ข่าว

รวบสาวปวช.เมืองคอนขณะฝังซากทารกจากทำแท้ง

รวบสาวปวช.เมืองคอนขณะฝังซากทารกจากทำแท้ง

20 ส.ค. 2552

สาว ปวช.เมืองคอนฉาวอีก รีดลูกชวนเพื่อนพาซากทารกฝังในป่าช้าวัดกลางเมือง ชาวบ้านเห็นสุดทนแจ้งตำรวจรวบทันควัน-แม่มาเจอใจสลายร่ำไห้โฮ

เมื่อเวลา 17.20 น.ของวันที่ 20 ส.ค.พ.ต.ท.ประทิน เขียวฤทธิ์ สว.เวรสอบสวน สภ.เมืองน จ.ครศรีธรรมราช รับแจ้งจากชาวบ้านที่อาศัยใกล้กับป่าช้าวัดชลเฉนียน ต.ในเมือง อ.เมือง ว่า มีนักศึกษา ปวช.สถาบันแห่งหนึ่ง นำซากทารกมาฝังในป่าช้าของวัดดังกล่าว จากนั้นจึงประสานกับ พ.ต.ท. จำลอง สุพรรณพงศ์ หน.ชุดเฉพาะกิจเยาวชน สารวัตรนักเรียน และ เจ้าหน้าที่มูลนิธิไต้เต๊กตึ๊งเข้าทำการตรวจสอบทันที

 หลังจากที่เจ้าหน้าที่ไปถึง พบว่ามีนักศึกษา ปวช.หญิง 3 คน ในชุดวอร์มฟอร์มสถาบันการศึกษาชื่อดังแห่งหนึ่ง ช่วยกันขุดหลุมขนาดเล็ก โดยมีห่อกระดาษวางอยู่ข้างหลุม และมีนักศึกษาชายระดับ ปวส.สถาบันการศึกษาชื่อดังอีกแห่งยืนอยู่ใกล้ๆคอยช่วยกวาดดิน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ถึงกับหน้าซีดเผือด

 ตรวจสอบพบว่าในห่อกระดาษ มีซากทารกที่กำลังอยู่ในระว่างการเจริญในครรภ์ได้ประมาณ 3-4 เดือน เพศชาย เริ่มมีอวัยวะส่วนต่างๆครบสมบูรณ์แล้ว มีซากสายสะดือ และรกติดค้างปนเลือด ซึ่งคะเนว่า เพิ่งจะทำแท้งได้ไม่นานเนื่องจากเลือดยังเปียกชุ่ม

 ส่วนกลุ่มนักศึกษาดังกล่าวนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวไว้ทั้ง 4 ราย เป็นนักศึกษา ปวส. 1 อายุ 18 ปี ส่วนฝ่ายนักศึกษาหญิง 3 ราย นั้นอายุ 17 ปี และ 1 ในสามนั้นยอมรับทั้งน้ำตาว่า เป็นคนตั้งท้องได้ราว 3 เดือนเศษแล้ว และได้ทำแท้งด้วยตนเองด้วยการใช้ยาสอด จนกระทั่งได้ตกเลือดและแท้งออกมาเป็นทารกที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ จากนั้นด้วยความตกใจกลัวไม่กล้าบอกพ่อแม่ จึงชวนเพื่อนรวมทั้งแฟนหนุ่ม ช่วยกันนำซากทารกมาฝังในวัด และมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมไว้ได้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้นได้โทรศัพท์แจ้งผู้ปกครอง เมื่อมารดาของสาว ปวช.รายดังกล่าวมาพบถึงกับร่ำไห้อยู่ตลอดเวลาก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเชิญตัวไปสอบสวนยัง สภ.เมือง เพื่อดำเนินคดีต่อไป

 พ.ต.ท.ประทิน เขียวฤทธิ์ พนักงานสอบสวนเปิดเผยว่า ตรวจสอบสภาพซากทารกนั้นเข้าใจว่ายังไม่มีสภาพเป็นบุคคลตามกฎหมาย แต่ในส่วนนี้ต้องให้แพทย์ชันสูตรอีกครั้ง ส่วนการดำเนินการทางคดีในการทำแท้งถือว่าเป็นความผิด ดังนั้นเยาวชนที่ทำแท้งรวมทั้งผู้สนับสนุนจะต้องถูกดำเนินคดี และจะต้องสอบต่อไปว่าไปทำที่ไหน ทำอย่างไร ใครเป็นคนทำให้ หรือทำเอง ผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินการทางกฎหมายต่อไปด้วย