ข่าว

พท.จวกกม.นิรโทษกรรมหวังโดดเดี่ยวทักษิณ

พท.จวกกม.นิรโทษกรรมหวังโดดเดี่ยวทักษิณ

20 ส.ค. 2552

พท.จวก กม.นิรโทษกรรมมีวาระซ่อนเร้น หวังที่จะโดดเดี่ยว”ทักษิณ” ด้าน"รณฤทธิ์ชัย" ระบุสาเหตุที่ดันร่างนิรโทษฯออกมาเพราะเป็นเสียงสะท้อนจากปชช.ที่อยากเห็นบ้านเมืองสงบ

(20ส.ค.)   จากกรณีที่ส.ส.พรรคภูมิใจไทย พร้อมส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ได้ยื่นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมทางการเมืองของประชาชนระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2551 และระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึงวันที่ 14 เมษายน 2552 พ.ศ. ... เพื่อนิรโทษกรรมให้ผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อแดง รวมถึงถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งผู้ที่ออกคำสั่งและรับคำสั่งไปปฏิบัติ โดยไม่รวมถึงผู้ที่กระทำผิดทางการเมืองกรณีการยุบพรรคการเมือง ทั้งบ้านเลขที่ 109 และ 111 รวมถึงคดีหมิ่นสถาบันนั้น

 นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มอีสานพัฒนา กล่าวว่า เชื่อว่าการเสนอร่างดังกล่าว น่าจะมีเรื่องซับซ้อนซ่อนเร้น แอบแฝง ผลประโยชน์ทางการเมือง จะต้องมองเรื่องนี้ให้ลึกๆ อย่ามองแค่ชั้นเดียว และคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีเรื่องผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง เพราะพฤติกรรมสะท้อนให้เห็น ทั้งนี้เรื่องนี้ยังไม่ได้หารือในกลุ่ม

 “ ส่วนตัวเชื่อว่าแนวโน้มการเสนอร่างฉบับนี้ ก็เพื่อต้องการโดดเดี่ยวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่อยากให้กลับมา ขณะที่ในส่วนของทั้ง 111 กับ 109 คดียังไม่ถึงศาล มีเพียงคดีของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ตัดสินไปแล้ว แต่การเสนอร่างแบบนี้เหมือนกับพวกที่พวกคนทำความดี หรือผีที่กลัวพระ กลัวน้ำมนต์ เพราะคนพวกนี้ก็เป็นได้เพียงเหลือบหรือพวกบ้าอำนาจเท่านั้น”นายศักดา กล่าว

 นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้ร่างที่พรรคภูมิใจไทย เสนอเจตนาต้องการปรองดอง ให้เสื้อเหลือง เสื้อแดง แต่ตนเชื่อว่ามีวาระซ่อนเร้น ต้องถามว่าปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในชาติ ได้เริ่มขึ้นหลังเหตุการณ์ปฎิวัติ19 กันยา ที่มีการตั้งคณะบุคคลเข้าไปรักษาอำนาจต่ออีก 9 ปีในส่วนขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ จึงทำให้เกิดกระบวนการสองมาตรฐานทางกฎหมาย

 “ การจะออกกฎหมายนิรโทษกรรม ไม่ใช่การแก้ปัญหา หากมีเจตนาจริงใจในการแก้ไขปัญหา ต้องแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 299 ที่เกี่ยวข้องในการรักษาอำนาของ 9องค์ที่เกี่ยวกับในรัฐธรรมนูญให้ครบคลุม ถือเป็นหัวใจของความขัดแย้งซึ่งทั้งสีเหลือง สีแดง ล้วนเป็นผลพวงจากการปฎิวัติทั้งสิ้น ฉะนั้น การเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม เป็นการตัดตอนทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่เป็นการแก้ปัญหา แต่กลับยิ่งสร้างปัญหาขึ้นต่อไป ยิ่งพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำเสนอร่างฯยิ่งมีข้อสงสัยมากขึ้น เพราะหากอ้างต้องการให้เกิดความสามัคคี สมานฉันท์ที่แท้จริง ทำไมถึงไม่มีการหารือพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นแกนนำรัฐบาล ก่อนเสนอซึ่งควรพูดคุยในพรรคร่วมรัฐบาลและวุฒิสภา ถ้าสองฝ่ายเห็นด้วย แม้ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย ก็เชื่อว่ากฎหมายเกิดขึ้นได้ แต่หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่เอาด้วยก็เป็นไปได้ยาก ดังนั้น หากมีความจริงใจมีเจตนาที่แก้ปัญหา ต้องเสนอให้เป็นวาระแห่งชาติ ให้มีเวทีพูดคุยกันจากทุกหลายให้เกิดความเข้าใจเสียก่อน”นายสงวน กล่าว

