พสกนิกรร่วมถวายสักการะต่อแถวตั้งแต่เช้าตรู่
มีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลรวม 45 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 133,765,323.50 บาท
สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม หลังสำนักพระราชวังปิดไม่ไห้ประชาชนขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 22.49 น. จากกำหนดเดิมเวลา 21.00น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอเข้ากราบพระบรมศพในมณฑลพิธีสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 52,186 คน รวม 45 วัน มี 1,724,965 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงินยอดเงิน 4,658,861.75 บาท รวม 45 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 133,765,323.50 บาท
โดยบรรยากาศในช่วงเช้าวันนี้ 15 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่ 46 ในการเปิดให้ประชาชนขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ ดำเนินไปด้วยความสงบเรียบร้อย ท่ามกลางอากาศร่มรื่น มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาตั้งแต่เช้ามืดเพื่อให้ได้ขึ้นกราบในช่วงเช้า หลายคณะเมื่อเข้ากราบเสร็จก็มีแผนการเดินทางไปทำบุญในวัดต่างๆ ใกล้เคียงเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลต่อไป
วิไลวรรณ จันทร์มัด
นางวิไลวรรณ จันทร์มัด เจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทาน จ.ตรัง เผยว่าวันนี้ได้พาคณะเกษตรกรในใครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้งโครงการอ่างเก็บน้ำคลองท่างิ้ว อ.ห้วยยอด และ โครงการฝายคลองนางน้อย จำนวน 48 คน เดินทางมาสักการะพระบรมศพ โดยที่ผ่านมาชาวบ้านทุกคนตั้งใจทำตามปรัชญาของในหลวงรัชกาลที่ 9 ปลูกผัก ทำเศรษฐกิจพอเพียง ทำฝายบริหารน้ำ ประโยชน์ที่ได้รับในปัจุบันคือน้ำใช้ในการเกษตรเพียงพอทั้งปี แม้ว่าจะเป็นฤดูแล้ง หน้าฝนน้ำก็ไม่ท่วมขังแปลงนาไร่เหมือนอดีต ชาวบ้านมีรายได้จากการทำเกษตรตลอดทั้งปี เป็นพระมหากรุณาธิคุณของคนตรังที่ทรงสร้างศาสตร์อาชีพที่ดีให้ประชาชน และเป็นเรื่องที่เราต้องทำสืบต่อถึงลูกหลานในอนาคต
วงเดือน หอมคลฑา และครอบครัว
ด้าน นางวงเดือน หอมคลฑา วัย 71 ปี จาก จ.จันทบุรี เผยว่าเป็นครั้งที่ 2 ที่ได้เข้ามากราบสักการะพระบรมศพ โดยเดินทางมากับชาวบ้านที่ชักชวนกันมาได้ 50 กว่าคนมาเข้าแถวตั้งแต่ตี 5 ทุกครั้งที่เข้าไปกราบน้ำตาก็ไหลตลอด เพราะคิดถึงพระองค์ท่านมาก เมื่อก่อนเวลาท่านทรงงานเราก็ติดตามดูว่าทรงไปพัฒนาบ้านเมืองที่ไหน เคยมีโอกาสรับเสด็จเวลาที่พระองค์มาในพื้นที่ ปลื้มใจที่ทรงไม่เคยทิ้งประชาชนเลย ตอนนี้อยากจะมาหลายๆ ครั้งถ้ามีโอกาส หรือมีลูกหลานชักชวนมาอีกก็พร้อมมาทันที
ผวย โม่งแสวง
ส่วน นายผวย โม่งแสวง เกษตรกร จ.ลพบุรี วัย 68 ปี เผยว่าเดินทางออกจากบ้านมาตั้งแต่ตี 1 พร้อมเพื่อนเกษตรกรและชาวบ้านในชุมชนกว่า 30 คน และได้เข้ากราบสักการะในเวลาประมาณ 9 โมงเช้า รู้สึกดีใจที่ได้ทำตามความตั้งใจตั้งแต่วันแรกที่ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย ก็คิดว่าจะต้องมากราบในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ได้
“ตอนนี้ยังไม่หายเศร้าใจ แต่ก็อยู่กับคำสอน หลักปรัชญาของพระองค์ให้เต็มที่ เมื่อมีเวลาว่างจะสอนหลาน 2 คน อายุ 8 ขวบ กับ 4 ขวบ ให้รู้จักรัชกาลที่ 9 ได้เห็นสิ่งที่ทรงทำจากไร่สวนในบ้านเรา ที่น้อมนำเอาทฤษฎีการเกษตรผสมผสานมาใช้ และทำปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เอง เพิ่มขั้นตอนการดูแลไร่นิดหน่อยไม่เหนื่อยมาก แต่ทำให้ลดต้นทุนไปได้มาก มีิเก็บ ดินก็ดีขึ้น ปลูกอะไรก็ออกผลน่าทาน ทรงคิดวิธีให้เราอยู่ได้อย่างพอดี ยั่งยืน อย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ ”นายผวย กล่าวด้วยความปลื้มใจ



