“สุขสนุกอย่างพอเพียง” คว้า “ดาวเด่นบัวหลวงยอดเยี่ยม”
แรงบันดาลใจจากในหลวงรัชกาลที่ 9 กับหลักความพอเพียง ส่งผลศิลปินหน้าใหม่คว้ารางวัลใหญ่ด้านศิลปะ
อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์-วีระวัฒน์ วัฒนะปัญญาศิลป์
และแล้วดาวดวงใหม่ในแวดวงศิลปะก็ส่องประกายเจิดจ้า เมื่อโครงการประกวดศิลปิน “ดาวเด่นบัวหลวง 101” ครั้งที่ 9 ประจำปี 2559 ในหัวข้อ “70 ปีรัชกาลที่ 9 ของพวกเราชาวไทย” ภายใต้การแข่งขันวาดภาพในรูปแบบเรียลิตี้โชว์ อันเกิดจากความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิบัวหลวง ร่วมกับ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายประกาศรายชื่อผู้ชนะเลิศ ซึ่งผลงานที่เข้าตากรรมการ ได้แก่ ผลงานภาพสีน้ำมัน ภายใต้ชื่อ “สุขสนุกอย่างพอเพียง” ของ เปจัง มิตรสาธิต นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ภาคพายัพ เชียงใหม่ คว้ารางวัล “ดาวเด่นบัวหลวงยอดเยี่ยม” ไปครอบครอง โดยจัดงานประกาศผลและมอบรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศ ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อเร็วๆ นี้
คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช-เปจัง มิตรสาธิต
คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช กรรมการมูลนิธิบัวหลวง และประธานโครงการ เปิดเผยว่า โครงการได้เริ่มกำหนดหัวข้อในการสร้างสรรค์งานตั้งแต่การประกวด “ดาวเด่นบัวหลวง 101” ครั้งที่ 8 เป็นต้นมา ทั้งนี้ก็เพื่อให้นักศึกษาระดับปริญญาตรีที่ได้รับการกลั่นกรองมาแล้วจากสถาบันต่างๆ ทั่วประเทศ ได้เปิดความคิดมุมมอง และแสดงความสามารถอย่างเต็มศักยภาพ สำหรับปีนี้คณะกรรมการได้กำหนดหัวข้อในการสร้างสรรค์งาน คือ “70 ปีรัชกาลที่ 9 ของพวกเราชาวไทย” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเพื่อให้นักศึกษาได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ถ่ายทอดถึงพระมหากรุณาธิคุณตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์
ด้าน อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ หนึ่งในคณะกรรมการ กล่าวว่า ศิลปินรุ่นใหม่ในยุคนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท กลุ่มแรกจะเป็นกลุ่มที่มีฝีมือ รู้เทคนิคทุกอย่างแต่ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ผลงานออกมาแต่ละครั้งก็จะจำเจ ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งนั้นจะมีไอเดียบรรเจิด ฟุ้งออกมาเป็นภาษาพูดได้ แต่กลับรังสรรค์ภาพออกมาได้ไม่ดี จึงอยากแนะนำให้นักศึกษาหมั่นฝึกปรือฝีมือ ใครที่มีฝีมือแต่ขาดความคิดก็หลบไปนั่งคิดเงียบๆ บ้าง ส่วนคนที่คิดเก่งแต่ฝีมือไม่ดีพอก็ต้องหมั่นฝึกทักษะการสร้างสรรค์ผลงานให้ดี ที่สำคัญสถาบันการศึกษาที่มีครูผู้สอนที่มีความสามารถทั้งสองด้านมาถ่ายทอดให้นักเรียนได้อย่างเข้าใจถ่องแท้นั้น นับเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างศิลปินที่ดี
เปจัง เล่าถึงที่มาของผลงานที่ชนะใจกรรมการครั้งนี้ว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานหลักการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง วิถีชีวิตของกะเหรี่ยงเราไม่ได้คิดอะไรมาก เรามีความสุขที่ได้อาศัยอยู่กับป่า ถึงบ้านเราจะอยู่ไกลเมือง แต่เราก็มีความสุขในวิถีแบบพอเพียง โดยชาวบ้านจะอยู่กันแบบพี่น้อง ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีการทอผ้า เข้าป่าเก็บหน่อไม้ ล่าสัตว์เพื่อยังชีพ จึงถ่ายทอดเรื่องราวความสุขเหล่านี้ผ่านภาพสีน้ำมันที่แทนคนด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวกะเหรี่ยงกำลังเก็บหน่อไม้ มีบ้าน มีแม่น้ำ มีต้นไม้ ซึ่งความท้าทายของผลงานชิ้นนี้ คือ การจัดองค์ประกอบให้มีมิติ ดูแล้วภาพมีความลึกตื้นที่ลงตัว
นภัส ลีฬหพงศ์ กับผลงาน "ปลูกป่าในใจคน’
ส่วนผู้ที่คว้ารางวัลดาวเด่นบัวหลวง รางวัลความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่ “สโตน” นภัส ลีฬหพงศ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิจิตรศิลป์ สาขาศิลปะไทย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับผลงาน“ปลูกป่าในใจคน” โดยใช้วัสดุธรรมชาติ, เปลือกไม้, เมล็ดพืช และยางพารา มาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับป่าและน้ำ ปิดท้าย รางวัลดาวเด่นบัวหลวงดีเด่น ได้แก่ “อั๋น” วีระวัฒน์ วัฒนะปัญญาศิลป์ นักศึกษาชั้นปีที่ 5 จากภาควิชาศิลปกรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ในผลงาน “ผู้ปิดทองหลังพระ” โดยนำเทคนิคการดุนแผ่นโลหะทองเหลือง 99 แผ่น ถ่ายทอดเรื่องราวพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นำมาร้อยเรียงกัน ผสานเทคนิคการใช้น้ำยาวานิช วาดเป็นพระบรมฉายาลักษณ์อันงดงาม



