ข่าว

สามเณรบรรพชาถวายในหลวง ร.9   

สามเณรบรรพชาถวายในหลวง ร.9   

03 ธ.ค. 2559

สำนักพระราชวังเปิดให้ถวายสักการะพระบรมศพ 05.00 น. ในขณะที่สามเณรกว่า 500 รูป เดินทางมาเจริญจิตภวานาแด่พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

สามเณรบรรพชาถวายในหลวง ร.9   

สำหรับบรรยากาศการเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังเปิดประตูวิเศษไชยศรีในเวลา 05.00 น.แต่ได้มีประชาชนจากทุกหมู่เหล่าเดินทางมาเข้าแถวรอตั้งแต่ช่วงกลางดึกจำนวนมาก และเนื่องจากเป็นวันหยุดยาวติดต่อกัน 3 วันคาดว่าจะมีการใช้โอกาสนี้มาร่วมสักการะพระบรมศพจำนวนมากขึ้นไปอีก ซึ่งเจ้าหน้าที่รวมถึงจิตอาสาต่างๆ ได้เตรียมอำนวยความสะดวกตลอดทั้งวัน ทั้งจุดพักรอ บริการรถเข็นสำหรับผู้พิการและคนชรา การยืมร่มกันแดด หน่วยแพทย์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น รวมถึงอาหารและน้ำดื่มตลอดทั้งวันผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 08.30 น.มีคณะสามเณรโครงการ “พม.บวชเพื่อพ่อหลวง” ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน 561 รูป พร้อมด้วยพระพี่เลี้ยงอีก 77 รูป เดินทางมายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และที่บริเวณลานพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อเจริญจิตภาวนาปลงธรรมสังเวชพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  

สามเณรบรรพชาถวายในหลวง ร.9   

พระมหาวาที ธรรมธโร วัดหนองแวงพระอารามหลวง จ.ขอนแก่น พระพี่เลี้ยงกล่าวว่า สามเณรที่มาในวันนี้เป็นสามเณรที่บวชในโครงการ พม.บวชเพื่อพ่อหลวงของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ซึ่งจะมีการคัดเลือกเยาวชนชั้นประถมศึกษาถึงมัธยมปลายจากจังหวัดต่างๆ ทั้ง 4 ภาคมาบรรพชาภาคละ 89 รูป เพื่อทำกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีการทำวัตร สวดมนต์ เจริญจิตภาวนา อีกทั้งจุดเทียนและแปรอักษรรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่วัดเบญจมเบจมบพิตร ส่วนกิจกรรมเจริญจิตภาวนาปลงธรรมสังเวชจะแบ่งเป็นกลุ่ม ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จำนวน 254 รูป และที่วัดพระแก้ว 384 รูป  

สามเณรบรรพชาถวายในหลวง ร.9   

“สารเณรบรรพชาระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-5 ธ.ค.59 กิจกรรมเด่นของโครงการจะมีการให้สามเณรที่มาแต่ละภาคเปิดใจถึงความประทับใจที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งแต่ละรูปมาจากต่างถิ่นก็จะถ่ายทอดเรื่องพระราชกรณียกิจแตกต่างกัน เช่น เรื่องการแก้ปัญหาภัยแล้ง ยาเสพติด การสร้างเขื่อน เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งโครงการนี้นอกจากสารเณรจะได้ศึกษาพระธรรมแล้วยังได้ซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณด้วย” พระพี่เลี้ยงกล่าว 

สามเณรบรรพชาถวายในหลวง ร.9   

สุนิสา เกษี-ศิริวรรณ พิมพ์วัน 

น.ส.สุนิสา เกษี อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นม.6 ร.ร.สนามไชยเขต และน.ส.ศิริวรรณ พิมพ์วัน อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นม.6 ร.ร.มัธยมสิริวัณวรี 3 จ.ฉะเชิงเทรา เดินทางมากับครอบครัวและเพื่อนบ้านในหมู่บ้านร่วม 50 คน ตั้งแต่ห้าทุ่มของเมื่อคืนและมารอเข้าแถวเวลา 03.00 น. กล่าวว่า ตั้งใจอยากมากราบพระบรมศพตั้งนานแล้ว จึงได้รวมตัวกันในหมู่บ้านเดินทางมาในวันนี้ เพราะด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงงานทุกอย่างไว้ให้แก่พสกนิกรชาวไทย อย่างที่พระองค์ทรงอนุรักษ์ช้างที่อุทยานแห่งชาติเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอท่าตะเกียบ อีกทั้งทรงจัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.พนมสารคาม เพราะทรงเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวมีเนื้อดินเป็นดินทรายและมีสภาพเป็นดินจืดชาวบ้านในพื้นที่ไม่สามารถทำการเกษตรได้ ด้วยพระปรีชาสามารถจึงทรงแก้ปัญหาให้กลายเป็นพื้นที่ที่ทำการเพาะปลูก และเลี้ยงชีพผู้คนในจ.ฉะเชิงเทรา ได้   

นอกจากนี้ เรื่องพระราชกรณียกิจของพระองค์ต่างๆ ก็ได้รับฟังถ่ายทอดจากปู่ย่าตายาย ทำให้ได้ซึมซับเรื่องราวของพระองค์ท่านมาตั้งแต่เด็ก จึงตั้งใจนำคำสอนของพระองค์ท่านที่เคยตรัสว่า “คนเราอ่อนโยนได้แต่อย่าอ่อนแอ” มาเป็นกำลังใจในเวลาเจอปัญหาอะไรก็ตามก็จะเข้มแข็งไม่อ่อนแอ รวมถึงยึดหลักความมีระเบียบวินัยในการดำรงชีวิตประจำวัน   

สามเณรบรรพชาถวายในหลวง ร.9   

ธีรศักดิ์ เชียงหลง

นายธีรศักดิ์ เชียงหลง อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนพิริยาลัย จ.แพร่ ซึ่งเป็นนักเรียนทุนพระราชทาน ในโครงการทุนการศึกษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่มาเป็นจิตอาสาให้บริการเสิร์ฟอาหารและน้ำ กล่าวว่า อยากมาทำจิตอาสา เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อคนไทย แม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ที่ไม่สามารถเทียบกับสิ่งที่พระองค์ทรงทำได้ แต่ก็อยากแสดงให้เห็นว่า คนไทยทุกคนรักกัน ช่วยเหลือกัน และไม่ทิ้งกัน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ทุกคนกำลังเศร้าโศกเสียใจ ที่สำคัญตัวเองเป็นนักเรียนทุนพระราชทาน จึงอยากจะทำความดีตอบแทนพระองค์ด้วยการช่วยเหลือสังคม 

“แม้ผมจะเกิดมาไม่ทันเห็นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงงานตามที่ต่างๆ แต่พ่อกับแม่จะเล่าให้ฟังเสมอว่า พระองค์ทรงงานหนัก แม้ในยามที่มีพระอาการประชวรก็ยังไม่หยุด ที่เรามีวันนี้ได้ เพราะพระองค์ทรงสร้างสิ่งต่างๆ ไว้ให้พวกเราแล้ว แม้วันนี้จะไม่มีพระองค์แล้ว แต่พระองค์จะสถิตย์อยู่ในใจพวกเราเสมอ” นายธีรศักดิ์ กล่าวด้วยความตื้นตัน