ข่าว

 เดินต่อสร้าง7หมื่นฝาย"ถวายพ่อ-รักษ์น้ำ"

เดินต่อสร้าง7หมื่นฝาย"ถวายพ่อ-รักษ์น้ำ"

06 ธ.ค. 2559

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

 

          เอสซีจีรวมพลังสร้างฝายชะลอน้ำให้ครบ 7 หมื่นฝาย เทิดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมขยายผลการอนุรักษ์น้ำไว้ใช้อย่างยั่งยืน  

          นายอาสา สารสิน ประธานกรรมการกิจการสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี กล่าวว่าตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยเรื่องการบริหารจัดการน้ำด้วยว่าประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรมทั้งต้องประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และพื้นที่เกษตรกรรมเกิดน้ำท่วมในฤดูน้ำหลากจึงทรงพระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำ

 

 เดินต่อสร้าง7หมื่นฝาย"ถวายพ่อ-รักษ์น้ำ"

 

          อาทิ โครงการฝายชะลอน้ำโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ โครงการแก้มลิงมาบรรเทาความเดือดร้อนแก่ปวงชนชาวไทย ทำให้ประชาชนมีน้ำอุปโภค บริโภค ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างยั่งยืนและเป็นสุขดังพระราชดำรัสที่ว่า“น้ำคือชีวิต”ซึ่งตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมาเอสซีจีได้น้อมนำแนวพระราชดำริในด้านการบริหารจัดการน้ำผ่านโครงการเอสซีจี รักษ์น้ำ เพื่ออนาคตด้วยการทำหน้าที่ของตนเองในการดูแลรักษาน้ำในแต่ละพื้นที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้มีแหล่งน้ำไว้ใช้อย่างยั่งยืน

 

 เดินต่อสร้าง7หมื่นฝาย"ถวายพ่อ-รักษ์น้ำ"

 

         นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า เอสซีจี ได้น้อมนำแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนมาดำเนินการด้วยการสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่ป่ารอบโรงงานปูนซิเมนต์ไทย ลำปาง และป่าชุมชนใน อ.แจ้ห่ม ภายใต้โครงการ“เอสซีจี รักษ์น้ำเพื่ออนาคต” ตั้งแต่ปี 2550 และขยายผลไปสู่อำเภออื่นๆ ใน จ.ลำปาง รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมาย 7 หมื่นแห่ง

         ปัจจุบันมีการสร้างฝายชะลอน้ำไปแล้ว 6.8 หมื่นฝาย ซึ่งช่วยแก้ปัญหาน้ำแล้ง และน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง เกิดความสมบูรณ์ของผืนป่าทำให้เกิดการต่อยอดสู่วิสาหกิจชุมชน บางชุมชนสามารถพัฒนาเป็น“สถานีรักษ์น้ำ”ให้กับชุมชนอื่นๆ ได้เรียนรู้และนำกลับไปดำเนินการต่อในชุมชนตนเอง

 

 เดินต่อสร้าง7หมื่นฝาย"ถวายพ่อ-รักษ์น้ำ"

 

        "เอสซีจีขอมุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธานน้อมนำแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างจริงจังและต่อเนื่องต่อไป โดยจะร่วมกับชุมชน เครือข่ายต่างๆ ขยายพื้นที่สร้างฝายชะลอน้ำ และสระพวงเพื่อให้ชุมชน มีความเข้มแข็งในการบริหารจัดการแหล่งน้ำได้ด้วยตนเอง ความร่วมแรงร่วมใจกันของทุกภาคส่วนที่มาร่วมกัน”นายรุ่งโรจน์กล่าว