
11 ธันวาคมที่ผ่านมา ประชาชนเข้าถวายสักการะเกือบ 6 หมื่น
สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม จำนวนทั้งสิ้น 58,909 คน พร้อมนายกสวนกล้วยไม้แจกดอกกล้วยไม้ 49,999 กำ
วันที่ 12 ธันวาคม สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม หลังสำนักพระราชวัง ปิดการขึ้นกราบสักการะพระบรมศพสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 01.40 น. จากกำหนดเดิมเวลา 21.00 น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอเข้ากราบพระบรมศพในมณฑลพิธีสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 58,909 คน รวม 42 วัน มียอดสะสม 1,578,625 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล 3,896,209.75 บาท รวมยอด 42 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 120,631,591.25 บาท
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้ากราบสักการะพระบรมศพในวันนี้ว่า สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวังเวลา 04:45 น. มีพสกนิกรตั้งแต่เด็กจนถึงคนชราทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดต่างสวมชุดไว้ทุกข์สีดำสุภาพเรียบร้อยเดินทางมาต่อคิวเพื่อเข้าสักการะพระบรมศพตั้งแต่เช้ามืดอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสภาพอากาศช่วงเช้าเย็นสบาย ส่วนช่วงบ่ายค่อนข้างร้อนจัด ทว่าไม่เป็นอุปสรรคต่อการแสดงความจงรักภักดีแต่อย่างใด
นริศรา ทิพย์หนองหิน (ที่ 3 จากซ้าย) และเพื่อน
น.ส.นริศรา ทิพย์หนองหิน อายุ 25 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารงานทั่วไป วิทยาลัยเทคโนโลยีส่องแสงพาณิชยการ ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กล่าวว่าตัวเองพร้อมเพื่อน ๆใช้โอกาสวันหยุดยาวเดินทางมาโดยเครื่องบิน และมาถึงท้องสนามหลวงตอนตี 4 และได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพตอน 9 โมงเช้าถือว่าเร็วเพราะมีคนมารอคิวเยอะมาก ตั้งใจมากราบสักการะพระองค์ท่าน ดีใจที่ได้มากราบ แต่ก็เสียใจจนน้ำตาไหล และถึงแม้จะไม่เคยรับเสด็จฯ ช่วงที่ท่านมีพระชนม์ชีพอยู่แต่ก็ได้เห็นพระองค์มาตั้งแต่เด็กๆ เห็นท่านทรงงานหนัก และใน จ.สงขลา ก็ได้รับพระราชทานโครงการพระราชดำริ เช่นที่บ้านเกิดใน ต.คลองหลา อ.คลองหอยโข่ง มีอ่างเก็บน้ำคลองหลาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และมีโครงการบรรเทาอุทกภัยตามแนวพระราชดำริ คลองระบายน้ำ ร 1 ที่ ต.ควรลัง อ.หาดใหญ่ ทำให้ชาวบ้านมีน้ำทำการเกษตร และแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างยั่งยืน
บุญรัตน์ ขวาคำ
ขณะที่ นายบุญรัตน์ ขวาคำ อายุ 49 ปี ชนเผ่ากะเหรี่ยง ต.แม่สอย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนบ้านเผ่าเดียวกัน จำนวน 50 คน โดยเหมารถบัสมากันเอง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พ่อหลวงพระราชทานโครงการในพระราชดำริ สร้างอ่างเก็บน้ำห้วยขะหมา อ่างเก็บน้ำห้วยตาผา ต.แม่สอย และอ่างเก็บน้ำห้วยม่วง ต.สบเตี๊ยะ ให้ เพราะหลังจากที่มีโครงการพระราชดำริเข้ามาก็ทำให้พวกเรามีอาชีพ มีรายได้ มีน้ำ มีไฟฟ้าใช้ และยังพระราชทานพันธุ์สัตว์เลี้ยง เช่น วัว หมู ให้ด้วย ทำให้พวกเรามีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจนถึงทุกวันนี้ พ่อหลวงให้ทุกอย่างแล้ว ก่อนนี้พวกเรายากจนมาก หน้าแล้งก็ต้องไปเจาะน้ำจากใต้ดินกินลำบากมาก
นางเซิน และครอบครัว
นางเซิน อายุ 44 ปี ชาวมอญจาก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ที่วันนี้เดินทางมาพร้อมเพื่อนบ้านชายหญิงรวม 80 คนโดยเหมารถบัสสองคันมาตั้งแต่ 4 ทุ่มถึงสนามหลวงตอนตี 3 ครึ่ง เผยความรู้สึกภายหลังจากได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพในช่วงเช้าว่าอยากมาไหว้พ่อหลวงสักครั้งในชีวิต แม้จะไม่ใช่คนไทยแต่ก็รักและเทิดทูนเหมือนพ่อแท้ๆ เพราะทรงทำงานเพื่อทุกคนไม่เฉพาะคนไทยแต่ทุกเชื้อชาติศาสนาโดยไม่แบ่งแยก ตอนท่านสวรรคตรู้สึกเสียใจมาก ไม่อยากให้ท่านจากไปเลย
