ข่าว

ใคร?จะรักษาเอกลักษณ์“ข้าวหอมมะลิไทย” (1)

ใคร?จะรักษาเอกลักษณ์“ข้าวหอมมะลิไทย” (1)

10 ธ.ค. 2559

โดย - รศ.สมพร อิศวิลานนท์

 

              ข้าวหอมมะลิจัดเป็นสินค้าข้าวในระดับพรีเมี่ยมในตลาดการค้าข้าวโลก ประเทศไทยได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพดีทั้งมีกลิ่นหอมและมีความนุ่มเมื่อหุงสุกแล้ว แตกต่างไปจากข้าวเจ้าชนิดอื่นๆ จึงไม่น่าแปลกใจว่าราคาข้าวหอมมะลิในตลาดส่งออก จึงมีราคาสูงกว่าข้าวขาวทั่วไปเกือบหนึ่งเท่าตัว

              การที่ราคาข้าวหอมมะลิของไทยมีระดับราคาตกต่ำอย่างมากเมื่อเทียบกับข้าวบาสมาติ ซึ่งเป็นข้าวหอมของอินเดียในปีนี้น่าจะเป็นสัญญาณทางการตลาดที่สะท้อนถึงปัจจัยความไม่เชื่อมั่นในคุณภาพความหอมของข้าวหอมมะลิไทย ทำให้ตลาดทอนค่าพรีเมี่ยมของความหอมลงและเหลือแต่ค่าพรีเมี่ยมของความนุ่ม ข้าวหอมมะลิไทยจึงมีราคาลดลงไปใกล้เคียงกับข้าวหอมของเวียดนามมากขึ้น ทำให้เป็นที่เกรงกันว่าหากไม่มีมาตรการเชิงระบบที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้แล้ว จะเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ข้าวหอมมะลิมีราคาสูงกลับคืนไปที่เดิมได้

 

ใคร?จะรักษาเอกลักษณ์“ข้าวหอมมะลิไทย” (1)

 

             ข้าวหอมมะลิเป็นข้าวที่มีพื้นที่เพาะปลูกในภาคอีสานเป็นส่วนใหญ่ ในปีการผลิต 2558 มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวหอมมะลิประมาณ 22 ล้านไร่ และมีผลผลิตโดยรวมประมาณ 8 ล้านตัน ในจำนวนนี้เป็นเนื้อที่และผลผลิตข้าวหอมมะลิในภาคอีสานถึงร้อยละ 80 ภาคเหนือตอนบน ได้แก่ จ.พะเยาและเชียงราย และภาคกลางตอนบน ได้แก่ จ.นครสวรรค์ และพิษณุโลก มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวหอมมะลิอยู่บ้าง

           ปกติแล้วความหอมของข้าวหอมมะลิจะขึ้นอยู่กับภูมินิเวศ แหล่งที่ถือว่าปลูกข้าวหอมมะลิและมีกลิ่นหอมมากได้แก่แหล่งเพาะปลูกในทุ่งกุลาร้องไห้ ที่รองลงมาได้แก่ภาคอีสานตอนบน ภาคอีสานตอนล่างและ ภาคเหนือตอนบน

           ส่วนข้าวหอมมะลิที่ปลูกในพื้นที่ภาคกลางนั้นจะมีคุณสมบัตินุ่มแต่จะไม่มีความหอมเหมือนข้าวหอมในภาคอีสานในช่วงครึ่งทศรรษที่ผ่านมา ระบบการทำนาในแหล่งเพาะปลูกข้าวหอมมะลิโดยเฉพาะในภาคอีสานได้ปรับเปลี่ยนไปจากอดีตเป็นอย่างมาก

           การที่เกษตรกรเข้าสู่ภาวะสูงวัย สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ขาดแคลนแรงงานและอัตราค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ระบบการทำนาในภาคอีสานเปลี่ยน แปลงไปพึ่งพิงกับการจ้างเครื่องจักรกลและการใช้สารเคมีในแปลงนามากขึ้น อีกทั้ง การขาดแคลนและการเข้าถึงแหล่งเมล็ดพันธุ์แท้ทำให้ความบริสุทธิ์ของพันธุ์ที่เกษตรกรใช้เพาะปลูกลดลงประกอบกับมีการขยายตัวของการเพาะปลูกข้าวหอมมะลิไปในพื้นที่ภาคกลางกันมากขึ้น

 

ใคร?จะรักษาเอกลักษณ์“ข้าวหอมมะลิไทย” (1)

 

           ข้าวหอมมะลิที่ปลูกในภาคกลางจะมีเพียงคุณสมบัติของความนุ่มแต่ไม่มีความหอม ซึ่งเดิมเคยแบ่งแยกข้าวหอมมะลิประเภทนี้ออกจากข้าวหอมมะลิในภาคอีสานโดยเรียกว่าข้าวหอมจังหวัดแทนข้าวหอมมะลิ แต่ในปัจจุบันข้าวหอมจังหวัดได้ถูกนำเข้าไปรวมกับข้าวหอมมะลิ เพราะถือว่าเป็นข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 เหมือนกัน แม้จะมีคุณภาพด้อยกว่าก็ตาม ทำให้เกิดการขยายตัวในอุปทานผลผลิตเพิ่มขึ้น

           นอกจากนี้ ความสำเร็จของการพัฒนาข้าวพันธุ์ไม่ไวแสงที่ปลูกในพื้นที่นาชลประทาน ให้มีคุณสมบัติของค่าอมิโรสต่ำเช่นเดียวกับข้าวหอมมะลิ และมีขนาดและลักษณะของเมล็ดเมื่อสีเป็นข้าวสารแล้วคล้ายคลึงกับข้าวหอมมะลิมาก จนไม่สามารถแยกได้ด้วยตาเปล่า และต้องตรวจแยกคุณสมบัติโดยกระบวนการตรวจสอบดีเอ็นเอ ข้าวพันธุ์ไม่ไวแสงที่กล่าวถึงนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า“ข้าวปทุมธานี 1 ” และ“ข้าว กข 43” ซึ่งในที่นี้จะเรียกว่าข้าวหอม แต่มีคุณสมบัติด้อยกว่าข้าวหอมมะลิทั้งในลักษณะของความหอมและความนุ่ม

         วันศุกร์หน้าจะพูดถึงความสำเร็จของการสร้างข้าวพันธุ์ข้าวหอม ให้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับข้าวหอมมะลิครับ!