ข่าว

สตาร์ทอัพ พลังใหม่ เปลี่ยนเศรษฐกิจประเทศ

สตาร์ทอัพ พลังใหม่ เปลี่ยนเศรษฐกิจประเทศ

14 ธ.ค. 2559

เล่าสู่กันฟัง : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์


               ธุรกิจสายพันธุ์ใหม่ที่โดดเด่นด้วยอัตราการเติบโตแบบติดเทอร์โบในวันนี้คงหนีไม่พ้นสตาร์ทอัพ ธุรกิจในดวงใจของคนรุ่นใหม่ที่กล้าคิด กล้าฝัน และอยากจะเป็นผู้ประกอบการ เพราะถ้าจับกระแสตลาดถูกทิศถูกทางก็ทำให้มีรายได้แตะ 100 ล้านได้ไม่ยาก ยิ่งในยุคนี้ได้แรงหนุนจากนโยบายรัฐบาล การก่อร่างสร้างตัวของสตาร์ทอัพก็มีโอกาสแจ้งเกิดได้ง่ายขึ้น

               ดูจากมูลค่าการลงทุนที่ผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการออกมาเปิดเผยตัวเลขในช่วงที่ผ่านมา น่าสนใจมากเพราะมีอัตราการเติบโตกว่า 300% จากการให้สัมภาษณ์ของนายกสมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ หรือสตาร์ทอัพ ที่เปิดเผยกับสื่อเมื่อเร็วๆ นี้ ในปี 2559 มูลค่าสตาร์ทอัพน่าจะสูงถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,800 ล้านบาท ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นความตั้งใจเสริมความแกร่งให้เศรษฐกิจไทยด้วยการสร้างสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ของรัฐบาลที่เริ่มเห็นผล

               กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ให้ข้อมูลการขับเคลื่อนการดำเนินโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (NEC) ไว้ก่อนหน้านี้ว่าในปี 2559 มีผู้ประกอบการใหม่ในกลุ่มสตาร์ทอัพมากกว่า 790 ราย โดยภาคเหนือถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและมีความพร้อมมากที่สุด โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ ทำให้วันนี้ จ.เชียงใหม่ เป็นเมืองที่มีศักยภาพที่คาดกันว่าอีกไม่นานน่าจะเป็น “Startup District” หรือเมืองแห่งสตาร์ทอัพ ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ จ.เชียงใหม่ 

               เป็นไปตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ต้องการขับเคลื่อนและยกระดับเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง ด้วยนโยบายไทยแลนด์ สตาร์ทอัพ เพื่อรองรับการพัฒนาธุรกิจในช่วงเริ่มต้น ก่อนพัฒนาขึ้นเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี และก้าวขึ้นสู่บริษัทขนาดใหญ่ต่อไป และเมื่อถึงจุดนั้นสตาร์ทอัพก็จะสามารถเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยจากเดิมที่มีบริษัทอยู่เพียงไม่กี่แห่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจก็จะมีบริษัทขนาดเล็กๆ ที่มาช่วยสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตและแข็งแกร่งมากขึ้น เฉกเช่นเดียวกับไต้หวันโมเดล ที่มีสถิติการจดทะเบียนบริษัทใหม่ในแต่ละปีสูงมาก

               ถ้าโฟกัสไปที่ธุรกิจเทคโนโลยี หรือสตาร์ทอัพ เป้าหมายที่สำคัญของธุรกิจสตาร์ทอัพในไต้หวันก็คือ การนำฮาร์ดแวร์ราคาถูกแต่มีเทคโนโลยีสูง มาผสานกับแพล็ตฟอร์มออนไลน์ระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง ไม่ว่าจะเป็นเว็บ หรือแอพพลิเคชั่น เพื่อให้เกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เป็นเมดอินไต้หวันล้วนๆ ซึ่งธุรกิจที่ว่านั้นก็มีตั้งแต่ เทคโนโลยีระบบขนส่งและชำระค่าซื้อสินค้า ระบบการแพทย์ไฮเทค ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพดี ดีไซน์สวย และราคาที่ถูกกว่าโซลูชั่นจากโลกตะวันตก ด้วยฝีมือของประชากรที่หัวคิดทันสมัย

               ประเทศไทยเองก็มีประชากรที่มีหัวคิดสร้างสรรค์ทันสมัยอยู่เป็นจำนวนมาก หากขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจังต่อเนื่องเช่นนี้ต่อไป ก็จะสร้างศักยภาพในการแข่งขัน พัฒนาเศรษฐกิจให้ขยายตัวต่อเนื่อง ประเทศไทยก็จะเติบโตแบบไร้ขีดจำกัดและสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืนแน่นอน

 

 

-----------------------------

(เล่าสู่กันฟัง : สตาร์ทอัพ พลังใหม่ เปลี่ยนเศรษฐกิจประเทศ : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์)