ข่าว

ตาลีบันเผาคูหาเลือกตั้งประธานาธิบดีอัฟกัน

ตาลีบันเผาคูหาเลือกตั้งประธานาธิบดีอัฟกัน

21 ส.ค. 2552

คาบูล-ตาลีบันเผาคูหาเลือกตั้ง ยิงจรวด และลอบวางระเบิดป่วนการเลือกตั้งประธานาธิบดี ทำให้จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์ต่ำมาก

 การเลือกตั้งประธานาธิบดีอัฟกานิสถานที่มีขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) เต็มไปด้วยความรุนแรงอย่างที่คาดการณ์กันไว้ โดยกลุ่มตาลีบันได้บุกเข้าไปเผาคูหาเลือกตั้ง 3 แห่งในจัดหวัดเฮรัต ทางภาคตะวันออก ขณะที่คนกำลังหย่อนบัตรกันอยู่ ทำให้บัตรเลือกตั้ง และสิ่งของอื่นๆ ถูกเผาทำลายหมด แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

 กลุ่มตาลีบันยังได้ยิงจรวด 2 ลูกเข้าไปใกล้คูหาเลือกตั้งในเมืองคุนดูซ ทางภาคเหนือ ทำให้มีเด็กได้รับบาดเจ็บ 1 คน โรงเรียนที่ใช้เป็นคูหาเลือกตั้งได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังมีเหตุระเบิดใกล้กองบัญชาการตำรวจในจังหวัดทักฮาร์ ทางภาคเหนือด้วย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยว่าเป็นมือระเบิดพลีชีพได้ 2 คนขณะพยายามจะเข้าไปในคูหาเลือกตั้งเขตฟาร์คาร์ จังหวัดทักฮาร์ กลุ่มติดอาวุธยังเข้าโจมตีสถานีตำรวจในจังหวัดบักลาน ทางภาคเหนือเช่นกัน ทำให้หัวหน้าตำรวจผู้หนึ่งเสียชีวิต

 ส่วนในพื้นที่ภาคใต้นั้น มีการยิงจรวดอย่างน้อย 2 ลูกในจังหวัดกันดาฮาร์ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ที่เมืองลาชคาร์กาห์ จังหวัดเฮลมานด์นั้น มีชาวบ้านอย่างน้อย 2 คนได้รับบาดเจ็บเพราะจรวดที่ถูกยิงเข้าไปในเมือง

 ด้านกรุงคาบูล เมืองหลวงนั้น ตำรวจได้ยิงปะทะกันกลุ่มติดอาวุธ 3 คนที่ถูกไล่ต้อนเข้าไปจนมุมในอาคารแห่งหนึ่งก่อนจะถูกยิงสังหารไป 2 คน ส่วนอีกคนหลบหนีไปได้ ตำรวจผู้หนึ่งเผยว่ามีการยิงปะทะกันนานเกือบ 2 ชั่วโมง โดยตำรวจใช้ลูกระเบิดขับดันด้วยจรวดเป็นอาวุธ ขณะที่ฝ่ายก่อการใช้ระเบิดมือ และปืนกลเป็นอาวุธ

 ทั้งนี้ โฆษกของกลุ่มตาลีบันแถลงว่านักรบของกลุ่มได้เข้าโจมตีคูหาเลือกตั้งอย่างน้อย 16 แห่งตลอดทั่วทั้งประเทศ พร้อมกับขู่ซ้ำไม่ให้ชาวอัฟกันไปเลือกตั้งโดยบอกว่าจะเชือดคอ และตัดนิ้วคนที่ไปโหวตให้หมด ทำให้จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งนั้นต่ำมาก น้อยกว่าจำนวนผู้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2547 ถึงร้อยละ 40 แม้ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งอิสระจะยืดเวลาลงคะแนนออกไปอีก 1 ชั่วโมง โดยปิดคูหาเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในเวลา 17.00 น. แถมถ้าคูหาเลือกตั้งแห่งไหนยังมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เข้าแถวรออยู่ก็ให้สามารถโหวตได้อีกด้วย

 ด้านประธานาธิบดีฮามิด คาร์ไซ ซึ่งเป็นตัวเต็งว่าจะได้นั่งเก้าอี้ต่ออีกสมัยได้เรียกร้องให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันเยอะๆ แต่การที่มีคนออกมาเลือกตั้งน้อยในพื้นที่ภาคใต้น้อยอาจส่งผลเสียต่อการดำรงตำแหน่งต่ออีกสมัยของนายคาร์ไซ และเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับนายอับดุลเลาะห์ อับดุลเลาะห์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศที่เป็นอีกหนึ่งตัวเก็งในการเลือกตั้งครั้งนี้