 นายสงวน กล่าวต่อว่า ตนยังตั้งข้อสังเกตอีกว่าการที่พรรคภูมิใจไทยประกาศการเสนอกฎหมายนี้ ต้องการให้เกิดความสงบ สามัคคี สันติ แต่พฤติกรรมที่พรรคภูมิใจไทย ได้สั่งให้มีการตั้งโต๊ะล่าชื่อประชาชนคัดค้านการถวายฎีกาของคนเสื้อแดง ทั้งๆที่การเข้าชื่อถวายฎีกาเพื่อหาทางออกให้ประเทศซึ่งสูงกว่ากฎหมายนิรโทษกรรม แล้วจะสมานฉันท์ได้อย่างไรเช่นเดียวกันกับที่ นปช.เสนอกฎหมายให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่สภาไม่เห็นด้วย ก็ต้องไปขอในสิ่งที่สูงกว่านั้นในการล่าชื่อถวายฎีกา ดังนั้น การที่พรรคภูมิใจไทยเสนอร่างฉบับนี้ มีเจตนาและต้องการอะไรกันแน่ อย่างไรก็ตามก็ได้เรียกร้องขอให้พรรคภูมิใจไทยไปตรวจสอบว่าหัวหน้าพรรคฯได้กระทำผิดกฎหมาย ปปช.มาตรา 100 มากี่เรื่องแล้ว ถ้าจะขอนิรโทษกรรมจะรวมถึงความผิดตามมาตรา 100ของ ปปช.ด้วยหรือไม่

 นายสงวน กล่าวด้วยว่า ขอให้ประชาชนและทุกฝ่ายจับตาให้ดี เมื่อรัฐบาลใช้อำนาจตามกฎหมายกับข้าราชการประจำและประชาชน ถึงเวลาที่จะใช้อำนาจตามกฎหมายในการต่อสู้ เพื่อเปิดโปงการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง และเรียกร้องให้มีการใช้อำนาจตามกฎหมายมาแก้ปัญหาของบ้านเมือง จึงขอให้จับตาการใช้อำนาจของรัฐบาลและการทุจริตที่ไม่กลัวกฎหมาย โดยเฉพาะที่กระทรวงมหาดไทยตั้งอนุกรรมการกลั่นกรองงบประมาณท้องถิ่น ซึ่งไม่มีกฎหมายรองรับส่อขัดกฎหมายหรือไม่ รวมถึงที่นายกรัฐมนตรีสั่งตั้งรักษาการแทน ผบ.ตร.ทั้งที่ ผบ.ตร.ยังอยู่ ไม่มีกฎหมายรองรับและผิดธรรมเนียมปฎิบัติด้วย

 ส่วนนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวเรื่องเดียวกันเห็นว่า การเสนอร่างดังกล่าวของพรรคภูมิใจไทย เพื่อกลบเกลื่อนปัญหาและเรื่องต่างๆที่ส่อไปในเรื่องไม่โปร่งใสทั้งปัญหางบประมาณของท้องถิ่น จึงพยายามหาเรื่องอื่นมากลบ เท่าที่ดูรายละเอียดของร่างเป็นการเขียนแบบลวกๆเหมือนไม่ตั้งใจร่าง เพราะแม้กระทั่งพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังไม่ทราบเรื่อง จู่ๆก็ร่างแล้วดันเข้าสภา ไม่มีการหารือกับพรรครัฐบาลก่อน จึงดูแล้วผิดปกติที่เสนอร่างเข้ามาในช่วงนี้ และเหตุผลก็ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมของพรรคภูมิใจไทย จึงไม่มั่นใจว่าจะมีผลที่จะตามมา หรือมีหลักประกันอย่างไร อย่างไรก็ตามในฐานะที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน และมีเสียงข้างน้อยคงจะต้องรอดูท่าทีของรัฐบาลก่อน เพราะไม่รู้ว่ากำลังเล่นละครหรือเล่นอะไรกันอยู่

 นายรณฤทธิชัย คานเขต ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน หนึ่งในผู้ร่วมเสนอร่าง พรบ.ดังกล่าว ยืนยันว่าแนวคิดการเสนอเป็นการพูดคุยได้รับเสียงสะท้อนจากชาวบ้านที่ต้องการเห็นสงบเกิดขึ้นในบ้านเมือง ไม่อยากเห็นความขัดแย้ง แตกแยกอีกต่อไป ดังนั้น ส.ส.ได้พูดคุยกันเพื่อเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมขึ้นมาเพื่อปลดให้ทุกฝ่ายทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำไปตามหน้าที่กลับถูกทั้งสองฝ่ายฟ้องร้องจะต้องนิรโทษให้ด้วย ส่วนที่ไม่ให้มีการนิรโทษกรรมให้นักการเมืองในส่วนของ 111 และ 109 นั้นเพราะหากนำมารวมด้วยก็จะถูกมองว่าทำเพื่อตัวเอง จึงต้องตัดออกไป

 เมื่อถามว่าคิดว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้านหรือไม่โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยนายรณฤทธิชัย กล่าวว่าต้องไปฟังเหตุผลและการพูดในสภา แต่จุดยืนพวกเราชัดเจน ต้องการให้เกิดการปรองดอง ความสามัคคีเกิดขึ้นในชาติกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง ส่วนตัวอยากให้มีการบรรจุเข้าสู่วาระพิจารณาในการประชุมสภาโดยเร็วเพื่อให้มีการปลดล็อคให้บ้านเมืองมีความสงบสุข และไม่เชื่อว่าร่างฉบับนี้จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและมั่นใจว่าทุกฝ่ายต้องการเห็นความสามัคคีของคนในชาติ