
เทรลเลอร์ทับ2คนงานดับ
รถเทรลเลอร์ทับ 2คนงานดับ ด้านตร.รอสอบปากคำคนขับรถ-พยานที่เกิดเหตุรถพ่วงชนคนงานดับ แจงห้ามจนท.เข้าพื้นที่เพราะชุลมุน เป็นพื้นที่ต้องรักษาความปลอดภัย
เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 11 ธ.ค.59 ร.ต.อ.บุญชู แสนธิ รอง สว.(สอบสวน).สน.ท่าเรือ ได้รับแจ้งเหตุรถพ่วงเทรลเลอร์ชนคนงานเสียชีวิตชาย 2 ราย ภายในการท่าเรือแห่งประเทศไทย ถนนการท่าเรือแห่งประเทศไทย แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ แพทย์เวรจุฬาฯ พร้อมมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุอยู่ ท่าเรือที่ 20เอ พบรถพ่วงเทรลเลอร์18 ล้อ ไว้สำหรับลากตู้คอนเทนเนอร์ สีเหลือง เลขหัวพ่วง รหล 3197 เลขท้ายพ่วง ลชส 45-068 โดยล้อหน้าขวาทับร่างชาย 2 คน ถูกอัดก๊อปปี้ติดกับรถเครนแบบรางไว้สำหรับยกตู้คอนเทนเนอร์ ทำให้เสียชีวิตทันที 1 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 ราย อาสาร่วมกตัญญู พญาไท21 เข้าไปให้ปฐมพยาบาลแต่ไม่สามารถดำเนินการช่วยเหลือได้จึงวิทยุขอกำลังสนับสนุนที่เกิดเหตุ ต่อมาเจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญูพร้อมหน่วยแพทย์มายังบริเวณด้านหน้าการท่าเรือ กลับถูกเจ้าหน้าที่ รปภ. สกัดไม่ให้เข้าพร้อมทั้งขับไล่อาสาจุดเกิดเหตุออกจากพื้นที่ ทำให้ผู้ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตเป็นรายที่ 2 แม้ญาติของผู้เสียชีวิตเดินทางมาก็ไม่ยินยอมให้เข้าไปยังพื้นที่ของการท่าเรือจึงกลับบ้านด้วยความโศกเศร้า
ด้าน ร.ต.อ.บุญชู กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตทั้งสองรายมีหน้าที่คอยดูแลความเรียบร้อยของล้อเครนแบบรางและคอยโบกหรือให้สัญญานการขนตู้คอนเทนเนอร์ จากการสอบปากคำพยานแวดล้อม สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุที่เกิดมาจากการหลับในของผู้ขับขี่รถพ่วงเทรลเลอร์ เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งหายังต้องสอบปากคำผู้ขับรถพ่วงเทรลเลอร์ พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดอีกครั้งอย่างละเอียด ทั้งนี้รายชื่อผู้เสียชีวิตกับคนขับยังไม่สามารถเปิดเผยให้ได้เนื่องจากยังอยู่ในสภาวะชุลมุนกับเจ้าของพื้นที่และญาติผู้เสียชีวิต จึงไม่สะดวกให้ข้อมูลในขณะนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิร่วมกตัญญูฝากประชาสัมพันธ์ว่า อาสาร่วมกตัญญู พญาไท21 ได้รับแจ้งจาก ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร จึงรีบเข้าไปตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือ จำนวน 1 คัน พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย ยังมีชีพจรอยู่ จึงรายงานมูลนิธิร่วมกตัญญูขอกำลังสนับสนุน แต่การท่าเรือแห่งประเทศไทย กลับห้ามปราบพร้อมขับไล่ไม่ให้ช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ อ้างว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือทั้งภาครัฐและเอกชน
ต่อมา ร.ต.อ.บุญชู แสนธิ รอง สว.(สอบสวน) สน.ท่าเรือ เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายบุญเที่ยง บรรโสภา อายุ 55 ปี และนายวรพต ภิญโญ อายุ 38 ปี เป็นพนักงานของการท่าเรือฯ นำศพส่งนิติเวช รพ.จุฬาฯ ส่วนคนขับรถเทรลเลอร์ ยังไม่ทราบชื่อ เนื่องจากหลังเกิดเหตุ คนขับตกใจจนหมดสติ ที่เห็นภาพเพื่อนร่วมงานเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา เจ้าหน้าที่การท่าเรือฯ จึงนำตัวส่งไปดูแลที่สถานบริการพยาบาลภายในการท่าเรือฯ โดยเจ้าหน้าที่การท่าเรือฯ จะพาคนขับรถคันดังกล่าว เข้าพบพนักงานสอบสวนเองในภายหลัง แต่ไม่ระบุวัน-เวลา
ร.ต.อ.บุญชู เปิดเผยต่อว่า เบื้องต้นเข้าข่ายความผิด “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” แต่ต้องรอสอบปากคำคนขับรถและพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด นอกจากนี้ที่มีการเผยแพร่ข่าวว่า เจ้าหน้าที่การท่าเรือฯ ห้ามเจ้าหน้าที่และกู้ชีพเข้าไปช่วยเหลือนั้น จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุทั้งคู่ น่าจะเสียชีวิตทันที และขณะเกิดเหตุค่อนข้างชุลมุน บางคนไม่ได้ห้อยบัตรแสดงตนหรือสวมชุดปฎิบัติหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่การท่าเรือฯ เกิดความสับสน เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ของการท่าเรือฯ ต้องมีการตรวจสอบบุคคลเข้าออกตามมาตราการรักษาความปลอดภัย แต่เมื่อพนักงานสอบสวนและตำรวจ สน.ท่าเรือ ไปถึงก็ไม่ได้มีการห้ามแต่อย่างใด จึงไม่พบว่า มีพฤติกรรมขัดขวางเจ้าพนักงาน



