ข่าว

ปีหน้ากองทุนกีฬาอู้ฟู่
มีเงินแน่ 663 ล้าน

ปีหน้ากองทุนกีฬาอู้ฟู่ มีเงินแน่ 663 ล้าน

21 ส.ค. 2552

กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติเงินเยอะ ปีหน้ามีแน่ๆ 663 ล้าน เพื่อพัฒนากีฬาของชาติ ทัพนักกีฬาไทย 3 ศึก ทั้งเอเชี่ยนยูธเกมส์ เอเชี่ยนมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ และอาเซียนพาราเกมส์ ยังรอ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี จัดงานเลี้ยงพร้อมอบเงินรางวัลในเดือนกันยายนนี้


 น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองการขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่ห้องประชุมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยภายหลังการประชุม “ปลัดกีฬา” กล่าวว่า กองทุนคงเหลือเงินอยู่ประมาณ 317 ล้านบาท โดยมีการพิจารณารายการที่สมาคมกีฬาเสนอขอรับการสนับสนุนทั้งเงินรางวัล การส่งแข่งขัน การเป็นเจ้าภาพ และการสนับสนุนเรื่องอื่นๆ เสนอขอทั้งสิ้น 41 ล้านบาท แต่คณะอนุกรรมการพิจารณาเห็นว่าควรให้การสนับสนุน 19 ล้านบาท ทำให้เงินน่าจะคงเหลือราว 298 ล้านบาท
 อย่างไรก็ตาม กองทุนยังจะต้องจ่ายเงินรางวัลให้แก่นักกีฬาไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันอีก 3 รายการ ได้แก่ เอเชี่ยนยูธเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่สิงคโปร์, เอเชี่ยนมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่ไทย และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 ที่มาเลเซีย รวมเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 35 ล้านบาท ซึ่ง “เสธ.หนั่น” พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ จะนัดหมายคณะกรรมการบริหารกองทุนประชุมวันที่ 28 สิงหาคมนี้ เพื่ออนุมัติเงินดังกล่าว จากนั้นจะเชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการเลี้ยงฉลองและมอบเงินรางวัลในต้นเดือนกันยายนนี้ ทำให้สถานะทางการเงินของกองทุนจะคงเหลือราว 263 ล้านบาท โดยในปีงบประมาณ 2553 กองทุนจะได้รับอีก 400 ล้านบาท ทำให้จะมีเงินเพื่อสนับสนุนการกีฬาของไทยทั้งหมด 663 ล้านบาท
 “เงินจำนวนดังกล่าวเพียงพอต่อการเตรียมและส่งนักกีฬาไปแข่งขัน รวมถึงเป็นเงินรางวัลของนักกีฬาในปี 2553 อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ ครั้งที่ 3 ที่เวียดนาม, ซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่ลาว ไปจนถึงยูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่สิงคโปร์ ตลอดจนการแข่งขันรายการอื่นๆ” น.ส.ศศิธารา กล่าว
 “ปลัดกีฬา” กล่าวว่า คณะอนุกรรมการได้พิจารณาการเสนอขอรับเงินเพื่อการพัฒนากีฬาในด้านต่างๆ เห็นว่าสมาคมกีฬาควรจะเสนอขอรับการสนับสนุนการแข่งขันในอนาคต มิใช่การแข่งขันผ่านพ้นไปแล้วค่อยมาเสนอขอภายหลัง ในขณะที่กองทุนอนุมัติสนับสนุนไปแล้วบางสมาคมกีฬาก็ยังไม่มารับเงินทำให้มีเงินค้างจ่ายจำนวนมาก นอกจากนี้คณะอนุกรรมการยังทบทวนเกณฑ์การให้เงินรางวัลของกีฬายกน้ำหนัก โดยจะใช้เกณฑ์การจ่ายเงินรางวัลตามเกณฑ์ของโอลิมปิกเกมส์ คือจ่ายเงินเพียง 1 เหรียญเท่านั้น ไม่มีการแยกท่าแต่อย่างใด โดยการแข่งขันรายการที่ผ่านมานักกีฬายกน้ำหนักจะได้รับเงินรางวัลเหรียญสูงสุดเพียงเหรียญเดียว ส่วนรายการแข่งขันต่อไปคณะกรรมการบริหารกองทุนจะพิจารณาอีกครั้งว่าสมควรจะกำหนดเป็นเกณฑ์ถาวรหรือไม่