“จริงๆ ตั้งใจมาตั้งแต่วันแรกๆ ที่เปิดให้กราบสักการะ แต่เห็นว่าคนยังเยอะอยู่ แต่ตอนนี้คนก็ยังคงเยอะอยู่ เมื่อราว 30 ปีก่อนได้ย้ายถิ่นฐานจากย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ เข้ามาพึ่งใบบุญในหลวง เพราะอยู่ที่โน่นทำมาหากินลำบากกว่าอยู่เมืองไทย ในหลวงพระราชทานความช่วยเหลือเรื่องการเกษตร ปลูกพืชผัก กับคนไทย เราชาวมอญก็ได้ประโยชน์ด้วย เป็นแนวทางให้พวกเรามีอยู่มีกินจนถึงทุกวันนี้” นางเซิน กล่าว
เมทินี กันเปรมตระกูล
ส่วนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนวังน้ำเขียวพิทยาคม อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา น.ส.เมทินี กันเปรมตระกูล เล่าให้ฟังว่า ตัวเองและเพื่อนๆ รวม 7 คน ได้อาสาเป็นตัวแทนเพื่อนในชั้นเรียนเพื่อเดินทางเข้ามาสักการะพระบรมศพพร้อมคุณครูประจำชั้นอีก 2 ท่าน ด้วยรถตู้ วันนี้รู้สึกรู้สึกตื้นตันใจมากแม้จะเป็นเด็กก็ตาม แต่ก็รักในหลวงรัชกาลที่ 9 มาก ทุกครั้งที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพระราชประวัติ พระบรมราโชวาท หรือ แนวทางพระราชดำริ ก็รู้สึกชอบแนวคิดของพระองค์ท่านมาก ตอนนี้ปลูกผักกินเองโดยเรียนรู้มาจากแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ของพระองค์ ซึ่งนำมาใช้ได้จริง อยากเชิญชวนเพื่อนๆ หากมีโอกาสก็ขอให้เดินทางมาร่วมสักการะพระบรมศพ เพราะเป็นโอกาสที่ดีครั้งหนึ่งของ
กรธวัช เปรี่ยมพิมายพร้อมครอบครัว
นายกรธวัช เปรี่ยมพิมาย อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนทวีธาภิเศก กรุงเทพฯ ซึ่งพิการเป็นอัมพาตช่วงล่างตั้งแต่เอวลงไป เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพพร้อมครอบครัว กล่าวว่า ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง ทำให้เดินไม่ได้ตั้งแต่เกิด เพราะกระดูกสันหลังบางท่อนหายไป จึงต้องนำกระดูกเทียมมาใส่แทน ทำให้การรักษาค่อนข้างยากลำบากและมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก แม่จึงถวายฎีกาขอความช่วยเหลือไปยังสำนักพระราชวัง โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานความช่วยเหลือและได้เป็นคนไข้ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช มาตลอดกว่า 10 ปี ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
“ผมเห็นพระองค์ท่านทรงงานหนักมาตลอดการครองราชย์ เสด็จไปยังถิ่นทุรกันดาร บุกป่าฝ่าดงโดยไม่สนว่าหนทางจะยากลำบากเพียงใด พระองค์ท่านทรงช่วยเหลือพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดจนถึงวินาทีสุดท้าย ถือเป็นความโชคดีของชนชาวไทยที่มีพระองค์ท่านเป็นพระมหากษัตริย์ ในฐานะเป็นเยาวชนไทยจะขอตอบแทนพระองค์ท่าน ด้วยการตั้งใจเรียน เป็นเด็กดีของคุณพ่อคุณแม่ ช่วยเหลือสังคมเท่าที่ตนจะทำได้” นายกรธวัช กล่าว
แจกดอกกล้วยไม้ 49,999 กำ ถวายเป็นพระราชกุศล
สมเกียรติ กุสฎีกาญจน
นายสมเกียรติ ดุสฎีกาญจน นายกสมาคมผู้ประกอบการสวนกล้วยไม้ไทย ที่วันนี้เป็นตัวแทนนำกล้วยไม้หลากสีพันธุ์ต่างๆ มาแจกจ่ายให้ประชาชนที่จุดพักรอในสนามหลวงเพื่อนำขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ เปิดเผยว่า สมาคมผู้ประกอบการสวนกล้วยไม้ไทยตั้งใจทำความดีเพื่อถวายในหลวงร.9 จึงประชุมกันว่าจะนำช่อดอกกล้วยมาแจกจ่ายให้ประชาชนได้ไช้สักการะพระบรมศพที่มาเฉลี่ยวันละหลายหมื่นคน จึงจัดมาจำนวน 49,999 กำ เพื่อให้เพียงพอโดยประสานกับสำนักพระราชวังนำมาแจกตั้งแต่ตี 5 เรื่อยไปจนกว่าจะหมด ซึ่งกล้วยไม้ทั้งหมดเป็นเกรดส่งออก มีทั้งสกุลหวาย, ม็อกคาล่า,แวนด้า ฯลฯ หลากสีสัน และมาจากหลายแหล่ง เช่น ชมรมกล้วยไม้,สหกรณ์ผู้ประกอบการกล้วยไม้, สมาคมผู้ส่งออกกล้วยไม้ เป็นต้น เลือกดอกที่สวยที่สุดและจัดอย่างสวยงามเพื่อให้สมพระเกียรติที่สุด



