังคมไทยไม่เหมือนสังคมอื่นจะใช้หลักการเพียงอย่างเดียวหรือกฎหมายอย่างเดียวไม่ได้จะต้องมีประสบการณ์ในการแก้ไขพอสมควร คิดว่ารัฐบาลชุดนี้คงไปได้แต่ไม่รู้ว่านานแค่ไหน เพราะหากเกิดปัญหากกระทันหันนิดเดียวก็จบแล้ว การทำงานของ นายอภิสิทธิ์ ค่อนข้างเป็นตัวของตัวเองตรงไปตรงมา ซึ่งตามปกติแล้วนายกฯะไม่ค่อยเป็นแบบนี้”พล.อ.เชษฐา กล่าว



