ข่าว

พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวทะเลาะวินจยย. ฉุนห้ามปัสสาวะ

พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวทะเลาะวินจยย. ฉุนห้ามปัสสาวะ

12 ธ.ค. 2559

ลุงขับวินจยย.รับจ้างพัทยาเปิดศึกทะเลาะพ่อค้าขายก้วยเตี๋ยว เรื่องห้ามปัสสาวะหลังวิน หวิดแทงกัน

               ลุงขับวิน จยย.รับจ้างพัทยาเปิดศึกทะเลาะกับพ่อค้าขายก้วยเตี๋ยว เรื่องห้ามฉี่หลังวิน หวิดแทงกัน โชคดีตำรวจห้ามปรามก่อนนำตัวไปว่ากล่าวและปรับคดีทะเลาะวิวาททั้งคู่
               เมื่อเวลา 04.15 น. วันที่ 12 ธ.ค.59 เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งตั้งจุดบริการนักท่องเที่ยวอยู่บริเวณหน้าถนนวอล์คกิ้งสตรีทพัทยาใต้ ได้รับแจ้งเกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างวินจักรยานยนต์รับจ้างกับพ่อค้าขายก้วยเตี๋ยว เหตุเกิดบริเวณวินจักรยานยนต์รับจ้างติดโรงบำบัดน้ำเสียท่าเทียบเรือเก่าริมชายหาดพัทยาใกล้เคียงกับทางเข้าถนนวอล์คกิ้งสตรีท ตำรวจท่องเที่ยวพร้อมอาสาสมัครจึงรีบนำกำลังไปตรวจสอบ
               เมื่อไปถึงก็พบกับคู่กรณีทั้งสองฝ่ายกำลังเปิดศึกทะเลาะวิวาททางวาจากันเสียงดังลั่น ตำรวจจึงเข้าระงับห้ามปราม จากการสอบถามฝ่ายแรกเป็นลุงขับวินจักรยานยนต์รับจ้าง ทราบชื่อคือ นายกิมฮง สมคิด อายุ 67 ปี ส่วนฝ่ายคู่กรณีทราบชื่อ นายอำนาจ อดิศรสิริ อายุ 37 ปี เป็นพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยว
               เบื้องต้นจากการสอบถามทราบว่า สาเหตุที่ทั้งคู่ทะเลาะกันมาจาก ขณะที่นายกิมฮง กำลังจอดรถอยู่ที่วินเพื่อรอลูกค้าอยู่นั้น นายอำนาจ จอดรถขายก๋วยเตี๋ยวไว้แล้วเดินมาที่หลังวินจักรยานยนต์รับจ้างเพื่อจะเข้าไปปัสสาวะภายในโรงบำบัดน้ำเสีย ซึ่งปกติจะไม่ให้เข้าไปปัสสาวะแต่เพราะประตูที่ปิดอยู่นั้นชำรุด นายอำนาจ ก็พยายามจะเข้าไปปัสสาวะให้ได้ นายกิมฮงจึงห้ามปรามไม่ให้เข้า นายอำนาจไม่พอใจพูดจาต่อว่านายกิมฮง จึงทำให้นายกิมฮงเกิดความไม่พอใจที่ถูกต่อว่า ทั้งสองฝ่ายเกิดการทะเลาะกันขึ้น โดยนายกิมฮงคว้าเหล็กแหลมดัดแปลงเป็นมีดออกมาขู่นายอำนาจ นายอำนาจกระโดดหลบ แล้วฉวยโอกาสกระโดดถีบนายกิมฮง จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็เปิดศึกทะเลาะกัน จนกระทั่งมีคนห้ามปรามและแจ้งตำรวจในที่สุด
               เบื้องต้นคู่กรณีทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่ยอมลดความโมโหลงแต่อย่างใด ตำรวจท่องเที่ยวจึงยึดเหล็กปลายแหลมดัดแปลงของนายกิมฮง เนื่องจากเป็นอาวุธอันตรายได้ จากนั้นควบคุมตัวคู่กรณีทั้งสองฝ่ายไปสอบสวนและให้สงบสติอารมณ์ที่จุดบริการนักท่องเที่ยวหน้าถนนวอล์คกิ้งสตรีท โดยตำรวจท่องเที่ยวได้แจ้งข้อหาทั้งสองฝ่ายในฐานความผิดทะเลาะวิวาทกัน พร้อมเปรียบเทียบปรับทั้งคู่ และทำการว่ากล่าวตักเตือนให้ทั้งสองฝ่ายเลิกราและแยกย้ายกันไป