
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร่วมถวายสักการะพระบรมศพ
คนไทยจากทั่วสารทิศมุ่งตรงสู่พระบรมมหาราชวัง พร้่อมใจน้อมระลึกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9
วันที่ 13 ธ.ค.59 สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ไห้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 22.33น. จากกำหนดเดิมเวลา 21.00น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอเข้ากราบพระบรมศพในมณฑลพิธีสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 45,329 คน รวม 43 วัน มี 1,623,954 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงินยอดเงิน 4,291,272.50 บาท รวม 43 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 124,922,863.75 บาท
สำหรับบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรนทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 04.50 น.มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศแต่งกายด้วยชุดสีดำไว้ทุกข์มารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ถนอมศรี ขวัญนาคม(คนกลาง) พร้อมเพื่อนบ้านและญาติ
นางถนอมศรี ขวัญนาคม วัย 56 ปี เดินทางมาจาก จ.นราธิวาส โดยเช่ารถตู้มาพร้อมกับญาติและเพื่อนบ้านรวม 13 คน เผยว่า ออกเดินทางมาตั้งแต่ตี 3 วันที่ 11 ธันวาคม แล้วมาพักที่บ้านญาติกระทั่งเมื่อตี 4 วันนี้จึงมาต่อแถวเข้าสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และได้เข้ากราบสักการะประมาณ 9 โมงเช้าซึ่งถือว่าไม่นานนัก
"บ้านของพวกเราอยู่ใกล้พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ เมื่อครั้งที่พระองค์ท่านและสมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรที่นราธิวาส จึงมีโอกาสได้รับเสด็จหลายครั้ง ประทับใจพระองค์ท่านมากเพราะบ้านเราอยู่ไกลถึงใต้สุดของประเทศแต่พระองค์ท่านก็ไปถึงทุกตรอกซอกซอย วันนี้จึงตั้งใจจะมากราบพระองค์ท่านให้ได้ ตอนได้ขึ้นไปบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รู้สึกตื่นเต้นและตื้นตันจนน้ำตาไหล ความเหนื่อยหายไปจนหมดกลายเป็นความปลื้มปีติเข้ามาแทน พร้อมอธิฐานขอให้พระองค์ไปสู่นิพพาน ส่วนตัวเองจะขอน้อมนำคำสอนของพระองค์ท่านมาใช้ตลอดไป โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงที่ทำมาตลอดด้วยการปลูกผักปลอดสารเคมีไว้กินเองทั้งที่บ้านและที่สวน" นางถนอมศรี ตัวแทนคณะเดินทางจากปลายด้ามขวาน กล่าวด้วยความซาบซึ้ง
ณัฐชยา วิจิตรนพคุณ
ด.ญ.ณัฐชยา วิจิตรนพคุณ อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นม.1 โรงเรียนดาราสมุทร อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเดินทางมากับพี่สาว และป้า กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้แต่ติดตามข่าวการเข้ากราบสักการะพระบรมศพทางโทรทัศน์ และสื่อต่างๆ แต่ไม่เคยมีโอกาสได้เข้ามาด้วยตัวเองสักครั้ง วันนี้จึงได้โอกาสมากับป้าและพี่สาว มาถึงเวลาตี 1 กว่าและเข้าคิวรอจนได้เข้าเมื่อเวลา 9 โมงเช้า ถือเป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาในพระบรมมหาราชวังด้วย เมื่อขึ้นไปกราบก็ได้อธิษฐานระลึกถึงพระองค์ และคุณความดีที่พระองค์ทรงทำไว้เพื่อคนไทย ที่ผ่านมาคุณพ่อคุณแม่สอนเสมอว่าทรงทำทุกอย่างเพื่อคนไทย ให้เราอยู่สบาย โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจแกล้งดิน ที่ทำให้ดินที่เสื่อมสภาพกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง ทุกวันนี้ที่บ้านยึดหลักความพอเพียง ปลูกผักสวนครัวไว้ทานในบ้าน ไม่ฟุ่มเฟือย เพราะแม้พระองค์ไม่ทรงอยู่แล้ว แต่ก็ยังสถิตอยู่ในใจไทยทุกคน และจะนำเอาเรื่องราววันนี้ไปบอกเล่าให้เพื่อนๆ ในห้องได้ฟังกันด้วย



