
เจตนาดีหรือประสงค์ร้าย
จู่ๆ พรรคภูมิใจไทยหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลก็เสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสำหรับผู้กระทำความผิดในเหตุการณ์ไม่สงบที่ผ่านมาต่างกรรมต่างวาระ แต่โดยรวมความแล้วมีข้ออ้างและเหตุผลว่าต้องการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในแผ่นดิน
ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักคือ กลุ่มคนเสื้อเหลืองและเสื้อสีแดง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีบทบาทในการรักษาความสงบและถูกกล่าวหาว่ากระทำเกินกว่าเหตุถึงขั้นใช้อาวุธร้ายแรงทำร้ายและสังหารประชาชน ซึ่งฟังดูเผินๆ แล้วก็อาจจะเป็นเจตนาดี แต่ในความเป็นจริง วัตถุประสงค์ที่แท้จริงกลับถูกแฝงเร้น
ประเด็นสำคัญที่พรรคภูมิใจไทยไม่ประกาศนั่นคือ ผลดีจะตกอยู่กับฝ่ายคนเสื้อสีน้ำเงิน ซึ่งประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งฝักใฝ่และแสวงหาอำนาจการเมือง มีทั้งตำรวจ ทหาร รวมทั้งข้าราชการส่วนอื่นๆ ซึ่งเป็นเครือข่ายของกลุ่มผลประโยชน์ด้านธุรกิจและการเมือง โดยเห็นได้ชัดว่าการเสนอ พ.ร.บ.ร่างนิรโทษกรรมครั้งนี้จะไม่มีทางหยุดยั้งความพยายามก่อกิจกรรมทางการเมือง เพราะทั้งกลุ่มเสื้อแดงและเสื้อเหลืองต่างก็ไม่ยอมรับความหวังดีของพรรคภูมิใจไทย ดังนั้นจึงถูกมองว่าเป็นการผลักดัน ซึ่งหวังผลประโยชน์มากเกินกว่าที่ฝ่ายอื่นจะยอมรับได้
อันที่จริงวัตถุประสงค์แฝงเร้นก็ไม่ได้ลึกล้ำอะไรมากมาย เพราะพรรคภูมิใจไทยต้องการเสริมฐานอำนาจโดยการกระชับความสัมพันธ์ของกลุ่มข้าราชการมีทั้งส่วนปกครองภายใต้กระทรวงมหาดไทย ซึ่งถูกควบคุมโดยพรรคภูมิใจไทยและกำลังของตำรวจ ทหาร ซึ่งมีความเกี่ยวโยงในโครงสร้างอำนาจและเป็นฐานการเมืองอันแข็งแกร่งของพรรคภูมิใจไทย
กล่าวโดยสรุปก็คือความต้องการที่จะช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปราบปรามประชาชนอย่างโหดร้ายในวันที่ 7 ตุลาคม 2551 นั่นเอง โดยมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เสี่ยงต่อการถูกกล่าวหาและดำเนินคดีอาญาร้ายแรงจนถึงขั้นติดคุกติดตะรางก็เป็นได้
แม้กลุ่มเสื้อเหลืองเสื้อแดงจะได้รับนิรโทษกรรมก็ไม่มีสัญญาณใดๆ ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะหยุดการเคลื่อนไหว และลักษณะที่ถูกมองว่าเป็นการจาบจ้วงล่วงเกินสถาบันพระมหากษัตริย์ องคมนตรี และการดำเนินกิจกรรมทั้งในและนอกสภา เพื่อไม่ให้รัฐบาลปัจจุบันมีโอกาสได้ทำงานอย่างเต็มที่ต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ของชาติอันเนื่องมาจากการก่อกวนไม่สิ้นสุดของกลุ่มเครือข่ายผู้รับใช้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งดิ้นรนให้รอดพ้นจากคดีอาญาโทษจำคุกและการได้สมบัติคืนจากการอายัดของรัฐ
เมื่อร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมไม่เป็นที่ยอมรับของหลายฝ่าย ความน่าสงสัยจึงถูกพุ่งไปยังพรรคภูมิใจไทยว่ามีเจตนาดีหรือประสงค์ร้ายต่อชาติบ้านเมืองกันแน่ ถ้าหากดูพฤติกรรมที่ผ่านมาประเด็นนี้คงแจ่มชัดไม่กลุ่มประชาชนซึ่งไม่ไว้วางใจพฤติกรรมของนักการเมืองที่มีประวัติมัวหมองแม้จะเสแสร้งทำเป็นคนดี



