ข่าว

"นามบัตร"ปริศนา-"อภิสิทธิ์"อย่า!ลอยตัว

"นามบัตร"ปริศนา-"อภิสิทธิ์"อย่า!ลอยตัว

21 ส.ค. 2552

แล้ว..."ศิริโชค โสภา" เจ้าของฉายา "วอลล์เปเปอร์" ก็เจอดีเข้าจนได้ หลังจากที่ออกมาแฉว่า มีการใช้เงินวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบก. ลงไปของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ...ได้ไม่นาน

เพราะมี "มือดี" ส่งเอกสารการฝากนายตำรวจเข้ารับตำแหน่งในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายระดับ รองผบก.-สารวัตร มายังสื่อมวลชน โดยมีการแนบนามบัตร "ศิริโชค โสภา" ส.ส. สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ คนใกล้ชิด "นายกฯอภิสิทธิ์" พร้อมกับลายเซ็นที่เป็นภาษาไทย สลักหลังนามบัตรดังกล่าว

 ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้รับการตอบโต้จาก "ศิริโชค" อย่างทันควันว่าเป็น "วิชามาร" ของคนที่เป็น "โจรในเครื่องแบบ" เพื่อต้องการทำลายและดิสเครดิตทางการเมืองของตน และยืนยันว่าลายเซ็นที่ปรากฏบนนามบัตรที่มีชื่อตนเป็นลายเซ็นปลอม เพราะลายเซ็นของตนเป็นภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาไทย

 อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมี "นามบัตรปริศนา" โผล่ออกมา ก็มีการปล่อยข่าวออกมาเป็นระยะๆ ว่า "คนใกล้ชิดนายกฯ" เข้าไปแทรกแซงการโยกย้ายนายตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอตำแหน่งให้พรรคพวก และมีข้อมูลเด็ดเป็น "นามบัตร" ของนักการเมืองคนหนึ่ง แนบตั๋วรายชื่อ "เด็กฝาก" ยาวเป็นหางว่าว ที่หากมีการนำมาโชว์รับรองว่าบางคนถึงกับต้อง "สะอึก"

 ซึ่งเรื่องการ "ฝากเด็ก" ของคนใกล้ชิดนายกฯ ในการโยกย้ายนายตำรวจ จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่...จะต้องพิสูจน์กันต่อไปว่า "จริง" หรือ "ไม่จริง"

 แต่ที่ผ่านมา...ยังไม่เห็น "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" แสดงความจริงจังในเรื่องนี้เลย ไม่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนใดๆ ทั้งสิ้น 

 เมื่อเทียบกับตอนที่ "ศิริโชค" ออกมาแฉเรื่องการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรอง ผบก.ลงไปของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่ามีการใช้เงินซื้อขายตำแหน่งกัน "ฝ่ายการเมือง" โดย "สุเทพ เทือกสุบรรณ" รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงในฐานะประธาน ก.ตร. สั่งให้ตั้งคณะอนุก.ตร.ชุดพิเศษ ขึ้นมาเพื่อสอบสวนเรื่องดังกล่าวทันที

  แต่พอ "คนใกล้ชิดนายกฯ" โดน "กล่าวหา" เข้าบ้าง...กลับไม่เห็น "ความกระตือรือร้น" ที่จะค้นหาความจริง 

 หรือ...เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับการทุจริตในโครงการชุมชนพอเพียง ซึ่งเกี่ยวกับตู้น้ำหยอดเหรียญในชุมชนต่างๆ ที่ "คนไม่ใกล้ชิดนายกฯ" อย่าง "กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ" รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ถูกโจมตี

 นายกฯ อภิสิทธิ์ กลับแสดงความจริงจังในการดำเนินการ โดยสั่งการให้ "กอร์ปศักดิ์" รายงานตัวเลขทั้งหมดเข้ามา และสั่งระงับโครงการที่รอการอนุมัติทั้งหมดทันที และยังได้แจ้งต่อ ป.ป.ช. ให้เข้ามาสอบสวนเรื่องนี้ด้วย

 จน "กอร์ปศักดิ์" ต้อง "ไขก๊อก" ออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารชุมชนพอเพียง

 และถึงกับต้องหันไปพึ่ง "คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา" ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ให้จัดส่งทีมพิเศษเข้ามาตรวจสอบการทำงานของสำนักงานโครงการชุมชนพอเพียงว่าดำเนินการถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ เพื่อให้โครงการที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ดูดีขึ้น

 อีกทั้งเรื่องเกี่ยวกับการโยกย้ายตำรวจในปีนี้ ที่ผ่านมาต้องบอกว่า "อภิสิทธิ์" เสีย "คะแนน" ไปมากพอสมควร

 อย่างการที่ใช้วิธีการกดดันให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปปฏิบัติราชการที่ภาคใต้ เพื่อไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจในครั้งนี้

 แล้วแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ปรึกษา สบ 10 เป็นรักษาการ ผบ.ตร. ทั้งที่ ผบ.ตร.ตัวจริง ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เพื่อให้ พล.ต.อ.วิเชียร เข้ามาจัดการเกี่ยวกับบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายแทน ก็ถูกมองว่าฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงการโยกย้ายข้าราชการตำรวจ และการที่ตั้ง "รักษาการ ผบ.ตร." ทั้งที่ ผบ.ตร. ตัวจริงก็มีอยู่ เท่ากับมี ผบ.ตร.ซ้อนกันถึง 2 คน ทำให้ "หลักการ" และ "หลักกฎหมาย" เกิดความเสียหาย

  และแม้ว่า "อภิสิทธิ์" จะชี้แจงว่า เป็นอำนาจของนายกฯ ในการแต่งตั้ง "รักษาการ ผบ.ตร." โดยไม่ได้จำกัดว่า ผบ.ตร.ต้องเดินทางไปต่างประเทศเท่านั้น โดยอ้างว่าเมื่อเกิดกรณีที่ ผบ.ตร.เดินทางไปปฏิบัติราชการและส่งผลกระทบต่อการบริหารงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็สามารถตั้ง "รักษาการ ผบ.ตร." ได้

 แต่แม้ว่า...จะเป็นไปตามที่นายกฯ อ้างว่าสามารถทำได้ตามกฎหมาย ก็ยังไม่สามารถตอบคำถามเดิมได้ว่า...ทำไม?...ถึงต้องสั่งให้ ผบ.ตร.ไปปฏิบัติราชการที่ภาคใต้...  

 และเมื่อถึงคราวนี้ที่เกิดเรื่อง "นามบัตรปริศนา" ที่อ้างชื่อ "ศิริโชค โสภา" คนใกล้ชิดนายกฯ "ฝากเด็ก"

 "อภิสิทธิ์" จะทำเป็น "ลอยตัว" ไม่ลงมาดูเรื่องนี้อย่างจริงๆ จังๆ ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว   

 ** โต๊ะข่าวการเมือง**