
ปลูกสมุนไพร สร้างป่า สร้างรายได้
“โครงการส่งเสริมการปลูกสมุนไพร สร้างป่า สร้างรายได้” โดยมุ่งเน้นสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร ควบคู่ไปกับการให้ความรู้ในการทำการเกษตรอย่างยั่งยืน
เพื่อสานต่อแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน สตรีเพ็ญภาค ยาแผนโบราณที่ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2460 จึงถือโอกาสฉลองครบรอบ 100 ปี คืนกำไรกลับสู่สังคม จัดตั้ง “โครงการส่งเสริมการปลูกสมุนไพร สร้างป่า สร้างรายได้” โดยมุ่งเน้นสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร ควบคู่ไปกับการให้ความรู้ในการทำการเกษตรอย่างยั่งยืน เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย
จิรชัย ไทยชาติ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ขายยาเพ็ญภาค จำกัด เผยว่า พื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยลดลงเป็นจำนวนมาก เนื่องมาจากปัญหาการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและยังมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีการใช้สารเคมีในการทำการเกษตร ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นที่จะดำเนินโครงการเพื่อตอบแทนสังคมอย่างต่อเนื่อง และได้ริเริ่มจัดทำ โครงการส่งเสริมการปลูกสมุนไพร สร้างป่า สร้างรายได้ ขึ้น โดยใช้ระยะเวลาศึกษาค้นคว้าและพัฒนาเตรียมระบบมานานกว่า 2 ปี เนื่องจากในแต่ละปีบริษัทมีความต้องการใช้สมุนไพรเป็นจำนวนมาก แต่ปัญหาที่พบคือสมุนไพรที่รับซื้อมาเหล่านั้นไม่สามารถระบุแหล่งผลิต อีกทั้งสมุนไพร ไม้ยืนต้นหลายชนิดที่ซื้อมา อาจจะได้มาจากการตัดไม้ทำลายป่า ทำลายสิ่งแวดล้อม บริษัทจึงมีนโยบายที่จะส่งเสริมการปลูกสมุนไพรทุกชนิด ที่บริษัทนำมาใช้ในการผลิต (ปรุงยา) จนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 ได้ลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับผู้นำเกษตรกรเพื่อชักชวนปลูกพืชสมุนไพรจนประสบความสำเร็จเป็นกลุ่มแรก
โดยสมุนไพรชนิดแรกที่ทดสอบปลูกและได้ผลดีคือ ฝาง โดยบริษัทได้แจกต้นกล้าจำนวน 1,700 ต้น และต้นกล้าจันทน์เทศอีก 500 ต้น ให้เกษตรกรทำการทดลองปลูก และยังมีสมุนไพรอื่นๆ อาทิ หญ้าขัดมอน, กำแพงเจ็ดชั้น, โด่ไม่รู้ล้ม, หญ้าพันงูแดง, ผิวมะกรูด, ข่าตาแดง ฯลฯ ปัจจุบันเกษตรกรเริ่มเห็นช่องทาง ทำให้มีการลงทุนต่อยอด ล่าสุดมีชาวบ้านที่ร่วมโครงการแล้ว 40 ราย กินพื้นที่เพาะปลูกกว่า 2,400 ไร่ และสามารถเริ่มเก็บผลผลิต สร้างรายได้นอกจากการทำนาตามฤดูกาล
หนึ่งในสมาชิกเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร ในโครงการส่งเสริมการปลูกสมุนไพร สร้างป่า สร้างรายได้ กระแสบุญ ดอกบัว กล่าวว่า เมื่อก่อนเรามีต้นตาไก่อายุ 100 ปีอยู่ในหมู่บ้าน แต่คนเฒ่าคนแก่เขาไม่รู้ คิดแค่ว่าตัดทำฟืน เอามาเผาถ่านได้เท่านั้น พอมองย้อนไปแล้วเราใจหายนะ เสียดายมาก หรืออย่างต้นขัดมอนที่เป็นต้นหญ้า ก็ไม่เคยเห็นคุณค่า จนวันที่เพ็ญภาคเข้ามาให้ความรู้ ทำให้เราเห็นประโยชน์ว่านี่คือพืชสมุนไพร มีสรรพคุณทางยา ปลูกแล้วเก็บผลผลิตมาขายได้ และด้วยศักยภาพของพื้นที่ ซึ่งสมาชิกมีพื้นที่หลากหลาย ทั้งที่นา ที่ดอน ป่าหัวไร่ปลายนา สวนหลังบ้าน หรือแม้แต่คันนาก็สามารถปลูกพืชสมุนไพรได้หมด



