ข่าว

สาวออสซี่ดอดพบตร. ยันถูกตุ๊กตุ๊กข่มขืน

สาวออสซี่ดอดพบตร. ยันถูกตุ๊กตุ๊กข่มขืน

12 ธ.ค. 2559

สาวออสซี่อ้างถูกตุ๊กตุ๊กข่มขืนดอดพบ ตร.แล้ว ตั้งแต่ตี 2 ยืนยันถูกข่มขืน ตร.รอผลนิติวิทยาศาสตร์พิสูจน์ความจริง

               จากกรณี น.ส.เบลลา (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี ชาวออสเตรเลีย เข้าแจ้งความร้องทุกข์พนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชันว่า ถูกโชเฟอร์รถตุ๊กตุ๊กที่เรียกใช้บริการจากถนนข้าวสารให้ไปส่งที่พัก แต่ขับพาไปที่อาคารร้างย่านตลิ่งชัน ก่อนนัดเพื่อนอีกคนมาร่วมกันลงมือทำร้ายร่างกายและข่มขืนกระทำชำเรา เบื้องต้นตำรวจได้ส่งตัวนักท่องเที่ยวสาวไปตรวจร่างกาย และเก็บหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา แต่จากการสอบปากคำผู้เสียหายตั้งแต่วันเกิดเหตุยังให้การวกวน ประกอบกับกล้องวงจรปิด รวมทั้งเวลาในการก่อเหตุยังขัดแย้งกับคำให้การ ตำรวจจึงเรียกมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง
               ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ธ.ค.59 พ.ต.ต.เศกสิทธิ์ แพลอย สว.(สอบสวน) สน.ตลิ่งชัน กล่าวว่า ตอนนี้ น.ส.เบลลา ไม่ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน เนื่องจากได้เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมตั้งแต่เมื่อช่วงเช้ามืด เวลาประมาณ 02.00 น. ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งคดีดังกล่าวพนักงานสอบสวนได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อคลี่คลายคดีให้เร็วที่สุด ตามคำสั่งของ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ซึ่งจากการสอบปากคำ น.ส.เบลลา ที่ให้การกับพนักงานสอบสวนเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น ก็ไม่ต่างจากครั้งแรก คือ ยืนยันว่าคนขับรถตุ๊กตุ๊กกระทำชำเราจริง อย่างไรก็ตามต้องรอผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ จากโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งจะสามารถชี้ชัดและบอกได้ว่าถูกกระทำชำเราตามที่ผู้เสียหายแจ้งหรือไม่
               พ.ต.ต.เศกสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับรายละเอียดอื่นๆไม่สามารถเปิดเผยต่อสื่อมวลชนได้ เพราะอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน เบื้องต้นมีการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งกล้องวงจรปิดในละแวกที่เกิดเหตุ ตามเส้นทางตั้งแต่ถนนข้าวสาร มายังจุดเกิดเหตุ และสอบปากคนขับรถตุ๊กตุ๊กต้องสงสัย 2 คัน รวมทั้งสอบพยานแวดล้อมไปแล้วกว่า 10 ปาก อย่างไรก็ตาม น.ส.เบลลา จะเดินทางกลับออสเตรเลียภายในสัปดาห์หน้า ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเร่งสืบสวนสอบสวนให้ความจริงกระจ่างโดยเร็ว เนื่องจากเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ และยืนยันว่าไม่หนักใจในการทำงาน ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย คนผิดต้องได้รับโทษ แต่หากเป็นการกุเรื่องสร้างความเสื่อมเสียให้กับประเทศก็ต้องดำเนินการแจ้งความเท็จต่อไป