ข่าว

ชาวเขาปีติถวายสักการะพระบรมศพ

ชาวเขาปีติถวายสักการะพระบรมศพ

12 ธ.ค. 2559

รวมพลกว่า 5,000 ชาวเขาทั่วประเทศไทยเข้าถวายสักการะพระผู้ทรงให้ชีวิตอย่างแท้จริง

ชาวเขาปีติถวายสักการะพระบรมศพ

ตั้งแต่เช้าที่คณะชาวเขากว่า 5,000 คนรอต่อแถวเพื่อเข้าถวายสักการะพระบรมศพในพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังได้กราบถวายสักการะ น.ส.อะหมี่ ผะว่อ ชาวเขาเผ่าอาข่า อ.แม่จัน จ.เชียงราย เผยหลังจากเข้ากราบสักการะพระบรมศพว่า ตื้นตันใจ แม้ต้องรอนานแต่ก็ทนได้ เดินทางมากันเองกับคนในหมู่บ้าน เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่มากราบพ่อหลวง เพราะท่านทรงทำประโยชน์มากมายหลายอย่างให้แก่พวกเรา ทั้งการให้สัญชาติไทย จากที่เมื่อก่อนเราเข้ามาอยู่ในเมืองไทยแบบไม่มีสัญชาติ จากนั้นพระองค์ทรงให้เหรียญที่ระบุว่าเราเป็นคนไทยในสมัยบรรพบุรุษ ต่อมาก็ได้ให้มีการออกบัตรประชาชนมีความเป็นคนไทยเต็มตัว อีกทั้งยังเสด็จมาดูความเป็นอยู่ มอบเมล็ดพันธุ์ให้เราเพาะปลูกพืชผักผลไม้ มีอาชีพ มีรายได้ ชีวิตไม่ลำบาก ดังนั้นหากไม่มีพระองค์ท่านพวกเราคงไม่ได้อยู่ดีกินดีเช่นทุกวันนี้ 

ชาวเขาปีติถวายสักการะพระบรมศพ

นางเซิน อายุ 44 ปี ชาวมอญจาก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ที่วันนี้เดินทางมาพร้อมเพื่อนบ้านชายหญิงรวม 80 คนโดยเหมารถบัสสองคันมาตั้งแต่ 4 ทุ่มถึงสนามหลวงตอนตี 3 ครึ่ง เผยความรู้สึกภายหลังจากได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพในช่วงเช้าว่า อยากมาไหว้พ่อหลวงสักครั้งในชีวิต แม้จะไม่ใช่คนไทยแต่ก็รักและเทิดทูนเหมือนพ่อแท้ๆ เพราะทรงทำงานเพื่อทุกคนไม่เฉพาะคนไทยแต่ทุกเชื้อชาติศาสนาโดยไม่แบ่งแยก ตอนท่านสวรรคตรู้สึกเสียใจมาก ไม่อยากให้ท่านจากไปเลย

“จริงๆ ตั้งใจมาตั้งแต่วันแรกๆ ที่เปิดให้กราบสักการะ แต่เห็นว่าคนยังเยอะอยู่ แต่ตอนนี้คนก็ยังคงเยอะอยู่ เมื่อราว 30 ปีก่อนได้ย้ายถิ่นฐานจากย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ เข้ามาพึ่งใบบุญในหลวง เพราะอยู่ที่โน่นทำมาหากินลำบากกว่าอยู่เมืองไทย ในหลวงพระราชทานความช่วยเหลือเรื่องการเกษตร ปลูกพืชผัก กับคนไทย เราชาวมอญก็ได้ประโยชน์ด้วย เป็นแนวทางให้พวกเรามีอยู่มีกินจนถึงทุกวันนี้” นางเซิน กล่าว

ชาวเขาปีติถวายสักการะพระบรมศพ

นางวานี จงรัก อายุ 36 ปี ชาวกะเหรี่ยงพื้นราบ เดินทางมาจากหมู่บ้านห้วยม่วงฝั่งซ้าย ต.แม่สอย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ด้วยการลงขันคนละ 1,000 บาท เหมารถทัวร์ตั้งแต่เมื่อคืนวานกล่าว ความรู้สึกที่ได้เข้าถวายสักการะพระบรมศพในวันนี้ว่า รู้สึกปลาบปลื้มใจมาก ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มากราบพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ เพราะถ้าหมู่บ้านห้วยม่วงฝั่งซ้ายไม่มีพระองค์ท่านที่ได้เสด็จฯ มาในครั้งนั้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว วันนี้คงไม่มีถนนลาดยาง ไฟฟ้า อ่างเก็บน้ำ ลำห้วยที่พระองค์มีแนวทางพระราชดำริพัฒนาคุณภาพชีวิตพวกเราชาวกะเหรี่ยง และพวกเราอาจจะไม่ได้เดินทางมาในวันนี้ ทั้งนี้ พระองค์ยังมีโครงการเศรษฐกิจพอเพียง สอนให้ชาวบ้านสามารถประกอบอาชีพปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ทำสวนลำใยได้ รวมถึงมีโครงการทอผ้ากีของพระราชินี ซึ่งเป็นการทอผ้าพื้นเมืองให้ส่งออกไปยังตัวเมืองเชียงใหม่ด้วย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ชาวเขาปีติถวายสักการะพระบรมศพ

นายสา อูแม อายุ 58 ปี ชาวอาข่าดอยแม่ยาว ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย กล่าวด้วยสีหน้าอ่อนล้าว่า วันนี้ดีใจมาก เพราะในที่สุดเวลาที่รอคอยก็มาถึง คือ การได้เข้าพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันนี้แม้ร่างกายจะเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้าตั้งแต่ 04.00 น. จนขณะนี้เย็นย่ำถึงได้เข้ากราบแต่ใจยังคงอดทน และตื้นตันใจ

“ลุงเดินทางมาไกลจากบนดอยแม่ยาว พวกเราชาวอาข่าอยู่บนเขาบนดอยต่างปลูกผัก ปลูกข้าวโพดและปลูกข้าว เป็นอาชีพหลักอยู่อย่างพอเพียงไม่ต้องดิ้นรนออกไปหาซื้อกินที่ไหน หลังจากที่ทราบข่าวในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต ตอนนั้นกว่าจะรู้กว่าก็หลายวันแล้ว ซึ่งก็รู้จากพ่อหลวง หรือ ผู้ใหญ่บ้านบนดอย เรียกทุกคนประชุม จากนั้นก็บอกว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตแล้ว ลุงจำได้ว่าในขณะนั้น ทุกคนต่างร้องไห้กัน รวมถึงลุงด้วย ทั้งนี้ลุงอยากบอกว่าแม้พวกเราจะอยู่บนดอย ไกลจากตัวเมือง แต่พวกเราก็อยู่ในผืนแผ่นดินประเทศไทยและรักในหลวงไม่แพ้กับคนไทยทุกคน” นายสา กล่าว