
ธปท.เปิดขายพันธบัตร5หมื่นล้านหวังดูดสภาพคล่อง-เคาะดอกเบี้ยอายุ 4 ปีที่3.5%
ธปท.เตรียมขายพันธบัตรออมทรัพย์ครั้งแรกวงเงิน 5 หมื่นล้าน ดูดซับสภาพคล่อง เพิ่มทางเลือกให้ผู้ออม กำหนดอายุ 4 ปีให้ดอกเบี้ย 3.5% ส่วนอายุ 7 ปีจ่ายแบบขั้นบันได จองซื้อขั้นต่ำ 5 หมื่นบาทวันที่ 3-4 และ 7 กันยายนนี้
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.จะเปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2552 ครั้งที่ 1 วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ให้แก่ประชาชนทั่วไป องค์กรสาธารณะที่ไม่มุ่งหวังกำไร ต่างชาติที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ในวันที่ 3-4 และ 7 กันยายนนี้ จองซื้อขั้นต่ำ 5 หมื่นบาท โดยพันธบัตรดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ อายุ 4 ปี จ่ายดอกเบี้ย 3.5% และอายุ 7 ปี ช่วงปีที่ 1-2 จ่ายดอกเบี้ย 3% ปีที่ 3-4 จ่ายดอกเบี้ย 4% ปีที่ 5-6 จ่ายดอกเบี้ย 5% และปีที่ 7 จ่ายดอกเบี้ย 6% ซึ่งจ่ายปีละ 2 งวด คือทุกวันที่ 3 มีนาคม และ 3 กันยายน ของทุกปี
ทั้งนี้ ธปท.มอบหมายให้ธนาคารพาณิชย์ 10 แห่งเป็นผู้จัดจำหน่าย ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารซีไอเอ็มบี ธนาคารทหารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารธนชาต ธนาคารนครหลวงไทย และธนาคารยูโอบี
"การออกพันธบัตรออมทรัพย์ครั้งนี้ เพื่อเป็นเครื่องมือในการดูดซับสภาพคล่อง และเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ออมและรองรับกับผู้ถือพันธบัตรช่วยชาติเมื่อปี 2545 วงเงิน 54,000 ล้านบาท ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 2 กันยายนนี้" นางธาริษากล่าว
ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่า การให้จองซื้อขั้นต่ำ 5 หมื่นบาท ถือเป็นจำนวนที่เหมาะสม เนื่องจากกลุ่มผู้ซื้อพันธบัตรคือผู้มีรายได้ประจำและกลุ่มวัยเกษียณ และหากมีผู้สนใจจองซื้อพันธบัตรเกินวงเงินที่กำหนด ธปท.ก็สามารถขยายวงเงินได้ไม่จำกัด ส่วนจะถึง 1 แสนล้านบาทหรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของประชาชนว่าต้องการมากน้อยแค่ไหน
นายสุทธิพงศ์ อิทธิพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย กล่าวว่า สภาพคล่องในระบบปัจจุบันมีอยู่จำนวนเยอะมาก พันธบัตรออมทรัพย์ของ ธปท.ที่ออกมาครั้งนี้อาจมีส่วนทำให้ดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวขึ้นได้บ้าง เพราะสภาพคล่องในระบบลดลงแต่ไม่มาก ซึ่งทุกแบงก์ก็ยังคงต้องแข่งขันกันเหมือนเดิม
นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานผลิตภัณฑ์เงินฝากและการลงทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การออกพันธบัตรครั้งนี้ไม่น่าจะกระทบกับสภาพคล่องมากนัก เพราะส่วนหนึ่งของพันธบัตรที่ออกมาจะนำไปชำระคืนพันธบัตรก้อนเดิมที่ครบกำหนด ทำให้สภาพคล่องที่มีอยู่ไม่ถูกดึงไปมากนัก ขณะที่การแข่งขันออกเงินฝากระยะยาวของธนาคารพาณิชย์ในขณะนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการออกพันธบัตรของภาครัฐมากนัก



