เปิดฉบับย่อ ร่าง(เบื้องต้น) พ.ร.ป. พรรคการเมือง
กรธ.ได้ยกร่างเบื้องต้น พ.ร.ป.พรรคการเมือง เสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากพรรคการเมืองและประชาชน ซึ่งร่างดังกล่าวมีหลายประเด็นที่น่าสนใจ
ร่าง พ.ร. ป. พรรคการเมือง มีหลักการสำคัญ คือ
1. มีบทบัญญัติกำหนดเกี่ยวกับการบริหารพรรคการเมือง โดยให้พรรคการเมืองเปิดเผยและตรวจสอบได้
2. เปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางในการกำหนดนโยบายและการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง
3.กำหนดมาตรการให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินการโดยอิสระไม่ถูกครอบงำหรือชี้นำโดยบุคคลซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมือง
4. มีมาตรการกำกับดูแลไม่ให้สมาชิกของพรรคการเมืองทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
เงื่อนไข การจัดตั้งพรรคการเมือง
มาตรา 9 การจัดตั้งพรรคการเมือง ต้องมีบุคคลร่วมจัดตั้งไม่น้อยกว่า 500 คน ทั้งนี้ผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองทุกคน ต้องร่วมกันจ่ายเงินเพื่อเป็นทุนประเดิมของพรรคการเมืองคนละไม่น้อยกว่า 2,000 บาท แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
มาตรา 28 ห้ามมิให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรรคการเมือง ยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกหรือบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง กระทำการในลักษณะที่เป็นการควบคุม ครอบงำ ก้าวก่าย แทรกแซง หรือมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ฝ่าฝืนมีโทษยุบพรรค
มาตรา 29 ห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ใด ให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม เพื่อจูงใจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดสมัครเข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมือง
มาตรา 30 ห้ามมิให้ผู้ใดเรียก รับ หรือ ยอมจะรับเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากพรรคการเมืองหรือจากผู้ใด เพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมือง
ผู้ฝ่าฝืนมาตรา 29 และมาตรา 30 จำคุกตั้งแต่ 3 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปีหรือปรับตั้งแต่ 60,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
และการฝ่าฝืนมาตรา 29 และมาตรา 30 หากกระทำเพื่อลงสมัคร ส.ส จำคุกตั้งแต่ 5 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
มาตรา 32 ภายใน 1 ปี นับแต่ตั้งพรรคการเมือง พรรคการเมืองต้องดำเนินการให้มีจำนวนสมาชิกไม่น้อยกว่า 5,000 คน และจัดให้มีสาขาพรรคการเมืองในแต่ละภาค ภาคละหนึ่งสาขา โดยสาขาพรรคการเมืองแต่ละสาขา ต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 500 คน และต้องเพิ่มจำนวนสมาชิกให้มีจำนวนไม่น้อยกว่า 20,000คน ภายใน 4 ปี นับแต่วันตั้งพรรคการเมือง
มาตรา 44 ห้ามมิให้พรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง หรือสมาชิกพรรค เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ใดเพื่อแต่งตั้งหรือสัญญาว่าจะแต่งตั้ง หรือเพราะเหตุที่ได้แต่งตั้งให้ผู้นั้นหรือบุคคลใดดำรงตำแหน่งในทางการเมืองหรือตำแหน่งใดในการบริหารราชการแผ่นดินหรือในหน่วยงานของรัฐ
ห้ามมิให้ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่พรรคการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองหรือสมาชิก เพื่อจูงใจให้แต่งตั้งตนหรือบุคคลอื่นใดเข้าดำรงตำแหน่งในทางการเมืองหรือตำแหน่งใดในการบริหารราชการแผ่นดินหรือในหน่วยงานของรัฐ
ผู้ใดฝ่าฝืน จำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต
- รายได้ของพรรคการเมือง
มาตรา 54 พรรคการเมืองอาจมีรายได้ ดังต่อไปนี้
( 2) เงินค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคการการเมืองตามที่กำหนดในข้อบังคับพรรคการเมือง ซึ่งก็คือ รายได้จากการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคการเมือง ซึ่งเรียกเก็บจากสมาชิกพรรคการเมืองไม่น้อยกว่าปีละ 100 บาท เพื่อให้สมาชิกเป็นเจ้าของพรรคและมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจการของพรรค มิใช่สมาชิกแต่ในนาม )
มาตรา 56 ทุกเดือนให้พรรคการเมืองประกาศรายชื่อผู้บริจาคเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 5,000บาท ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปพร้อมทั้งวัตถุประสงค์ของการบริจาค และให้แจ้งนายทะเบียนพรรคการเมืองทราบ
บทเฉพาะกาล
มาตรา 122 ให้พรรคการเมือง ตาม พ.ร.ป. พรรคการเมือง พ.ศ. 2550 เป็นพรรคการเมืองตาม พ.ร. ป. ประกอบรัฐธรรมนูญนี้
(4) จัดให้สมาชิกพรรคการเมือง ที่ประสงค์จะยังเป็นสมาชิกอยู่ ชำระค่าบำรุงพรรคการเมืองภายในเวลา 180 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ป.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมืองนี้ใช้บังคับ ผู้ซึ่งไม่ชำระค่าบำรุงพรรคการเมือง ให้เป็นอันพ้นจากสมาชิก ถ้ามีสมาชิกพรรคการเมืองเหลือไม่ถึง 5,000คน ให้พรรคการเมืองนั้นเป็นอันสิ้นสภาพไป
( 5) จัดให้มีทุนประเดิมให้ครบถ้วนภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ป.รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ในกรณีที่พรรคการเมืองมีเงินหรือทรัพย์สินอยู่แล้ว จะกันเงินและทรัพย์สินที่มีอยู่แยกไว้เป็นทุนประเดิม ก็ได้



