ข่าว

กฎหมายมีแนวโน้มห้ามส่งเสริมการตลาดเกี่ยวกับ "นม"

กฎหมายมีแนวโน้มห้ามส่งเสริมการตลาดเกี่ยวกับ "นม"

10 ธ.ค. 2559

ห้ามการส่งเสริมการทำตลาดนมสำหรับเด็กเล็กในช่วงอายุ 1-3 ปี ส่งผลกระทบโดยตรงต่อแม่และเด็ก!!??

      กฎหมายมีแนวโน้มห้ามส่งเสริมการตลาดเกี่ยวกับ "นม"

     ช่วงวัย 3 ปีแรกของลูกคือโอกาสทองในการพัฒนาสมองและร่างกายให้เติบโต ภาวะโภชนาการที่ครบถ้วนและพอเหมาะเป็นปัจจัยสำคัญที่คุณแม่ยุคใหม่ให้ความใส่ใจ แต่การผลักดันร่างพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นพิจารณาโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ห้ามการส่งเสริมการทำตลาดนมสำหรับเด็กเล็กในช่วงอายุ 1-3 ปีโดยเด็ดขาด ซึ่งสมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็กเห็นว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อแม่และเด็ก

กฎหมายมีแนวโน้มห้ามส่งเสริมการตลาดเกี่ยวกับ "นม"

      พญ.กิติมา ยุทธวงศ์ ผู้อำนวยการบริหาร สมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก บอกว่า เด็กวัย 1-3 ปีเป็นช่วงวัยที่เริ่มกินอาหารที่หลากหลายได้แล้วโดยรับประทานเป็นอาหารหลักและเสริมด้วยนมแม่ หรือกรณีที่แม่ไม่สามารถให้นมแม่ได้ คุณแม่ก็จะเลือกนมสำหรับเด็กเล็กเป็นอาหารทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มโภชนาการให้เด็กซึ่งอาจมีโอกาสได้รับสารอาหารในแต่ละวันจากอาหารที่ครอบครัวเตรียมเองได้ไม่เพียงพอ แม้นมจะเป็นอาหารทางเลือก แต่การเลือกผลิตภัณฑ์ใดๆ แม่ก็ต้องศึกษาข้อมูลเสียก่อน และข้อมูลเหล่านั้นส่วนหนึ่งก็มาจากการสื่อสารการตลาดนั่นเอง การที่กฎหมายห้ามการส่งเสริมการตลาดของสินค้าในช่วงวัย 1-3 ปีจึงเป็นการปิดกั้นข้อมูลที่แม่ควรจะได้รับทราบเพื่อใช้พิจารณาในการเลือกใช้หรือไม่ใช้ผลิตภัณฑ์นั้น

     “เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่า นมเป็นอาหารที่มีประโยชน์สำหรับเด็กเล็ก ช่วงอายุแต่ละปีของเด็กหลังจากหย่านมแม่ ร่างกายเด็กมีความต้องการสารอาหารต่างๆ ในปริมาณที่ต่างกันไป นมสำหรับเด็กเล็กในแต่ละช่วงวัยจึงเป็นอาหารทางเลือกเสริมโภชนาการที่สำคัญ มีงานวิจัยในต่างประเทศมากมายที่แสดงว่านมเสริมสำหรับเด็กเล็กเป็นทางเลือกตัวช่วยที่เสริมสร้างภาวะโภชนาการในเด็ก รวมทั้งงานวิจัยข้อมูลที่ระบุตัวเลขภาวะทุพโภชนาการในเด็กทั่วโลกเพราะขาดสารอาหาร จากผลสำรวจพบว่าประมาณ 1 ใน 4 ของเด็กในโลกมีภาวะแคระแกร็น ซึ่งหมายความว่าร่างกายของเด็กไม่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากภาวะทุพโภชนาการ และประเทศไทยอัตราเด็กแคระแกร็นอยู่ระดับน้อยกว่าร้อยละ 20” ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารเด็กเล็ก กล่าว

กฎหมายมีแนวโน้มห้ามส่งเสริมการตลาดเกี่ยวกับ "นม"

     ทั้งนี้คุณหมอ ยังเปรยด้วยว่ามีรายงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการสาธารณสุขอีกหลายฉบับที่บ่งชี้ว่าการให้นมเสริมสำหรับเด็กเล็กช่วยให้เด็กได้รับสารอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก ยุคนี้ข้อมูลตัวเลขอะไรก็ตามต้องมีการอ้างแหล่งข้อมูลที่ชัดเจน เราจึงอ้างอิงเอาไว้ในท้ายบทความนี้อีก 3 งานวิจัยที่ชี้ชัดไปในทิศทางเดียวกันว่าหลังจากทารกอายุ 6 เดือนไปแล้ว การให้นมแม่หรือนมผงเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะให้สารอาหารที่จำเป็นแก่เด็ก และช่วงอายุที่เด็กเริ่มรับประทานอาหารหลากหลายได้มากขึ้นนี้เอง จึงเป็นช่วงเวลาที่อาจทำให้เด็กได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ การแนะนำอาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณค่าโภชนาการอย่างเหมาะสม จึงมีบทบาทสำคัญต่อภาวะโภชนาการที่ดีของเด็ก